หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 20

โรงงานผลิตสินค้าใหม่

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
"หากเจ้ายังขยับตะกร้าสมุนไพรนั่นแรงเกินไปอีกเพียงนิด กลิ่นหอมของดอกโบตั๋นสกัดก็คงระเหยหายไปหมดก่อนที่จะได้บรรจุลงตลับเสียด้วยซ้ำ" น้ำเสียงเย็นเยียบแต่ทว่าแฝงด้วยความเฉียบขาดของหลินเฟยอวี่ ทำให้คนงานในโรงงานลับที่สร้างขึ้นในเขตชายป่าต้องหยุดชะงักมือทันที เฟยอวี่ไม่ได้หันไปมองนางผู้นั้นด้วยซ้ำ สายตาของนางจดจ้องอยู่กับเตาเคี่ยวตัวยาขนาดใหญ่ที่กำลังคายไอความร้อนชื้นอบอวลไปด้วยกลิ่นของน้ำมันงาบริสุทธิ์และสารสกัดจากว่านหางจระเข้ผสมเกสรดอกไม้ป่า ในชาติก่อน นางคือผู้บริหารที่ถูกตราหน้าว่าไร้หัวใจ แต่ในชาตินี้ นางคือผู้กุมความลับของสูตรเครื่องสำอางที่ล้ำหน้ากว่ายุคสมัยไปหลายร้อยปี หากตระกูลหลินจะกลับมายิ่งใหญ่ได้ มิใช่ด้วยการพึ่งพาบุญเก่า แต่ด้วยสิ่งที่อยู่ในมือของนางขณะนี้ต่างหาก "คุณหนูเจ้าคะ... ท่านจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสตรีในเมืองหลวงจะยอมรับสิ่งที่ดูแปลกตาเช่นนี้ เครื่องแป้งเดิมทีต้องเป็นแป้งผัดหน้าขาวหนาเตอะ แต่สิ่งที่ท่านทำกลับเป็นเนื้อครีมใสที่ซึมลงผิวได้รวดเร็วเช่นนี้..." สาวใช้คนสนิทเอ่ยถามด้วยความกังวล ขณะหยิบตลับไม้จันทน์หอมขึ้นมาเช็ดอย่างเบามือ เฟยอวี่วางไม้พายลงบนถาดเงิน เสียงกังวานของโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วโรงงาน นางหันกลับมา แววตาของนางดั่งมฤตยูที่ซ่อนอยู่ในความงามของพรรณไม้ "จางเหว่ยเชื่อว่าข้าเป็นเพียงสตรีที่โง่งล้างผลาญสมบัติ มันเฝ้ารอวันที่ข้าจะสิ้นเนื้อประดาตัวจนต้องคุกเข่าขอร้องให้มันรับเข้าจวนอีกครั้ง... แต่สิ่งที่พวกมันลืมไปคือ กลิ่นหอมที่พวกมันโหยหาในยามที่ต้องการจะโปรยเสน่ห์ใส่กันนั่นแหละ คือสิ่งที่ข้ากำลังจะเปลี่ยนให้กลายเป็นทองคำมหาศาล" นางเดินตรงไปที่หน้าต่างไม้ที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย มองไปยังเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง ที่นั่น... คือสมรภูมิที่นางจะต้องเอาคืนให้สาสม จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตูโรงงาน เฟยอวี่ไม่ได้สะดุ้งตัว นางรู้ดีว่าเวลานี้ผู้ใดที่อาจหาญก้าวเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามของนางโดยไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวาง หลี่เฉิง ก้าวเข้ามาด้วยชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ดูเรียบง่ายทว่าตัดเย็บอย่างประณีต สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองไปที่หม้อเคี่ยวเครื่องสำอาง แต่มองลึกลงไปในแววตาของหญิงสาวเบื้องหน้า "เจ้าดูจะมั่นใจมากนักนะ เฟยอวี่... ว่าโรงงานเล็กๆ ท่ามกลางป่าเขานี้จะสามารถสั่นคลอนตลาดเครื่องสำอางที่ตระกูลจางผูกขาดมานานนับสิบปีได้" เฟยอวี่หมุนตัวกลับมา เผชิญหน้ากับอ๋องหนุ่มที่แสร้งทำตัวเป็นเพียงบุรุษที่แสวงหาความสำราญ "ความมั่นใจมิได้เกิดจากความเพ้อฝันหรอกท่านอ๋อง แต่มันเกิดจาก 'ข้อมูล' ที่ข้ามี... ข้อมูลที่ข้ารู้ว่า จางเหว่ยกำลังแอบผสมปรอทในแป้งผัดหน้าล็อตใหม่เพื่อหวังให้สีผิวของลูกค้าขาวขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่สนว่าใบหน้าของพวกนางจะเน่าเฟะในภายหลัง" หลี่เฉิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสั่นไหวด้วยความทึ่ง "เจ้าถึงกับกล้าท้าทายจางเหว่ยด้วยชีวิตเลยหรือ หากข่าวเรื่องปรอทแพร่งพรายออกไปเพียงนิด ตระกูลจางย่อมไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่" "ใครว่าข้าจะปล่อยให้มันเป็นเพียงข่าวลือเล่า?" เฟยอวี่เดินเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นจางๆ ของไม้กฤษณาจากกายของบุรุษตรงหน้า "ข้าได้ส่งคนไปจ้างวานให้ลูกสาวของขุนนางชั้นผู้น้อยที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานได้ใช้แป้งจากร้านของจางเหว่ย... และเมื่อถึงวันนั้น ผิวหน้าของนางจะขึ้นผื่นแดงจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาแขกเหรื่อทั่วงานเลี้ยงที่จัดโดยจวนจางเหว่ยเอง" หลี่เฉิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมระคนหวาดหวั่น "เจ้าช่าง... ร้ายกาจกว่าที่ข้าคิดไว้นัก เฟยอวี่" "ข้าเพียงแค่คืนสิ่งที่พวกเขาเคยมอบให้ข้าเมื่อชาติก่อนเท่านั้นท่านอ๋อง" นางตอบพลางหยิบตลับครีมชิ้นแรกที่สมบูรณ์แบบที่สุดส่งให้เขา "ลองดมดูสิ... กลิ่นอายของการล่มสลายที่หอมหวานที่สุด" หลี่เฉิงรับตลับนั้นมา แววตาของเขาเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นจริงจัง เขาก้มลงกระซิบใกล้หูของนางจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น "ข้ามีข่าวที่สำคัญกว่าเรื่องความงามมาบอกเจ้า... สายลับของข้าเพิ่งรายงานมาว่า จางเหว่ยได้แอบนัดพบกับ 'อนุเหมยเซียน' ในโรงเตี๊ยมลับท้ายเมือง และพวกมันไม่ได้คุยกันเรื่องการค้า แต่กำลังวางแผนจะส่งคนมาลอบวางเพลิงโรงงานของเจ้าในคืนวันพระจันทร์เต็มดวงที่จะถึงนี้" เฟยอวี่ชะงักไป ดวงตาที่เยือกเย็นเบิกกว้างขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาสงบราบเรียบราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว นางรู้ดีว่าวันพระจันทร์เต็มดวงเหลือเวลาอีกเพียงสองวันเท่านั้น และสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกเย็นวาบถึงกระดูกมิใช่เรื่องเพลิงไหม้ แต่มันคือถุงจดหมายลับที่นางเพิ่งได้รับจากสายสืบของตนเองก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง นางค่อยๆ หยิบม้วนกระดาษที่ถูกประทับตราครั่งสีแดงฉานซึ่งนางซ่อนไว้ใต้โต๊ะไม้ ส่งให้หลี่เฉิง มือของนางสั่นเล็กน้อยอย่างที่ยากจะควบคุม "ท่านอ๋อง... ดูตราประทับนี้ให้ดี นี่มิใช่ตราของจางเหว่ย" หลี่เฉิงรับกระดาษไปเปิดอ่าน สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับมังกรที่พร้อมจะแผดเผาแผ่นดินเมื่อเห็นข้อความภายใน เขาเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยสีหน้าไม่สู้ดี "ตราประทับของจวนมหาเสนาบดี... เหตุใดผู้คุมอำนาจสูงสุดถึงยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการค้าและงานแต่งงานของคนในจวนจางเหว่ยได้?" เฟยอวี่แค่นยิ้มที่มุมปากอย่างสมเพช "เพราะคนผู้นี้มิได้ต้องการเพียงเงินทอง ท่านอ๋อง... แต่มันต้องการ 'เลือด' ของข้าเพื่อใช้ในการเปิดกลไกบางอย่างที่บรรพบุรุษของข้าซ่อนไว้ในจวนเก่าของตระกูลหลินที่บัดนี้กลายเป็นห้องลับของพวกมันไปแล้ว" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกเหมยปลายฤดู" ในความเข้มข้นบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%