หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 9

ขยายอาณาจักร

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
“เจ้าคิดว่าโรงน้ำชาแห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งรวมข่าวสาร หรือกลายเป็นหลุมศพของตัวเจ้าเองกันแน่, คุณหนูหลิน?” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดของร้าน หลินเฟยอวี่ไม่ได้หันไปมองในทันที นางยังคงบรรจงเช็ดจอกชาเคลือบหยกในมือด้วยผ้าไหมเนื้อดี แววตาของนางนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงลม “หากข้ากลัวหลุมศพ ป่านนี้คงไปนอนสงบนิ่งใต้ป้ายวิญญาณตั้งแต่วันที่สามีเก่าของข้าหยิบยื่นยาพิษให้ดื่มแล้ว จางเหว่ย” นางเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังเอ่ยถึงคนแปลกหน้าที่ไร้ค่าที่สุดในใต้หล้า จางเหว่ยเดินออกมาจากเงามืด ชุดผ้าไหมสีเข้มขับให้ใบหน้าที่เคยดูอ่อนโยนในสายตานางเมื่อชาติก่อน บัดนี้กลับดูบิดเบี้ยวด้วยความทะเยอทะยานที่ปิดไม่มิด ข้างกายเขาคืออนุเหมยเซียนที่เกาะแขนเขาแน่นราวกับปลิงดูดเลือด นางส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบไปด้วยยาพิษมาให้ “พี่หญิง วันนี้ร้านเงียบเหงานัก ไม่สมกับที่ท่านทุ่มเงินซื้อที่ดินทำเลทองตรงข้ามจวนอ๋องเลยนะเจ้าคะ” เหมยเซียนหัวเราะเบาๆ ดวงตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบโรงน้ำชา ‘รุ่ยเฟิง’ ที่เพิ่งเปิดทำการได้เพียงชั่วยาม “คนในเมืองหลวงต่างร่ำลือกันว่า ท่านกำลังจะเปิดกิจการค้าข่าว หรือจริงๆ แล้วท่านแค่เหงาจนต้องหาทางเอาตัวเข้าไปพัวพันกับอำนาจมืดกันแน่?” เฟยอวี่วางจอกชาลงบนโต๊ะไม้สักเสียงดัง *กริ๊ก* จังหวะที่มันกระทบพื้นไม้นั้นหนักแน่นและกังวาน นางเงยหน้าขึ้น สบตากับคนทั้งสองด้วยแววตาที่เยือกเย็นจนฝ่ายตรงข้ามชะงัก “อำนาจมืดหรือจะสู้ใจคนที่ดำมืดเสียยิ่งกว่า” เฟยอวี่ก้าวเดินช้าๆ ไปหาคนทั้งสอง “ข้าเปิดโรงน้ำชาเพื่อค้าความจริง ส่วนพวกท่าน... ที่มาถึงที่นี่ในยามที่ร้านยังไม่เปิดให้คนนอกเข้า คือความจริงข้อไหนกัน? ความจริงที่ว่าพวกท่านกลัวข้า หรือความจริงที่ว่าพวกท่านกำลังเดือดร้อนจนต้องมาหาเงินก้อนสุดท้ายในกระเป๋าข้า?” จางเหว่ยกำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ “เจ้าหลงตัวเองเกินไปเฟยอวี่ สมบัติของตระกูลหลินไม่ควรตกอยู่ในมือหญิงหม้ายที่ไร้ที่พึ่งอย่างเจ้า ส่งโฉนดที่ดินที่เหลือมา แล้วข้าจะเมตตาปล่อยให้เจ้าไปใช้ชีวิตในชนบทอย่างสงบ” “เมตตาหรือ?” เฟยอวี่หัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ “ข้าเคยได้รับ ‘ความเมตตา’ นั้นมาแล้วเมื่อชาติก่อน... ซึ่งข้าก็ตอบแทนพวกท่านคืนไปแล้วอย่างสาสมจนแทบจะจำไม่ได้ว่าพวกท่านคือใคร” ท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่น เสียงฝีเท้าหนักแน่นจากบุรุษอีกผู้หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ฉินอ๋องหลี่เฉิงก้าวเข้ามาในร้านด้วยชุดสีน้ำเงินเข้มขลิบทอง แววตาของเขาไม่ได้มองจางเหว่ยเลยแม้แต่น้อย เขามองเพียงสตรีที่ยืนเด่นท่ามกลางวงล้อมของผู้มุ่งร้ายด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะก้าวเข้ามาเพื่อปกป้อง แต่เมื่อสังเกตดีๆ แววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความคาดหวังที่จะดู ‘เกม’ นี้จนจบ “ที่นี่เปิดขายชา หรือเปิดขายความขัดแย้งกันแน่?” เสียงของหลี่เฉิงราบเรียบ ทว่ามีอำนาจกดทับจนจางเหว่ยต้องโน้มตัวลงทำความเคารพอย่างเลี่ยงไม่ได้ “ท่านอ๋อง...” จางเหว่ยรีบเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อมทันที “ข้าขาย ‘ข่าว’ ที่ไม่มีใครอยากให้เปิดเผย” เฟยอวี่แทรกขึ้นโดยไม่เกรงกลัวสายตาของทั้งสองฝ่าย นางหันไปสบตาหลี่เฉิง “และข่าวล่าสุดที่ข้าเพิ่งได้รับมา ดูเหมือนว่าจะมีคนลักลอบนำตราประทับของกรมคลังไปปลอมแปลงเพื่อกว้านซื้อที่ดินรอบกำแพงเมือง... ท่านอ๋องสนใจจะฟังต่อในห้องส่วนตัวหรือไม่เพคะ?” ความเงียบเข้าปกคลุมทันที ใบหน้าของจางเหว่ยซีดเผือดราวกับคนตาย อนุเหมยเซียนถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตื่นตระหนก นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เฟยอวี่รู้... นางรู้ลึกถึงขั้นที่ว่าใครคือคนบงการ หลี่เฉิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยนิ่งสงบเปลี่ยนเป็นประกายวาวโรจน์ เขาเดินผ่านจางเหว่ยไปอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าเฟยอวี่ “เจ้ากล้าดึงข้าลงมาในโคลนตมนี้เชียวหรือ?” “โคลนตมหรือบันไดก้าวสู่บัลลังก์... ขึ้นอยู่กับว่าท่านอ๋องมองมันอย่างไร” เฟยอวี่กระซิบคำตอบที่แผ่วเบาทว่าทรงพลังพอที่จะสั่นคลอนหัวใจของบุรุษผู้กุมอำนาจ ทว่าในวินาทีที่จางเหว่ยตัดสินใจจะชักมีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อหมายจะปลิดชีพสตรีตรงหน้าให้สิ้นเรื่องสิ้นราว ประตูโรงน้ำชาที่ปิดสนิทกลับถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของทหารราชองครักษ์นับสิบคนที่กรูกันเข้ามาล้อมตัวพวกเขาทั้งหมดไว้ ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งในชุดขุนนางชั้นสูงก้าวตามเข้ามา เขามองจางเหว่ยด้วยสายตาเย็นชา “จางเหว่ย... เจ้าถูกกล่าวหาว่ายักยอกตราประทับหลวงและคบคิดกับกบฏ... จงทิ้งอาวุธเสีย” เฟยอวี่เพียงแค่ยิ้มมุมปาก ความเย็นเยียบแผ่ออกมาจากดวงตาของนางในขณะที่นางหันไปมองจางเหว่ยที่ตัวสั่นเทา เพราะนางรู้ดีว่า ‘หลักฐาน’ ที่นำทหารมาในวันนี้ ไม่ได้มาจากกรมคลัง แต่มันถูกปลูกฝังลงในกระเป๋าของจางเหว่ยโดยฝีมือของนางเองเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และจางเหว่ย... จะไม่มีวันได้เห็นตะวันขึ้นในวันพรุ่งนี้อีกเป็นอันขาด ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเฟยอวี่ในเส้นทางแห่งการพลิกชะตาครั้งนี้ครับ - หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%