หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 47

ความพ่ายแพ้ของคู่แข่ง

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
"เพล้ง!" เสียงถ้วยชาเคลือบหยกขาวราคาแพงลิบลิ่ว แตกละเอียดกระจายเกลื่อนพื้นห้องโถงตระกูลจาง น้ำชาสีชาดร้อนระอุสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนชายอาภรณ์ปักดิ้นทอง ทว่าไม่มีผู้ใดในห้องกล้าแม้แต่จะขยับตัวหายใจแรง จางเหว่ยยืนตัวสั่นเทา ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาหยิ่งผยองบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ดวงตาแดงก่ำราวกับคนเสียสติ จ้องมองกระดาษสัญญาซื้อขายแผ่นบางเบาราวกับใบไม้ในมือของพ่อบ้านด้วยความรู้สึกราวกับฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า หมดสิ้นแล้ว... ทุกอย่างหมดสิ้นแล้วจริงๆ "เป็นไปได้อย่างไร..." เสียงแหบพร่าเล็ดลอดไรฟันของจางเหว่ย ริมฝีปากสั่นระริกจนแทบเอ่ยคำไม่เป็นประโยค "คลังสินค้าสามแห่งในท่าเรือ... และโฉนดที่ดินร้านค้าทั่วเมืองหลวงอีกเจ็ดแห่ง เหตุใดจึงตกเป็นของหอการค้าเฟยหยุนไปได้ในชั่วข้ามคืน! พวกเจ้าตรวจสอบกันอย่างไร! สัญญาพวกนั้น ข้าเพิ่งจะจำนำไว้กับโรงรับจำนำตระกูลอู๋เมื่อวานนี้เองไม่ใช่หรือ!" พ่อบ้านเฒ่าทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายสั่นเทายิ่งกว่าใบไม้ไผ่ในพายุ "นายท่าน... โรงรับจำนำตระกูลอู๋ประกาศขายหนี้ทั้งหมดของตระกูลเราให้หอการค้าเฟยหยุนไปตั้งแต่ยามอิ๋ดแล้วขอรับ ข้า... ข้าพยายามจะไปเจรจาไถ่ถอน แต่ทางนั้นแจ้งว่า... แจ้งว่ามีคำสั่งเด็ดขาดจากผู้บริหารสูงสุด ห้ามขายคืนให้ตระกูลจางเป็นอันขาดขอรับ!" ภายในห้องโถงกว้าง ความเงียบงันอันน่าอึดอัดแผ่ซ่านราวกับไอเย็นจากหลุมศพ อนุเหมยเซียนที่นั่งพับเพียบอยู่มุมห้อง ใบซีดเผือดไร้สีเลือด นางรีบคลานเข้าไปยื้อชายเสื้อของสามี หยดน้ำตาไหลพรากอาบแก้มอย่างน่าสงสาร ทว่าในยามนี้ความงามหยาดเยิ้มของนางกลับไม่ได้ช่วยให้จางเหว่ยรู้สึกคลายความโกรธเกรี้ยวลงได้แม้แต่น้อย "ท่านพี่... หรือว่าพวกเราจะถูก... ถูกนางสารเลวหลินเฟยอวี่ผู้นั้นซ้อนแผนเข้าให้อยแล้วเจ้าคะ?" เสียงหวานที่เคยเอ่ยคำออดอ้อนบัดนี้สั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดกลัว คำว่า "หลินเฟยอวี่" ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของจางเหว่ย เขาจำได้แม่นยำถึงรอยยิ้มเยียบเย็นและแววตาดุจคมมีดของสตรีผู้นั้น ในวันที่นางเดินออกจากตระกูลจางพร้อมกับหนังสือหย่า สายตาคู่โศกที่เคยทอดมองเขาด้วยความรักใคร่ บัดนี้ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ส่งผ่านมาเสมือนกำลังมองดูสุนัขตัวหนึ่งกำลังดิ้นรนใกล้ตาย ในยามนี้ จางเหว่ยเพิ่งกระจ่างแจ้ง... หลุมพรางที่เขาขุดล่อให้ตระกูลหลินล้มละลายในคราแรก แท้จริงแล้วเป็นเพียงเหยื่อล่อชิ้นโตที่สตรีผู้นั้นจงใจหยิบยื่นให้ เพื่อต้อนเขาเข้ามาติดกับในวังวนแห่งผลกำไรอันหอมหวาน นางแสร้งทำเป็นเพลี่ยงพล้ำ แสร้งปล่อยให้เขากว้านซื้อสินค้าล้นตลาดด้วยเงินกู้ยืมมหาศาล ก่อนจะรวบตึงเส้นทางสายป่านการเงินทั้งหมด ปิดตายทุกทางหนีไล่ต้อนจนเขาไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน! ช่างเป็นเล่ห์เหลี่ยมที่ลึกล้ำ และอำมหิตยิ่งนัก! ในขณะเดียวกัน ณ หอชมจันทร์ชั้นบนสุดของเหลาอาหารเทียนเซียง บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของชาหลงจิ่งชั้นดี สายลมยามอัสดงพัดผ่านระเบียงไม้แกะสลักเข้ามาเบาๆ พาเอาความเย็นสบายเข้ามาแทนที่ความตึงเครียดภายนอก หลินเฟยอวี่นั่งหลังตรงสง่างาม อาภรณ์ผ้าไหมปักลายดอกเหมยสีขาวบริสุทธิ์ขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกอุ่น ปิ่นปักผมไข่มุกราตรีขยับไหวตามจังหวะการหันศีรษะเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยทอดมองทัศนียภาพเบื้องล่างผ่านหน้าต่างบานแกะสลัก รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปากอย่างผู้กุมชัยชนะ เรียวคิ้วได้รูปขยับน้อยๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงฝีเท้าแผ่วเบาที่คุ้นเคยเดินเข้ามาใกล้ "ดูท่าทางว่า เจ้าของตระกูลจางในยามนี้ คงกำลังซาบซึ้งใจกับของขวัญชิ้นใหญ่ที่เจ้าเพิ่งมอบให้ไม่น้อย" สุ้มเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของฉินอ๋องหลี่เฉิงที่ก้าวเข้ามาภายในห้อง เขาสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นเงิน แม้จะดูเรียบง่ายแต่กลับแผ่ซ้ำกลิ่นอายสง่างามสูงส่งอย่างปิดไม่มิด พระองค์ทรงทรุดพระกายลงประทับฝั่งตรงข้ามโดยไม่ต้องมีพิธีรีตอง ก่อนจะรินน้ำชาใส่จอกแล้วเลื่อนส่งให้หญิงสาวอย่างรู้ใจ เฟยอวี่รับจอกชามาถือไว้ปลายนิ้วสัมผัสไออุ่น นางไม่ได้รีบดื่ม หากแต่ช้อนตาขึ้นมองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสงบ "หม่อมฉันเพียงแต่คืนสิ่งที่พวกเขาเคยทำไว้ให้สبعةเท่าเท่านั้นเพคะ ความโลภมักบังตาคนให้มองไม่เห็นเหวเบื้องหน้า ต่อให้หม่อมฉันไม่ลงมือ พวกเขาก็พินาศด้วยความทะเยอทะยานของตนเองอยู่ดี" "เจ้าช่างใจคอเด็ดเดี่ยวนัก" หลี่เฉิงแย้มพระสรวลน้อยๆ แววตาที่ทอดมองนางฉายแววชื่นชมและเอ็นดูระคนกัน "คนเช่นจางเหว่ย สมควรได้รับบทเรียนราคาแพงเช่นนี้แล้ว ว่าแต่... หลังจากนี้ แผนการขยายเส้นทางการค้าทางเหนือของหอการค้าเฟยหยุน คงไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวางอีกต่อไปกระมัง?" "ทุกอย่างอยู่ในการคำนวณของหม่อมฉันเพคะ" เฟยอวี่วางจอกชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ ดังกังวานในความเงียบ "ทว่า... เรื่องของตระกูลจางเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น องค์ชายทรงทราบข่าวคราวจากสำนักคุ้มภัยทางใต้บ้างหรือไม่เพคะ?" รอยสรวลบนพระพักตร์ของหลี่เฉิงจางหายไปในพริบตา แววตาลึกล้ำดั่งห้วงมหาสนทรปรากฏขึ้นแทนที่ พระองค์โน้มพระวรกายเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อยจนได้กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาว "นั่นคือสิ่งที่ข้ากำลังจะบอกเจ้า... ข่าวกรองเพิ่งส่งมาถึงเมื่อครึ่งัชกาลก่อน สินค้าล็อตใหญ่ที่สุดที่เจ้าสั่งนำเข้าจากแดนไกล บัดนี้ถูกสกัดกั้นไว้ที่ด่านตรวจชายแดนโยวโจวแล้ว" หัวใจของเฟยอวี่กระตุกวูบ สีหน้าที่เคยเยือกเย็นมาตลอดพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "ถูกสกัดกั้น? เป็นฝีมือของผู้ใดกัน หรือจะเป็นตระกูลอวี้ที่แอบร่วมมือกับขุนนางท้องถิ่น?" "ไม่ใช่ตระกูลอวี้..." หลี่เฉิงทอดถอนพระเนตรเล็กน้อย น้ำเสียงของพระองค์ราบเรียบจนน่ากลัว "แต่เป็นคนของ 'สำนักราชเลขาธิการ' โดยตรง... และคนที่ลงนามคำสั่งอายัดสินค้าทั้งหมดของเจ้าในครั้งนี้ คือคนที่ควรจะอยู่ห่างจากเรื่องการค้าในเมืองหลวงไกลถึงสามพันลี้..." พระองค์หยุดเว้นจังหวะไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยพระ The final words ออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ลมหายใจของเฟยอวี่สะดุดกึก "เสด็จพี่... องค์รัชทายาทผู้ลึกลับที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากชายแดนตะวันตก... ได้เสด็จมาถึงหน้าประตูเมืองหลวงด้วยพระองค์เองแล้ว และเป้าหมายแรกของพระองค์... คือการเข้ายึดครองเส้นทางการค้าทั้งหมดของเจ้า" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของเฟยอวี่มาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%