“จางเหว่ย... ข้าไม่เคยอนุญาตให้เจ้าหายใจรดรดรอยมลทินบนกล่องของหมั้นเหล่านี้”
เสียงของหลินเฟยอวี่ราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความกำเริบเสิบสานของชายตรงหน้า นางนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์หอม ดวงตาดุจดั่งธารน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลายจ้องมองกล่องไม้สลักลายหงส์ทองที่ถูกวางกองอยู่กลางโถงรับรอง กลิ่นกำยานที่เคยหอมรื่นกลับดูน่าสะอิดสะเอียนในสายตานาง เมื่อเทียบกับความโสมมของผู้ที่นำมันมาวาง
จางเหว่ยแค่นยิ้ม มุมปากของเขากระตุกขึ้นอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า “เฟยอวี่ เจ้ายังคงดื้อรั้นไม่เปลี่ยน งานหมั้นครั้งนี้คือความเมตตาที่ตระกูลจางหยิบยื่นให้เจ้า ในวันที่บิดาเจ้าสิ้นลมและกิจการตระกูลหลินกำลังจะล้มละลาย หากไม่มีข้า... เจ้าก็เป็นเพียงหงส์ปีกหักที่รอวันถูกเชือด”
“หงส์ปีกหักหรือ?” เฟยอวี่แค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะของนางแผ่วเบาแต่ก้องกังวานไปทั่วโถง “เจ้าพูดเหมือนกับว่าความมั่งคั่งของตระกูลหลินเป็นของเจ้าตั้งแต่ยังไม่เริ่มนับนิ้วเสียด้วยซ้ำ อนุเหมยเซียน... เจ้าเองก็คงคิดเช่นนั้นสินะ ถึงได้ยืนยิ้มระรื่นอยู่ข้างกายเขาด้วยชุดผ้าไหมที่ตัดเย็บจากเงินในบัญชีร้านค้าของข้า”
อนุเหมยเซียนที่ยืนกุมมืออยู่อีกฝั่งสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำน้ำตานองหน้า “คุณหนูหลิน... ข้ากับพี่จางรักกันด้วยใจจริง เหตุใดท่านต้องมองพวกเราด้วยสายตาเช่นนี้ ท่านก็รู้ว่าท่านหมั้นหมายกับคุณชายจางไว้แล้ว เรื่องของท่านกับองค์ชายสาม... มันเป็นเพียงอดีตที่ฝังกลบไปนานแล้วมิใช่หรือ?”
เฟยอวี่วางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบของถ้วยกระเบื้องเคลือบกับจานรองดัง ‘กริ๊ก’ ราวกับเสียงมัจจุราชเคาะประตูห้องขัง นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าองอาจดุจพญาหงส์ที่แผ่รังสีคุกคามจนบรรยากาศในห้องดูหนักอึ้ง “อดีตหรือ? บางทีเจ้าอาจจะลืมไปว่าในโลกนี้... สิ่งที่ตายไปแล้ว อาจจะฟื้นคืนชีพกลับมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของตน”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมหาศาลก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากเบื้องนอกพื้นปฐพีสั่นสะเทือนจนแจกันลายครามบนโต๊ะสั่นไหว จางเหว่ยชะงัก สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากเย่อหยิ่งเป็นซีดเผือด เขารีบก้าวออกไปที่ระเบียงโถง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นกองทัพชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทตั้งแถวหน้ากระดานอยู่หน้าประตูจวน
“กองทัพพยัคฆ์พิทักษ์... เป็นไปไม่ได้! พวกมันต้องถูกฝังอยู่ที่ชายแดนอุดร!” จางเหว่ยสบถออกมาด้วยความตระหนก
ประตูโถงใหญ่ถูกผลักออกด้วยแรงมหาศาลจนแทบหลุดจากบานพับ บุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามา เขาสวมชุดเกราะเต็มยศรอยเลือดและฝุ่นดินยังคงติดอยู่บนผ้าคลุมไหล่สีแดงสด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองเพียงแค่สตรีที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า... หลินเฟยอวี่
“ข้ากลับมาแล้ว เฟยอวี่” เสียงของเขาแหบพร่า ทว่าทรงอำนาจอย่างยิ่ง “ข้ากลับมาเพื่อทวงคืนทั้งแผ่นดิน และ... คู่หมั้นที่เจ้าควรจะมอบให้ข้าเพียงผู้เดียว”
จางเหว่ยพยายามจะขยับกายขวาง “เจ้าเป็นใคร! บังอาจเหลือเกินที่มาขัดขวางงานหมั้นของตระกูลจาง!”
บุรุษผู้นั้นเพียงแค่เหลือบมองด้วยหางตา เพียงชั่วพริบตาเดียว มือหนาก็ชักกระบี่ออกจากฝัก ‘ฉับ’ เดียว! กล่องของหมั้นที่จางเหว่ยนำมาถูกฟันขาดสะบั้น ข้าวของมีค่ากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น แต่สิ่งที่ร่วงหล่นลงมากลางห้องกลับไม่ใช่ของมีค่าที่ควรจะเป็น แต่มันคือตราประทับปลอมของกรมคลังหลวงที่ซ่อนอยู่ในชั้นลับของกล่อง!
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เฟยอวี่เหยียดยิ้มอย่างเย็นชา “ดูเหมือนของหมั้นของท่าน จะเป็นหลักฐานมัดตัวความผิดฐานกบฏได้เป็นอย่างดีเลยนะ ท่านจางเหว่ย”
จางเหว่ยตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลพราก “เจ้า... พวกเจ้าวางแผนกันไว้!”
“ข้าไม่ได้วางแผน” หลินเฟยอวี่ก้าวเดินไปหาบุรุษผู้กลับมาจากความตาย นางช้อนสายตามองเขาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก “ข้าแค่รอคอย... รอคอยวันที่หมาหมาจะตายใจในกองเงินที่ตัวเองขโมยมา”
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังพุ่งสู่จุดเดือดนั้นเอง เสียงปรบมือดังขึ้นจากมุมมืดของโถงด้านหลัง ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดด้วยท่าทีเกียจคร้าน ใบหน้าที่คุ้นเคยดีทำให้หัวใจของเฟยอวี่กระตุกวูบ
“ช่างเป็นฉากรักที่น่าประทับใจเสียจริง” ฉินอ๋องหลี่เฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่านัยน์ตาเขากลับเต็มไปด้วยความเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความปรารถนาบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัว “แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือองค์ชายสาม... ว่าคนที่จะตบแต่งหลินเฟยอวี่เข้าตำหนักอ๋อง... คือข้า ไม่ใช่เจ้า”
เขาก้าวมาถึงจุดกึ่งกลางระหว่างคนทั้งสอง ก่อนจะหยุดยืนข้างเฟยอวี่ แล้วกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกไปถึงกระดูกสันหลัง “ข้าว่า... เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวกว่านี้หน่อยนะ เฟยอวี่... เพราะของหมั้นที่เจ้าได้รับจากข้านั้น... มันไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่เป็น ‘หัวใจ’ ทั้งดวงของเมืองหลวงแห่งนี้”
เฟยอวี่นิ่งค้าง สายตาปะทะกับแววตาของทั้งสองบุรุษผู้กุมอำนาจที่นางพยายามเลี่ยง... นี่คือเกมที่นางไม่ได้เป็นผู้กำหนดเพียงลำพังอีกต่อไป
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิหัวใจครั้งนี้ไปด้วยกันครับ - หมอกเหมยปลายฤดู
หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 8
ทวงคืนของหมั้น
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!