หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 18

การลอบสังหาร

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
"เจ้าคิดว่าความลับในหีบไม้จันทน์หอมใบนั้น จะช่วยให้เจ้ามีลมหายใจอยู่ในจวนอ๋องได้นานอีกกี่วันกัน หลินเฟยอวี่" เสียงกระซิบแหบพร่าดั่งงูพิษดังมาจากเงามืดหลังกำแพงศิลา ในขณะที่หลินเฟยอวี่กำลังก้าวเท้าผ่านตรอกแคบหลังร้านผ้าไหมของนาง แสงจันทร์คืนนี้หม่นหมองนัก มันถูกบดบังด้วยก้อนเมฆหนาทึบ ราวกับกำลังกดทับความรู้สึกไม่สู้ดีที่ตีรวนอยู่ในอกของนางมาตลอดทั้งวัน เฟยอวี่หยุดฝีเท้า กลิ่นอายสังหารที่อบอวลอยู่ในอากาศไม่ได้ทำให้นางตื่นตระหนก แต่นางกลับเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา แววตาของหญิงสาวคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการเจียระไน "การที่เจ้ากล้าดักรอข้าในที่ลับตาเช่นนี้ แสดงว่าจางเหว่ยคงเริ่มร้อนรนจนทนไม่ไหวแล้วสินะ บอกมันไปว่าต่อให้มันส่งสุนัขรับใช้มาอีกกี่ตัว ความพินาศที่มันเคยก่อไว้ในชาติก่อน... ข้าจะทวงคืนด้วยดอกเบี้ยที่มันต้องชดใช้ด้วยเลือด" ยังไม่ทันสิ้นคำ ใบมีดเย็นเฉียบก็พุ่งแหวกอากาศตรงมาที่ลำคอระหงของนางอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ! เฟยอวี่เบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณที่ขัดเกลามาจากความตายในอดีต ผ้าคลุมไหล่ของนางขาดวิ่นหลุดร่วงลงพื้นพร้อมกับแรงปะทะที่เฉี่ยวผ่านหัวไหล่ไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด หญิงสาวอาศัยจังหวะที่มือสังหารเสียหลักเพราะแรงเหวี่ยง พุ่งตัวเข้าหาเงามืดนั้นอย่างไม่เกรงกลัว นางไม่ได้ไร้ทางสู้ นางซ่อนเข็มอาบยาพิษที่สกัดจากสมุนไพรหายากไว้ในแขนเสื้อเสมอ ทว่า... คู่ต่อสู้มีมากกว่าที่นางคาดการณ์ไว้ เงาร่างสีดำอีกสามคนกระโจนลงมาจากหลังคาพร้อมกัน รัศมีดาบที่วาววับสะท้อนแสงจันทร์คร่าความหวังที่จะหลบหนีไปจนหมดสิ้น เฟยอวี่กัดฟันแน่น แววตาสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม นางรู้ดีว่าหากวันนี้ต้องตาย นางจะไม่มีวันปล่อยให้พวกมันได้ในสิ่งที่ต้องการ "คิดจะปิดปากข้าหรือ? พวกเจ้าประเมินค่าของหลินเฟยอวี่ต่ำเกินไปแล้ว!" นางตวาดลั่น พร้อมกับสะบัดพัดเหล็กกล้าที่แฝงกลไกซ่อนอยู่ข้อมือออกมารับคมดาบ เสียงโลหะปะทะกันดังกังวานก้องตรอกแคบ ฉับ! ดาบเล่มหนึ่งเฉี่ยวเข้าที่ต้นแขนของนาง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนเฟยอวี่ต้องทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง เลือดสีแดงสดซึมผ่านผ้าไหมสีครามจนกลายเป็นสีคล้ำ นางหอบหายใจถี่ สายตาจ้องเขม็งไปที่หัวหน้ามือสังหารที่กำลังย่างสามขุมเข้ามา ความหวังที่จะรอดเริ่มริบหรี่ แต่หัวใจของนางกลับเต้นรัวด้วยความเคียดแค้นที่ไม่ยอมดับมอด "ลาก่อน... นายหญิงหลิน" มือสังหารเงื้อดาบขึ้นสุดแรงหมายจะปลิดชีพในครั้งเดียว ทว่าในจังหวะที่ความตายอยู่ห่างเพียงคืบ แสงสีเงินวับวาวก็พุ่งผ่านอากาศราวกับสายฟ้าแลบ ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นถูกดีดด้วยพลังภายในมหาศาล ปะทะเข้าที่ข้อมือของมือสังหารจนดาบหลุดจากมือ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทจะร่อนลงมาดุจพยัคฆ์เหินลม ขวางกั้นระหว่างเฟยอวี่กับกลุ่มมือสังหารไว้อย่างสง่างาม "คนของข้า... ใครอนุญาตให้พวกเจ้าแตะต้อง?" น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่กดทับจนบรรยากาศโดยรอบดูหนักอึ้ง หลี่เฉิงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่เหล่ามือสังหารเลย เขามองเพียงหญิงสาวที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่ด้านหลัง—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความแค้นที่อัดแน่นจนเกินควบคุม "ท่านอ๋อง..." กลุ่มมือสังหารชะงักงัน แววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเมื่อเผชิญหน้ากับฉินอ๋องผู้ที่ใครๆ ต่างตราหน้าว่าไร้น้ำยา แต่ไอสังหารที่แผ่ออกมาในยามนี้กลับกดดันจนพวกมันแทบหยุดหายใจ "หลี่เฉิง... เจ้ามาทำไม" เฟยอวี่พึมพำ น้ำเสียงของนางเจือไปด้วยความสับสนและอ่อนแรง หลี่เฉิงไม่หันกลับไปมอง แต่เขาขยับกายบังร่างของนางไว้อย่างมิดชิด มือหนาของเขาเอื้อมไปคว้ากุมมือของเฟยอวี่ไว้แน่น ความอบอุ่นจากอุ้งมือของเขาส่งผ่านไปยังผิวหนังที่กำลังเย็นเฉียบของนางอย่างแปลกประหลาด "ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าเจ้าเป็นของข้า... ไม่ว่าชีวิตหรือความตาย ไม่มีผู้ใดในใต้หล้านี้มีสิทธิ์มาแย่งชิงเจ้าไปจากมือข้าได้ แม้แต่พญามัจจุราชเองก็ต้องผ่านดาบของข้าไปก่อน" เขาไม่ได้หันมามองนาง แต่เฟยอวี่รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวภายใต้แผ่นหลังกว้างนั้น ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามฝังกลบไว้ในใจตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเริ่มสั่นคลอน มือสังหารที่เหลืออยู่ต่างมองหน้ากันอย่างเลิกลัก ก่อนจะตัดสินใจพุ่งเข้าโจมตีพร้อมกันด้วยความสิ้นหวัง หลี่เฉิงไม่แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝัก เพียงแค่พลิกตัวด้วยท่วงท่าที่พริ้วไหวแต่หนักแน่น เขาก็ซัดร่างของชายฉกรรจ์ทั้งสามกระเด็นไปกระแทกกำแพงจนกระอักเลือดและหมดสติไปในทันที เมื่อความเงียบสงัดกลับคืนมา หลี่เฉิงจึงค่อยๆ หันกลับมามองเฟยอวี่ ดวงตาคมกริบของเขาวูบไหวเมื่อเห็นรอยเลือดที่แขนเสื้อของนาง "เจ็บมากหรือไม่" เขาถาม เสียงที่เคยดุดันกลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เฟยอวี่จ้องมองดวงตาของเขา ลึกเข้าไปในแววตาคู่นั้นนางเห็นความห่วงใยที่จริงใจเกินกว่าที่ตัวหมากตัวหนึ่งจะมีให้กัน แต่นางยังไม่ทันได้เอ่ยตอบ สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นจดหมายลับที่หล่นออกมาจากอกเสื้อของหัวหน้ามือสังหารที่เพิ่งสลบไป ตราประทับบนจดหมายนั้นทำให้หัวใจของนางหยุดเต้น มันคือตราประจำตัวของ... อนุเหมยเซียน ทว่านั่นยังไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจที่สุด เมื่อเฟยอวี่ก้มลงหยิบจดหมายขึ้นมาดู แสงจากตะเกียงในตรอกเผยให้เห็นเนื้อหาด้านใน นางเบิกตากว้างเมื่อพบว่ารายชื่อผู้มีส่วนร่วมในการลอบสังหารครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่คนของจางเหว่ย... แต่มีชื่อของบุคคลที่นางให้ความไว้วางใจที่สุดแฝงอยู่ด้วย! "นี่มันหมายความว่าอย่างไร..." นางพึมพำ มือไม้สั่นเทา หลี่เฉิงชะงักไปเมื่อเห็นสีหน้าของนาง เขาแย่งจดหมายไปอ่านและสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที "เฟยอวี่... เรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่เจ้าคิด ข้าเกรงว่าศัตรูที่แท้จริงของเจ้า... อาจจะไม่ได้อยู่แค่ในจวนตระกูลหลิน" ในขณะที่ทั้งสองกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความตื่นตระหนก เสียงฝีเท้าของทหารหลวงนับร้อยก็ดังขึ้นจากทั้งสองฝั่งของตรอก พร้อมกับเสียงของขันทีกังวานที่ประกาศก้องทำลายความเงียบ "พระราชโองการจากฝ่าบาท! จับกุมตัวฉินอ๋องและสตรีแซ่หลินฐานสมคบคิดก่อกบฏ!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกเหมยปลายฤดู" ในความเข้มข้นบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%