หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 17

ความแค้นในใจ

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
"เจ้ายังกล้าเรียกข้าว่าพี่หญิงอีกหรือ? ในเมื่อเลือดจากรอยแส้บนหลังข้าในวันนั้น ยังหลั่งรินไม่เหือดแห้งดีเสียด้วยซ้ำ" น้ำเสียงของหลินเฟยอวี่ราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์ที่เปล่งออกมากลับคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องโถงรับรอง จอกชาในมือของอนุเหมยเซียนสั่นไหวจนน้ำชาสีอำพันกระฉอกเปื้อนอาภรณ์ผ้าไหมราคาแพง นางแสร้งเบิกตากว้างทำหน้าซื่อไร้เดียงสา ทั้งที่มือที่กำชายกระโปรงไว้แน่นนั้นกำลังสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว "คุณหนูรอง... ท่านกำลังกล่าวหาข้าเรื่องอันใดกันเจ้าคะ ข้าเพียงแค่อยากนำขนมดอกกุ้ยฮวามาให้ท่านตามประสาพี่น้อง..." หลินเฟยอวี่วางจอกชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ดังกังวานบาดหู นางเอนกายพิงพนักเก้าอี้ สายตาคมปลาบดั่งพญาเหยี่ยวจับจ้องไปยังใบหน้าที่พยายามปั้นแต่งให้ดูน่าสงสารนั้นอย่างไม่ลดละ ในหัวของนางไม่ได้เห็นเพียงหญิงสาวตรงหน้า แต่ภาพอดีตอันแสนขมขื่นย้อนกลับมาฉายชัด—ภาพที่นางถูกจางเหว่ยตบหน้าจนมุมปากแตก ร่างกายที่เคยเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ต้องกลายเป็นทาสรับใช้ในเรือนหลัง ถูกเหมยเซียนราดน้ำมันร้อนๆ ลงบนฝ่ามือเพียงเพราะต้องการขโมยแหวนหยกประจำตระกูลไปขาย ความเจ็บปวดในภพก่อนไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา แต่มันกลับหยั่งรากลึกเป็นเพลิงแค้นที่รอวันแผดเผา "ขนมดอกกุ้ยฮวาที่เจ้าทำ... ใส่ 'ผงรากสังหาร' ลงไปด้วยหรือไม่?" เฟยอวี่แค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไร้ความอบอุ่น แต่กลับเยือกเย็นจนคนมองรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางหิมะในฤดูเหมันต์ "พี่หญิงเหมยเซียน เจ้าคงลืมไปแล้วว่าความทรงจำของข้า... มันไม่ได้เลือนรางอย่างที่เจ้าปรารถนา" เหมยเซียนหน้าถอดสี รีบลุกขึ้นยืนหมายจะก้าวถอยหนี ทว่าจังหวะนั้นเอง ประตูห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกกว้าง จางเหว่ยในชุดขุนนางเต็มยศก้าวเข้ามาด้วยท่าทีวางอำนาจ เขากวาดสายตามาที่เฟยอวี่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภและหิวกระหาย ก่อนจะเหลือบมองเหมยเซียนที่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล "เกิดเรื่องอันใดขึ้น! เฟยอวี่ เจ้ากำลังรังแกน้องสาวเจ้าอีกแล้วหรือ" จางเหว่ยตะคอกเสียงกร้าว นี่คือชายผู้ที่นางเคยยอมสละทุกอย่างให้ ในชาติก่อนนางหลงเชื่อในคำลวงว่าเขาคือที่พึ่งพิง แต่ท้ายที่สุด เขากลับถีบหัวนางส่งให้ตายอย่างทรมานเพื่อขึ้นสู่ตำแหน่งขุนนางใหญ่ร่วมกับหญิงชั่วผู้นี้ เฟยอวี่ไม่ได้หวั่นเกรง นางยืนขึ้นช้าๆ ท่วงท่าองอาจสง่างามราวกับหงส์ที่กำลังสยายปีก ความเกลียดชังที่กัดกินหัวใจถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี "ท่านพี่จางเหว่ย... ท่านมาได้จังหวะพอดี ข้ากำลังจะถามพอดีว่า ของกำนัลที่ท่านส่งมาในงานเลี้ยงคราวก่อน เหตุใดจึงมีจดหมายลับแนบมาด้วยว่า ท่านต้องการ 'กำจัด' ขวางทางให้พ้นจากตระกูลหลินกันเล่า?" จางเหว่ยชะงักงัน ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยโทสะซีดเผือดลงทันที "เจ้า... เจ้าพูดย้อนความอันใด ข้าไม่เข้าใจ!" "ไม่เข้าใจหรือ?" เฟยอวี่ก้าวเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ แววตาของนางดุดันจนจางเหว่ยต้องถอยหลังกรูด "ข้าไม่ได้แค่เข้าใจ แต่ข้าจำได้ดี... ทุกหยดน้ำตา ทุกบาดแผล ทุกคำโกหกที่พวกเจ้าปั่นหัวข้าให้เป็นคนโง่งม จางเหว่ย ท่านอย่าได้ฝันหวานว่าคราวนี้ข้าจะเป็นกระดานให้พวกท่านเดินหมากข้ามไปสู่ความร่ำรวยอีก" นางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ห่างเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมจางๆ จากกายของนางทำให้ชายหนุ่มชะงักด้วยความหลงใหลชั่ววูบ ทว่าในวินาทีถัดมา เขากลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคอด้วยมือที่มองไม่เห็นเมื่อเฟยอวี่กระซิบเสียงต่ำ "สิ่งที่พวกเจ้าพรากไปจากข้า... ข้าจะทวงคืนให้ครบถ้วน ทั้งสมบัติ เกียรติยศ... และชีวิต" ฉินอ๋องหลี่เฉิงที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ในเงามืดหลังฉากกั้นไม้ฉลุ แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความพึงพอใจ เขาไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปขัดขวาง เพราะนางคือพยัคฆ์สาวที่กำลังตื่นจากภวังค์ และเขาก็คือผู้ที่พร้อมจะสนับสนุนให้นางขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุด ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์หลวงก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับหยุดหายใจ "มีพระราชโองการจากฝ่าบาท! ตรวจพบหลักฐานการโกงกินภาษีในเขตการค้าทางใต้ พบตราประทับของตระกูลจางซุกซ่อนอยู่ในเรือนพักของท่านจางเหว่ย!" ใบหน้าของจางเหว่ยเปลี่ยนเป็นสีเทาดั่งศพทันที เขาหันไปมองเหมยเซียนที่เริ่มร้องไห้ฟูมฟายด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่หลินเฟยอวี่เพียงแค่ยิ้ม... ยิ้มที่ดูเหมือนนางจะรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง นางค่อยๆ หันหลังกลับไปมองที่ฉากกั้นไม้ฉลุ ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับดวงตาคมกล้าของฉินอ๋องที่ซ่อนตัวอยู่ และในวินาทีที่เขาก้าวออกมาจากเงามืดนั้นเอง สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น... "คุณหนูหลิน... ตราประทับนั่นข้าเป็นคนนำไปไว้เอง แต่ที่ข้ามาในวันนี้ ไม่ได้มาเพื่อส่งจางเหว่ยเข้าคุกหรอกนะ" หลี่เฉิงเอ่ยขึ้นพลางขยับยิ้มเย็นที่มุมปาก ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของเฟยอวี่เบาๆ "ข้ามาเพื่อเตือนเจ้า... ว่าคนที่สังหารเจ้าในชาติก่อน ไม่ใช่แค่สองคนนี้หรอก" หลินเฟยอวี่ตัวแข็งทื่อ คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เพราะเบื้องหลังจางเหว่ยยังมีอีกคนที่นางคิดว่าตายไปแล้ว... คนที่ถือครองอำนาจเหนือกว่าอ๋องทุกองค์ในแผ่นดินนี้! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกเหมยปลายฤดู" ในความเข้มข้นบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%