กลิ่นอายชาเป่ยโหลวชั้นดีลอยกรุ่นเคล้ากับกลิ่นหมึกชั้นดีในห้องโถงรับรองของเหลาอาหารตระกูลจาง ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเยียบเย็นราวน้ำค้างกลางฤดูหนาว
"เจ้ามั่นใจนักหรือว่าใบชาที่สั่งตรงจากเจียงหนานร้อยหีบนั้น จะดึงดูดลูกค้าในเมืองหลวงได้มากกว่าใบชาดอกไม้ที่ข้าคัดสรรมาเองกับมือ" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเยาะหยันดังขึ้นจากบุรุษที่นั่งอยู่เบื้องหน้า
หลินเฟยอวี่มิได้สะท้านสะเทือน นางเพียงปรายตามองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ในมือ วางมันลงบนโต๊ะไม้จันทน์อย่างเชื่องช้า ท่วงทีสง่างามราวกับพญาหงส์ที่กำลังมองดูฝูงกาพยายามบินแข่ง
"คุณชายจาง... การค้าหาใช่การละเล่นของเด็กน้อยที่จะเอาชนะกันด้วยปริมาณความดังของเสียง ใบชาเจียงหนานของท่านต่อให้ขนมาพูนภูเขา หากไร้ซึ่ง ‘รสนิยม’ และ ‘ความลึกซึ้ง’ ในการชง ก็เป็นได้เพียงแค่น้ำล้างใบไม้ที่ขายให้คนโง่เท่านั้นนะคะ"
คำพูดของนางเฉียบคมดั่งใบมีดที่เคลือบยาพิษ จางเหว่ยหน้าถอดสี ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ในชาติภพก่อน นางคือสตรีผู้โง่งờ ยอมมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้อย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่วันนี้... หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขากลับมีแววตาที่เยือกเย็นและลึกล้ำเสียจนเขาไม่อาจคาดเดาความคิดได้
ในขณะเดียวกัน อนุเหมยเซียนที่ยืนอยู่เคียงข้างจางเหว่ย พยายามซ่อนความริษยาไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวาน นางก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับรินชาให้เฟยอวี่ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
"พี่หญิงเฟยอวี่... ไฉนท่านจึงใจร้ายกับพวกเรานักเล่าเจ้าคะ การแข่งขันเปิดร้านแข่งกันครั้งนี้ แม้ทางเราจะพยายามตามรอยกลยุทธ์ของท่านทุกประการ แต่ก็หวังว่าท่านจะเมตตา ไว้หน้าพี่ชายจางชีวีสักนิดเถอะนะเจ้าคะ" น้ำเสียงของนางเจือแววบีบคั้นน่าสงสาร หวังให้ผู้ที่ผ่านไปมามองว่าหลินเฟยอวี่เป็นฝ่ายรังแกก่อน
เฟยอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง นางไม่แม้แต่จะชายตามองจอกชาที่เหมยเซียนรินให้
"ไว้หน้าหรือคะ? เหมยเซียน... บนสนามการค้า ไม่มีคำว่าพี่น้องหรือสามีภรรยา มีเพียงผู้ชนะที่ยืนหยัด และผู้แพ้ที่ต้องก้มหัวยอมจำนน หากพวกเจ้าคิดจะใช้กลยุทธ์ตัดราคาสินค้าเพื่อแย่งชิงลูกค้าของเหลาอาหารตระกูลหลิน เกรงว่าพวกเจ้าคงประเมินความภักดีของลูกค้าประจำที่มีต่อคุณภาพสินค้าของเราต่ำเกินไปเสียแล้ว"
จางเหว่ยตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนถ้วยชาสั่นสะเทือน "หลินเฟยอวี่! อย่าลำพองใจให้มากนัก! ข้าได้กว้านซื้อวัตถุดิบอาหารทะเลหายากจากท่าเรือทางใต้ไว้หมดสิ้นแล้ว ในงานประชันสำรับอาหารอีกสามวันข้างหน้า ร้านของเจ้าจะไม่มีวัตถุดิบแม้แต่ชิ้นเดียวที่จะนำไปทำอาหารแข่งกับเราได้! ถึงเวลานั้น ต่อให้เจ้ามีลิ้นวิเศษเพียงใด ก็ทำได้แค่นظرตาปริบๆ มองร้านของข้ากวาดรายได้ถล่มทลาย!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ...
อนุเหมยเซียนลอบยิ้มอย่างได้ใจ นางคิดว่าแผนการตัดกำลังซื้อและกว้านซื้อวัตถุดิบผูกขาดของจางเหว่ยจะทำให้เฟยอวี่จนมุม แต่นางหารู้ไม่ว่า รอยยิ้มของเฟยอวี่ในยามนี้นั้น ช่างงดงามราวกับดอกไม้พิษที่กำลังรอเวลาบานสะพรั่ง
เฟยอวี่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปรับอาภรณ์ผ้าไหมปักลายเหมืองให้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นางก้าวเข้าไปใกล้จางเหว่ย ช้าๆ จนได้กลิ่นอายความร้อนรนจากตัวเขา
"ท่านคิดว่าการกว้านซื้อวัตถุดิบจากท่าเรือทางใต้จะทำให้ข้าจนมุมจริงหรือคะ... จางเหว่ย ท่านช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียจนน่าสมเพชจริงๆ อาหารทะเลหายากพวกนั้น ข้าเป็นคนปล่อยข่าวลวงให้ท่านทุ่มเงินซื้อจนหมดคลังเองต่างหากล่ะคะ"
ดวงตาของจางเหว่ยเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "เจ้า... เจ้าว่าอย่างไรนะ?!"
"เงินก้อนโตที่ท่านทุ่มลงไป ตอนนี้ได้กลายเป็นภาระก้อนมหึมาที่ถ่วงตระกูลจางให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึงแล้ว ในขณะที่ข้า... ได้สั่งนำเข้าเครื่องเทศหายากจากแดนตะวันตกและใบชาหมักโบราณจากซิน jiang มาถึงเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วค่ะ" เฟยอวี่กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจของศัตรู
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงประกาศก้องก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเหลาอาหาร
"ฉินอ๋องเสด็จ—!"
ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำปักด้ายทองปรากฏขึ้น ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน ฉินอ๋องหลี่เฉิงก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย เย็นชา ทว่าสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกลับทอดมองมาที่หลินเฟยอวี่ด้วยความลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก
"พระองค์เสด็จมาที่นี่ได้อย่างไร..." จางเหว่ยหน้าซีดเผือด รีบทรุดตัวลงคุกเข่าคำนับด้วยความหวาดกลัว
หลี่เฉิงมิได้สนใจไยดีจางเหว่ยแม้แต่น้อย พระบาทก้าวย่างมาหยุดอยู่เบื้องหน้าหลินเฟยอวี่ ก่อนจะยื่นหยกพกประจำตัวส่งให้นางต่อหน้าธารกำนัล พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่หาได้ยากยิ่ง
"เปิ่นหวังได้ยินมาว่า พระชายาในอนาคตของข้ากำลังถูกรังแกด้วยวิธีค้าขายสกปรก... เฟยอวี่ เจ้าสนใจจะให้กองคาราวานสินค้าหลวง ช่วยเปิดเส้นทางการค้าผูกขาดทั่วหล้าให้เจ้าเลยดีหรือไม่?"
บรรยากาศในห้องโถงพลันหยุดนิ่ง ราวกับเวลาถูกแช่แข็ง ท่ามกลางความตื่นตระหนกของจางเหว่ยและเหมยเซียนที่หน้าถอดสีจนไร้สีเลือด หลินเฟยอวี่กลับแย้มยิ้มรับหยกพกนั้นอย่างเยือกเย็น... แต่ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วของนางจะสัมผัสโดนเนื้อหยก ประตูห้องลับด้านหลังก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษลึกลับสวมหน้ากากเงิน ที่เอ่ยประโยคทำลายความเงียบขึ้นมาว่า—
"เกรงว่า... พระองค์คงก้าวเท้ามาช้าไปก้าวหนึ่ง เพราะสินค้าทั้งหมดของตระกูลหลิน บัดนี้ได้ตกเป็นของ 'เขา' คนนั้นไปเรียบร้อยแล้ว..."
หมอกเหมยปลายฤดูขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านมาจนถึงบทนี้นะคะ
หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 46
การประชันไหวพริบ
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!