“ดื่มเถิดพี่หญิง... ชาสมุนไพรนี้ข้าต้มเคี่ยวด้วยตนเอง เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ข้าเคยล่วงเกินท่านในวันก่อน”
ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาถูกเลื่อนมาตรงหน้า น้ำชาสีอำพันใสกระจ่างส่งกลิ่นหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วห้องรับรองของจวนตระกูลหลิน หลินเฟยอวี่มองหยาดน้ำที่สั่นไหวเล็กน้อยตามแรงวางก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอนุเหมยเซียน ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววใสซื่อในอดีต บัดนี้กลับมีประกายของความอำมหิตซ่อนเร้นอยู่ภายใต้รอยยิ้มหวานหยดย้อย
เฟยอวี่ไม่ได้ขยับกายไปแตะต้องถ้วยชานั้น นางเพียงแต่นั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้จันทน์หอม ทอดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบดุจผิวน้ำยามไร้ลมพัดผ่าน
“เจ้าช่างมีน้ำใจนัก เหมยเซียน” เฟยอวี่เอ่ยเสียงเรียบ หากทว่าแฝงความหมายลึกซึ้ง “แต่ข้าจำได้ว่า เมื่อครั้งที่เจ้าเข้ามาเป็นอนุในจวน ท่านจางเหว่ยเคยกำชับนักหนาว่าเจ้าแพ้เกสรดอกไม้ป่าทุกชนิดที่ผสมอยู่ในชาฤดูใบไม้ผลิ เหตุใดวันนี้เจ้าถึงกล้าหยิบยื่นมันให้ข้าเล่า หรือว่า... เจ้าลืมสิ้นแล้วว่าสิ่งใดที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อรักษาชีวิตตนเอง”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเหมยเซียนกระตุกวูบเพียงเสี้ยววินาที นางรีบกลบเกลื่อนด้วยการก้มหน้าซ่อนแววตา “ท่านพี่ก็พูดไป... ข้าเพียงแค่หวังดีอยากให้ท่านร่างกายแข็งแรงขึ้นเท่านั้น หากท่านไม่ดื่ม ข้าคงเสียใจแย่”
เฟยอวี่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกจนคนฟังขนลุกชัน นางยื่นมือไปจับหูถ้วยชาไว้มั่น แต่มิได้ดื่ม “ในเมื่อเจ้าตั้งใจขนาดนี้ ข้าจะปฏิเสธน้ำใจเจ้าได้อย่างไรกัน... แต่ก่อนจะดื่ม ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะบอกเจ้า พอดีวันก่อนข้าไปพบอาจารย์หมอท่านหนึ่งมา ท่านบอกว่าหากนำ ‘ผงหญ้าวิญญาณพิษ’ มาผสมในชาเพียงน้อยนิด มันจะทำให้รสชาติของชาหอมหวานขึ้นเป็นเท่าตัว เจ้าว่าจริงหรือไม่?”
มือของเหมยเซียนที่วางอยู่บนตักเริ่มสั่นเทา เหงื่อกาฬซึมตามไรผมโดยไม่รู้ตัว “ขะ... ข้าไม่เคยได้ยินชื่อยาพิษนั่นมาก่อน ท่านอย่าล้อเล่นเลยค่ะ”
“งั้นรึ?” เฟยอวี่เลิกคิ้ว แววตาคมกริบดุจใบมีดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย “โชคดีที่ข้าเป็นคนระแวดระวังตัวนัก ข้าจึงแอบสั่งให้บ่าวรับใช้ไปสลับถ้วยชากับถ้วยที่จัดเตรียมไว้ให้ ‘แขกคนสำคัญ’ อีกท่านหนึ่งในห้องข้างๆ เสียแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้... ท่านจางเหว่ยที่เพิ่งเดินเข้าไปดื่มชาในห้องนั้นจะเป็นอย่างไรบ้างนะ”
ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจ เหมยเซียนหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด นางลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มระเนระนาด “ท่าน! ท่านทำอะไรลงไป! นั่นมัน...”
“นั่นมันชาที่มีพิษที่เจ้าตั้งใจผสมไว้ให้ข้าไงล่ะ” เฟยอวี่ลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าองอาจและเปี่ยมด้วยอำนาจ นางก้าวเดินเข้าไปหาเหมยเซียนที่ถอยกรูดไปจนชิดผนังห้อง “เจ้าคิดหรือว่ากลอุบายตื้นๆ เช่นนี้จะหลอกคนอย่างข้าได้? ในชาติก่อนที่ข้าต้องตายด้วยพิษที่เจ้าใส่ในอาหาร ข้าจำรสชาติของความทรมานนั้นได้ฝังใจ... วันนี้ ข้าเพียงแค่คืนรสชาตินั้นให้เจ้าได้รับรู้บ้าง”
“เจ้าโกหก! ท่านพี่จางเหว่ยไม่มีทางดื่มมัน!” เหมยเซียนแผดเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะพยายามวิ่งออกไปจากห้อง แต่น่าเสียดายที่ประตูถูกลงกลอนจากด้านนอกไว้แล้วตั้งแต่แรก
เสียงตะโกนดังกึกก้องจากห้องข้างๆ เริ่มดังขึ้น ตามด้วยเสียงถ้วยชามแตกกระจายและเสียงร้องโอดโอยของบุรุษเพศที่พยายามคว้าคอตัวเองราวกับขาดอากาศหายใจ เหมยเซียนทรุดเข่าลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
เฟยอวี่ก้มลงมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นของอนุผู้ทรยศ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทว่าเยือกเย็น “เจ้าไม่ต้องรีบร้อนไปหรอกเหมยเซียน เพราะคนต่อไปที่จะต้องได้รับ ‘ยาแก้พิษ’ จากมือข้า... คือเจ้า แต่มีข้อแม้ว่า เจ้าต้องสารภาพออกมาให้หมด ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทุจริตบัญชีการค้าของตระกูลหลิน”
ทว่า ในขณะที่เฟยอวี่กำลังจะได้คำตอบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินภายนอก ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของจางเหว่ยที่แม้จะโชกโชนไปด้วยพิษ แต่เขากลับถ่มเลือดสีดำออกมาคำใหญ่และจ้องมองเฟยอวี่ด้วยสายตาอาฆาตแรงกล้า
แต่สิ่งที่ทำให้เฟยอวี่ต้องชะงักและหัวใจกระตุกวูบ มิใช่การปรากฏตัวของจางเหว่ย หากแต่เป็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา... ฉินอ๋องหลี่เฉิง ผู้ที่ควรจะอยู่ที่วังหลวง กลับก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับกระดาษตราประทับลับในมือ ซึ่งเป็นหลักฐานมัดตัวการใหญ่ที่แม้แต่เฟยอวี่เองก็ยังไม่เคยล่วงรู้มาก่อนว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้ตลบหลังแค่เพียงคนเดียวเสียแล้วนะ เฟยอวี่...” หลี่เฉิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ สายตาของเขาไม่ได้มองที่จางเหว่ย แต่กลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนาง “เพราะในถ้วยชาของเจ้านั้น... ข้าได้แอบผสม ‘ยาเสน่หา’ ลงไปก่อนที่เจ้าจะเดินเข้ามาด้วยซ้ำ”
รอยยิ้มของหลี่เฉิงดูร้ายกาจและหอมหวานในเวลาเดียวกัน ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาใกล้จนชิดลมหายใจของนาง “ตอนนี้... เจ้าคิดว่าร่างกายของเจ้าจะต้านทานฤทธิ์ยาที่เจ้าเป็นคนเลือกดื่มเองได้นานแค่ไหนกัน?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับเฟยอวี่นะคะ
หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 26
ตลบหลังศัตรู
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!