หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 21

ยอดขายถล่มทลาย

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
“เงินที่เหลือทั้งหมด... วางลงบนโต๊ะกลางนั่น อย่าให้ตกหล่นแม้แต่เหรียญเดียว” สุ้มเสียงของหลินเฟยอวี่เรียบเรื่อย ทว่ากลับทรงอำนาจจนบรรยากาศภายในร้าน ‘จินเฟย’ พลันเงียบกริบ นางยืนตระหง่านอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ประดู่ขัดเงา เบื้องหน้าคือแถวของลูกค้าที่ยาวเหยียดออกไปจนสุดหัวถนน เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกริ๊งกร๊างไม่หยุดหย่อน สลับกับเสียงอื้ออึงของผู้คนที่เบียดเสียดกันเพื่อแย่งชิง ‘สบู่สมุนไพรสูตรลับ’ และ ‘ครีมถนอมผิวกลิ่นดอกเหมย’ ที่นางเพิ่งวางจำหน่ายเป็นวันแรก “คุณหนูหลิน... นี่เงินมัดจำค่าสินค้าล็อตต่อไปของเดือนหน้า ข้าจองเพิ่มอีกสามเท่าตัว! อย่าลืมชื่อข้าในบัญชีล่ะ” พ่อค้าวัยกลางคนผู้หนึ่งหน้าแดงก่ำ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เขารีบวางถุงผ้าหนาหนักลงบนโต๊ะก่อนจะถูกผลักออกโดยลูกค้าคนถัดไป เฟยอวี่ไม่ได้ตอบรับด้วยรอยยิ้มประจบสอพลอ นางเพียงแค่พยักหน้าให้นางกำนัลคนสนิทจัดการบันทึกบัญชีอย่างเป็นระบบ ดวงตาเรียวสวยคู่นั้นกวาดมองความวุ่นวายด้วยความสงบราวกับผิวน้ำนิ่ง แต่ภายในใจกลับตระหนักดีว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของการพลิกแผ่นดินที่นางเฝ้ารอคอย ชัยชนะที่แลกมาด้วยความอดทนในชาติก่อน กำลังผลิดอกออกผลเป็นกองเงินกองทองในชาตินี้ “ดูเหมือนเจ้าจะบริหารจัดการทุกอย่างได้ดีเกินคาดนะ เฟยอวี่” สุ้มเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ดังขึ้นจากมุมมืดของร้าน หลินเฟยอวี่ไม่ต้องหันไปมองก็ทราบดีว่าเป็นผู้ใด กลิ่นไม้กฤษณาจางๆ ที่ลอยมากับสายลมเย็นเยียบนั้นเป็นเอกลักษณ์ของฉินอ๋องหลี่เฉิง เขาก้าวออกมาจากมุมร้านอย่างแช่มช้า แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจับจ้องมาที่นางด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “ท่านอ๋องมาเยือนร้านค้าเล็กๆ เช่นนี้ เกรงว่าจะเป็นที่สนใจของผู้คนเกินไปนะคะ” นางเอ่ยตอบเบาๆ โดยไม่ละสายตาจากสมุดบัญชี “การค้าขายต้องเน้นความโปร่งใสและเงียบเชียบ ท่านทราบดีไม่ใช่หรือว่าข้าไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับ ‘แผนการ’ ของข้า” “ข้าเพียงแค่แวะมาดู... ว่าคนที่ประกาศว่าจะทำลายตระกูลจางให้สิ้นซากด้วยมือเปล่า กำลังสนุกกับการนับเงินอยู่หรือไม่” หลี่เฉิงก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวนาง เขาจงใจลดเสียงลงให้ได้ยินกันเพียงสองคน “จางเหว่ยกำลังจะคลั่งตายแล้ว เขาส่งสายสืบมาวนเวียนหน้าร้านเจ้าไม่ต่ำกว่าสามรอบในเช้าวันนี้ ดูเหมือนเขาจะเริ่มระแคะระคายแล้วว่า สินค้าที่เจ้าขาย... มีส่วนผสมที่เขาสั่งห้ามไม่ให้โรงงานในเครือเขานำมาใช้” เฟยอวี่วางพู่กันในมือลง เสียงปลายพู่กันกระทบโต๊ะดัง ‘แป๊ก’ อย่างมั่นคง นางเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้กุมอำนาจลับของแผ่นดิน “ให้เขาเริ่มสงสัยเถอะค่ะ ยิ่งเขาดิ้นรนหาทางทำลายข้า เขาก็ยิ่งเผยจุดอ่อนออกมามากขึ้นเท่านั้น ท่านอ๋องอย่าลืมสิ่งที่ตกลงกันไว้ หากเขาขยับตัวเมื่อใด ขอเพียงท่านเปิดช่องว่างให้เขา... ที่เหลือข้าจะเป็นคนผลักเขาลงเหวเอง” ในขณะที่บทสนทนากำลังเข้มข้น ประตูด้านหน้าร้านก็ถูกผลักออกอย่างแรงจนบานพับแทบหัก เสียงโวยวายดังแทรกผ่านฝูงชนเข้ามา ร่างระหงของอนุเหมยเซียนในชุดแพรไหมปักลายดอกโบตั๋นเดินเข้ามาด้วยท่าทีถือดี สายตาจองหองกวาดมองสินค้าบนชั้นวางด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด “หลินเฟยอวี่! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงแอบอ้างว่าสินค้าของเจ้าเป็นของชั้นสูง?” เหมยเซียนตะโกนลั่นร้าน “สบู่พวกนี้ทำมาจากพืชป่าราคาถูก ข้าตรวจสอบดูแล้ว มันเป็นของชั้นต่ำที่ไม่มีสตรีสูงศักดิ์คนใดเขาใช้กัน!” ฝูงชนชะงักงัน หลายคนมองหน้ากันด้วยความลังเล เฟยอวี่แค่นยิ้มมุมปาก นางไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางค่อยๆ เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ท่าทีสง่างามราวกับนางพญาที่กำลังเดินไปดูมดปลวกที่พยายามขวางทาง “อนุเหมย... สินค้าของข้าจะชั้นต่ำหรือสูง มิได้อยู่ที่ราคาหรือแหล่งที่มาของวัตถุดิบ แต่อยู่ที่ว่า ‘ใครเป็นคนใช้’” เฟยอวี่หยุดยืนตรงหน้าเหมยเซียน สายตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก “คนไร้ค่ามักมองเห็นแต่ความไร้ค่า แต่หากเป็นสตรีผู้มีรสนิยม ย่อมรู้วิธีการใช้สิ่งที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเชิดชูตนเอง... เหมือนที่ท่านกำลังยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้าข้านี่อย่างไรเล่า ท่านดูเหนื่อยล้าจังนะคะ ความงามที่ต้องพึ่งพาเครื่องประดับราคาสูงแต่ใบหน้ากลับโรยราเช่นนี้ น่าเวทนายิ่งนัก” เหมยเซียนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดจนสั่นไปทั้งตัว “เจ้า! เจ้าอย่าได้ปากดีไปนัก จางเหว่ยจะจัดการเจ้าแน่ เขาไม่ยอมให้ร้านค้าไร้ค่าของเจ้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดไปได้หรอก!” “จางเหว่ย?” เฟยอวี่ทวนคำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจมีดโกน “ข้าอยากให้เขารีบมาเสียเหลือเกิน... เพราะข้าเตรียมของขวัญชิ้นพิเศษไว้ให้เขาแล้ว เป็นของขวัญที่จะทำให้เขาจำชื่อ ‘หลินเฟยอวี่’ ไปจนวันตาย” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มองครักษ์นับสิบคนก็ดังสนั่นมาจากทางเข้าหน้าร้าน ผู้คนที่มุงอยู่แตกฮือออกเป็นสองข้าง ท่ามกลางความตึงเครียด จางเหว่ยเดินนำหน้าเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง เขากวาดสายตามองไปรอบร้านก่อนจะหยุดลงที่บุรุษชุดดำผู้ยืนหลบมุมอยู่หลังเฟยอวี่ ดวงตาของจางเหว่ยเบิกกว้างเมื่อจำใบหน้าบุรุษผู้นั้นได้ “ท่านอ๋อง! นี่ท่าน... ท่านสนับสนุนนางงั้นหรือ?” จางเหว่ยหน้าซีดเผือด ทว่าหลี่เฉิงกลับทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นอย่างเยือกเย็น “ข้ามาเดินตลาด ซื้อของดีๆ ติดมือกลับวัง มีกฎข้อไหนห้ามไว้หรือ ท่านจางเหว่ย?” หลี่เฉิงเอ่ยพลางเอื้อมมือไปหยิบสบู่ก้อนหนึ่งขึ้นมาพลิกดูด้วยท่าทีสบายอารมณ์ “อีกอย่าง... สิ่งที่เจ้ากำลังจะทำในวันนี้ ข้าแนะนำว่าให้คิดให้ดีเสียก่อน เพราะหากเจ้าขยับมือเพียงนิดเดียว ข้าเกรงว่าราชโองการที่ข้าถืออยู่ในมือนี้... จะถูกประกาศให้ทั่วทั้งเมืองรับรู้ว่าตระกูลจางได้กระทำการทุจริตเรื่องการค้ากับต่างแคว้นไว้เมื่อสิบปีก่อน” ความเงียบเข้าปกคลุมร้าน จางเหว่ยตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป หลินเฟยอวี่ขยับยิ้มหวานที่ไปไม่ถึงดวงตา นางเดินเข้าไปใกล้จางเหว่ยจนได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของอดีตสามี “อย่างไรล่ะเจ้าคะท่านพี่... จะเริ่มเปิดศึกวันนี้เลยไหม หรือจะคุกเข่าลงต่อหน้าข้าเพื่อขอความเมตตาเหมือนที่ข้าเคยทำกับท่านในชาติก่อนดี?” จางเหว่ยเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวฉายชัดในแววตาเมื่อได้ยินคำว่า ‘ชาติก่อน’ จากปากของนาง ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะอ้าปากโต้ตอบ เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นที่คลังสินค้าด้านหลังร้านจินเฟย กลุ่มควันสีดำพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับเสียงกรีดร้องของลูกจ้างที่ดังระงมไปทั่วทั้งถนน! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกเหมยปลายฤดู" ในความเข้มข้นบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%