“เจ้ากำลังสั่น... หรือว่าหรงจิ้นจื่อคนนี้ทำให้เจ้าหวาดกลัวถึงเพียงนั้นกันล่ะ เฟยอวี่?”
เสียงทุ้มต่ำดังกังวานอยู่ชิดใบหู หลินเฟยอวี่ชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินอยู่กลางระเบียงไม้เงาจันทร์ นางไม่ได้หันกลับไปทันที หากแต่เลือกที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอาการสั่นไหวของปลายนิ้วที่เพิ่งวางม้วนบัญชีร้านผ้าลงบนโต๊ะหินเมื่อครู่ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาและไอเย็นจากกายของบุรุษผู้ยืนซ้อนหลังทำให้นางตระหนักดีว่า 'ฉินอ๋องหลี่เฉิง' ไม่ได้เพียงแค่บังเอิญผ่านมา
“หม่อมฉันหาได้หวาดกลัวท่านอ๋องไม่” นางตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาจังหวะการเต้นของหัวใจให้คงที่ที่สุด “เพียงแต่การปรากฏตัวอย่างไร้สุ้มเสียงยามดึกดื่นเช่นนี้ มิใช่วิสัยของผู้มีเกียรติที่ควรพึงกระทำ”
หลี่เฉิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเปี่ยมด้วยอำนาจ เขาขยับกายเข้าใกล้จนแผ่นหลังของหญิงสาวสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผงอกแกร่ง “เกียรติหรือ? สำหรับข้า สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นเครื่องแต่งกายที่สวมใส่ไว้หลอกลวงผู้คนในราชสำนัก แต่กับเจ้า... ข้าไม่เคยปรารถนาที่จะสวมหน้ากากนั้นเลย”
เฟยอวี่หมุนตัวกลับช้าๆ ดวงตาดอกท้อคู่สวยสบเข้ากับดวงตาคมปลาบที่แฝงความนัยลึกซึ้ง แสงจันทร์ที่ทอดผ่านกิ่งหลิวเข้ามาตกกระทบใบหน้าของบุรุษตรงหน้า ทำให้เห็นริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้าที่เขามักจะซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งเฉยเสมอ
“ท่านอ๋องกำลังเมามายกระนั้นหรือเพคะ?”
“หากข้าบอกว่าเมา... ข้าคงเมาเพียงกลิ่นอายความมุ่งมั่นที่อบอวลอยู่รอบตัวเจ้า” หลี่เฉิงเอื้อมมือขึ้นหมายจะแตะปอยผมที่ร่วงลงมาปรกใบหน้านวล แต่แล้วเขากลับชะงักมือไว้กลางอากาศ ก่อนจะถอนหายใจยาว “ในหัวของเจ้ามีเพียงแผนการค้าขาย การกอบกู้ตระกูลหลิน และการล้างแค้นคนที่เคยทรยศ... เคยมีพื้นที่เล็กๆ ในใจเจ้าบ้างหรือไม่ ที่ข้าจะสามารถเข้าไปยืนได้โดยไม่ต้องอาศัยผลประโยชน์ทางการเมือง?”
ประโยคคำถามนั้นดั่งศรที่พุ่งทะลุทะลวงเกราะป้องกันของเฟยอวี่ นางนิ่งงันไปครู่ใหญ่ ความทรงจำในชาติก่อนที่ถูกจางเหว่ยหักหลังจนต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพ ความเจ็บปวดนั้นสอนให้นางเชื่อมั่นเพียงตัวเอง แต่นับตั้งแต่ได้พบกับหลี่เฉิง... ภายใต้ใบหน้าสงบนิ่งของเขาที่นางเห็นมาตลอด กลับมีสายตาที่คอยปกป้องนางจากเงามืดอยู่เสมอ
“ท่านต้องการอะไรกันแน่เพคะ?” นางเอ่ยถาม เสียงสั่นพร่าเล็กน้อย “สถานะของท่านสูงส่งดั่งเมฆา ส่วนหม่อมฉันเป็นเพียงผู้ค้าขายที่เดินอยู่บนดินโคลน... อย่าได้ล้อเล่นกับความรู้สึกของผู้ที่ผ่านความตายมาแล้วเลย ท่านอ๋อง”
“ข้าไม่ได้ล้อเล่น” หลี่เฉิงก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว บีบบังคับให้นางต้องถอยหลังไปจนติดเสาระเบียง “ข้าเฝ้ามองเจ้ามานาน ตั้งแต่วันที่เจ้าตัดสินใจเผาร้านผ้าเดิมทิ้งเพื่อเริ่มใหม่ เจ้ามิใช่เฟยอวี่คนอ่อนแอที่ข้าเคยรู้จักอีกต่อไป แต่เจ้าในตอนนี้... กลับเป็นคนที่ทำให้หัวใจที่ตายด้านของข้าเริ่มเต้นแรงอีกครั้ง”
บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลงทันที ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ ณ วินาทีนั้น เฟยอวี่มองเห็นความจริงใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกที่เย็นชา มือหนาของเขาสั่นน้อยๆ ยามที่เอื้อมมาวางลงข้างตัวนางบนระเบียง เป็นการกักขังนางไว้ในวงล้อมของเขาโดยสมบูรณ์
“ข้าไม่ได้มาเพื่อขอให้เจ้ารัก” เขาพูดต่อ น้ำเสียงอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด “ข้ามาเพื่อบอกว่า ไม่ว่าศัตรูของเจ้าจะเป็นใคร จางเหว่ย หรือแม้แต่คนในราชสำนัก... ตราบใดที่เจ้ายังไม่ยอมหันมามองข้า ข้าก็จะยืนอยู่ข้างหลังเจ้าเช่นนี้ เป็นเงาที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าแม้แต่จะทำให้เจ้าหลั่งน้ำตา”
เฟยอวี่เม้มริมฝีปากแน่น นางรู้ดีว่าหากยอมรับไมตรีนี้ ชีวิตที่เหลือของนางจะเปลี่ยนไปตลอดกาล ทว่าในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยคำปฏิเสธเพื่อรักษาความปลอดภัยในจิตใจของตนเองนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ประจำตัวหลี่เฉิงก็ดังแทรกเข้ามาอย่างเร่งร้อน พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างวาบขึ้นจากทางเข้าสวน
“ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่เฉิงละสายตาจากใบหน้าของเฟยอวี่ทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาดุดันของมังกรที่พร้อมจะออกล่า “ว่ามา”
“สายลับในจวนสกุลจางส่งข่าวมาว่า จางเหว่ยแอบพบกับคนจากจวนแม่ทัพใหญ่กลางดึกคืนนี้ และดูเหมือนว่า... พวกมันกำลังวางแผนจะยัดเยียดข้อหา 'กบฏ' ให้แก่ร้านค้าของตระกูลหลินโดยใช้เอกสารปลอมที่ประทับตราของราชสำนักพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่เฉิงหันกลับมามองเฟยอวี่ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้นทันตาเห็น “ดูเหมือนศัตรูของเจ้าจะทนรอไม่ไหวเสียแล้ว เฟยอวี่... เจ้าจะให้ข้าจัดการพวกมันตอนนี้เลยหรือไม่ หรือเจ้าต้องการจะดูให้เห็นกับตาว่า 'ของขวัญ' ที่พวกมันเตรียมไว้ให้เจ้า คืออะไรกันแน่?”
เฟยอวี่สูดหายใจลึก แววตาที่เคยหวั่นไหวกลับมาคมกริบและเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง นางฉีกยิ้มที่มุมปากเป็นยิ้มที่ไร้ซึ่งความปราณีใดๆ
“ในเมื่อพวกมันอยากให้ข้าตายด้วยความผิดฐานกบฏ... ข้าก็จะเป็นคนจัดเตรียม 'หลักฐาน' ชิ้นสุดท้ายไว้รอรับพวกมันในงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้เองเพคะ ท่านอ๋อง... คืนนี้ เราไปเยี่ยมจวนจางเหว่ยกันหน่อยดีไหม?”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกเหมยปลายฤดู" ในความเข้มข้นบทนี้ด้วยกันนะคะ
หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 19
เปิดเผยความในใจ
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!