หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 10

เสียงนินทาในเมืองหลวง

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
"ใครจะไปคิดว่าสตรีที่เคยถูกตราหน้าว่าไร้ค่าอย่างหลินเฟยอวี่ จะสามารถเนรมิตเครื่องประดับหยกมังกรคู่จากร้าน 'รุ่งอรุณทอแสง' ให้กลายเป็นของหายากที่เหล่าฮูหยินขุนนางชั้นสูงต้องแย่งชิงกันจนแทบจะฉีกหน้ากันกลางงานเลี้ยงน้ำชาได้?" เสียงกระซิบกระซาบที่แฝงไปด้วยความอิจฉาริษยาดังมาจากมุมมืดของศาลาพักผ่อนในจวนขุนนางใหญ่ หลินเฟยอวี่นั่งจิบชาอูหลงชั้นเลิศอยู่ไม่ไกลนัก ใบหน้าเรียบเฉยดุจผิวน้ำในยามไร้ลม นางไม่ได้หันไปมองสตรีสองนางที่กำลังนินทาตนเอง แต่เรียวนิ้วที่กรีดกรายจับถ้วยกระเบื้องเคลือบนั้นกลับขยับอย่างมั่นคง ในชาติก่อน... นางเคยเป็นเพียงเบี้ยล่างที่ยอมให้คนพวกนี้เหยียบย่ำ แต่ในชาตินี้นางคือผู้กำหนดกระดานหมาก "นั่นสิเจ้าคะ ข้าได้ยินมาว่าเมื่อวานนี้ แม้แต่พระชายาฉินยังต้องส่งคนมาสั่งจองล่วงหน้า เห็นว่าท่านอ๋องหลี่เฉิงเองก็ทรงโปรดปรานงานฝีมือของนางเป็นพิเศษ... ช่างน่าขำนัก ตระกูลหลินที่ล่มสลายไปแล้ว เหตุใดนางถึงมีทุนรอนมากมายขนาดนั้นได้" เสียงนั้นแหลมสูงและเปี่ยมไปด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด หลินเฟยอวี่คลี่ยิ้มบางที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แววตาของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก สิ่งที่พวกนางไม่รู้คือ สมบัติที่แท้จริงของตระกูลหลินไม่ได้อยู่ที่เงินทอง แต่มันคือบันทึกเส้นทางการค้าลับที่บรรพบุรุษซ่อนไว้ ซึ่งในตอนนี้มันอยู่ในกำมือของนางจนหมดสิ้นแล้ว "หลินเฟยอวี่!" เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการก้าวย่างที่หนักแน่น จางเหว่ยเดินเข้ามาในสวนด้วยชุดผ้าไหมราคาแพงที่ดูขัดกับแววตาละโมบของเขา ข้างกายเขามีอนุเหมยเซียนที่คอยบีบแขนเขาเบาๆ คล้ายจะเตือนสติ ทว่าดวงตาของจางเหว่ยกลับจับจ้องไปที่สร้อยข้อมือหยกสีโลหิตบนข้อมือของหลินเฟยอวี่ด้วยความกระหาย "เจ้าหายไปไหนมาหลายวัน? รู้หรือไม่ว่าการกระทำของเจ้ากำลังทำให้ชื่อเสียงตระกูลจางต้องมัวหมอง" จางเหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งตำหนิ เขาเชื่อมั่นเหลือเกินว่าหากเขาข่มขวัญสตรีตรงหน้าได้ นางก็จะยังคงเป็นไก่ในกำมือที่ยอมทำตามคำสั่งเขาเช่นเคย หลินเฟยอวี่วางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง 'กริ๊ก' แผ่วเบา แต่กลับทำให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นเงียบกริบลงทันที นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองอดีตสามีด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช "ตระกูลจางงั้นหรือ?" นางทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากทว่ากังวานกังวานก้องไปทั่วบริเวณ "คุณชายจาง... ในเมื่อข้าหย่ากับท่านขาดแล้ว ไฉนเลยท่านถึงยังกล้าทวงถามความเป็นเจ้าของในตัวข้า หรือว่าเงินที่ข้าหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของตนเอง มันไปกระตุ้นความโลภในจิตใจของท่านจนลืมสถานะของตนเองไปหมดสิ้นแล้ว?" อนุเหมยเซียนขยับเข้ามาใกล้พลางแสร้งทำเป็นร้องไห้ "พี่เฟยอวี่... ท่านอย่าได้กล่าววาจาใจร้ายเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ พี่จางเหว่ยเพียงแค่เป็นห่วง เพราะได้ยินข่าวลือหนาหูว่าท่านไปคบหากับพ่อค้าเร่เพื่อหาเงินผิดกฎหมาย หากเรื่องนี้ถึงหูทางการ ตระกูลเราจะเดือดร้อนกันหมดนะเจ้าคะ" ความตื้นเขินของหญิงสาวตรงหน้าทำให้หลินเฟยอวี่อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ช่างเป็นกลยุทธ์ที่ตื้นเขินนัก การป้ายสีด้วยข้อหาคบค้ากับพ่อค้าผิดกฎหมายในเมืองหลวงเช่นนี้ หากเป็นชาติก่อน นางคงจะตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว "ห่วงงั้นหรือ?" หลินเฟยอวี่ลุกขึ้นยืน ความสูงของนางดูเหนือกว่าอนุเหมยเซียนในทุกมิติ นางก้าวเข้าไปหาจางเหว่ยช้าๆ กลิ่นหอมจางๆ จากกายของนางทำให้จางเหว่ยถึงกับชะงัก "ข่าวลือว่าข้าคบค้ากับพ่อค้าเร่ หรือว่าข่าวลือที่ว่า... เงินในร้านของข้ามีมากกว่าเงินในคลังของจวนท่านถึงสิบเท่ากันแน่ ที่ทำให้ท่านร้อนรนจนทนไม่ไหวต้องถ่อสังขารมาหาข้าถึงที่นี่?" จางเหว่ยหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดและอับอาย "เจ้า! นังหญิงแพศยา..." "ระวังปากของท่านด้วย คุณชายจาง" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด เงาร่างสูงใหญ่ของฉินอ๋องหลี่เฉิงปรากฏตัวขึ้นจากหลังม่านต้นไม้ เขาเดินตรงเข้ามาข้างกายหลินเฟยอวี่อย่างเป็นธรรมชาติ สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีตวัดมองจางเหว่ยจนอีกฝ่ายต้องถอยกรูด จางเหว่ยหน้าซีดเผือดทันทีเมื่อเห็นบุรุษผู้ที่ไม่มีใครกล้าหาญชาญชัยที่จะต่อกรด้วย "ถวายบังคม... ท่านอ๋อง" หลี่เฉิงไม่ได้สนใจจางเหว่ยแม้แต่น้อย เขากลับหันมามองหลินเฟยอวี่ด้วยแววตาที่อ่อนโยนจนน่าตกใจ "ข้าให้คนเตรียมรถม้าไว้แล้ว ข่าวเรื่องจางเหว่ย... เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว" เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้แขกในงานต่างซุบซิบกันไม่หยุด ชื่อของหลินเฟยอวี่ในวันนี้ไม่ใช่แค่เศรษฐีนีที่ร่ำรวย แต่คือนางสตรีที่มีฉินอ๋องหนุนหลัง! ทว่าในขณะที่สถานการณ์กำลังเข้าทางนาง จางเหว่ยที่กำลังจะหันหลังกลับกลับหยุดชะงัก เขากระซิบคำหนึ่งทิ้งไว้เบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสามคน "เจ้าคิดว่าความลับเรื่อง 'ตราประทับตระกูลหลิน' จะหายไปตลอดกาลจริงๆ งั้นหรือ... เหมยเซียนไม่ได้มาตัวเปล่าหรอกนะ" หลินเฟยอวี่รู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง นางรีบหันไปมองอนุเหมยเซียนที่ยืนยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย มือของนางที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่น เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นอนุเหมยเซียนชูตราประทับสีทองชิ้นหนึ่งขึ้นมาท่ามกลางฝูงชนที่กำลังแตกตื่น! ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณทันที สายตาของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ทุกคนพุ่งเป้าไปที่ตราประทับในมือของนางนั่น... ตราประทับที่สามารถเปลี่ยนแผ่นดินนี้ได้หากมันอยู่ในมือที่ผิด "นี่คือสมบัติของตระกูลหลินที่นางขโมยมาขายไม่ใช่หรือเจ้าคะ?" อนุเหมยเซียนตะโกนขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่ฟังชัดเจนไปทั่วสวน "และที่สำคัญ... ตรานี้ยังมีลายเซ็นลับที่บ่งบอกว่านางแอบขายความลับทางทหารให้กับแคว้นศัตรู!" หลินเฟยอวี่มองไปยังหลี่เฉิงด้วยหัวใจที่เต้นรัว นี่ไม่ใช่แค่เกมการค้า แต่มันคือแผนการที่จะทำให้หัวของนางหลุดจากบ่าภายในคืนนี้! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกเหมยปลายฤดู" นะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%