กลิ่นหอมหวานของดอกกุ้ยฮวาที่ลอยอวลอยู่ภายในห้องรับรองเรือนปีกขวา ช่างชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มเสียจนน่าประหลาด... หรือบางที มันอาจหอมกลบกลืนกลิ่นอายอันตรายบางอย่างที่กำลังคุกรุ่นอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มของสตรีตรงหน้า
"พี่หญิงรอง ดื่มชาร้อนๆ สักจอกเถิดเจ้าค่ะ อากาศยามสนธยาเช่นนี้เริ่มเย็นลงแล้ว เดี๋ยวจะพาล — ประชวรเอาได้"
น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลอ่อนหวานราวกับน้ำผึ้งอาบยาพิษ ดวงตาหงส์คู่สวยของอนุเหมยเซียนระยิบระยับด้วยประกายความคาดหวัง นางกaืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวบางที่ประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามสั่นเทาเล็กน้อย แม้จะพยายามควบคุมมันเพียงใด แต่ความตื่นตระหนกก็ยังคงฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น
หลินเฟยอวี่ชำเลืองมองถ้วยชาในมือของอีกฝ่ายด้วยหางตา มุมปากบางสลักรอยยิ้มเยียบเย็นที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น นางไม่ได้ยื่นมือมารับถ้วยชานั้นทันที หากแต่ปล่อยให้ความเงียบโรยตัวลงมาราวกับก้อนหินหนักอึ้งที่กดทับบรรยากาศในห้องให้หยุดนิ่ง
ความทรงจำจากชาติภพก่อนแล่นย้อนกลับเข้ามาในห้วงคำนึงราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก ในวันนั้น... วันที่นางต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถด้วยฤทธิ์ยาพิษที่ถูกส่งผ่านมือของหญิงผู้นี้ รสชาติขื่นขมบาดคอและความเจ็บปวดทรมานจนแทบกระอักเลือด ยังคงฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณ
แต่วันนี้ ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
"เจ้าดูร้อนรนเสียจริงนะ เหมยเซียน" เฟยอวี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานและทรงอำนาจ ปลายเลื้อยเรียวยาวแตะลงบนขอบถ้วยชาของตนเองเบาๆ พลางปรายตามองสตรีที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า "มือของเจ้าสั่นถึงเพียงนี้ หรือว่า... ชาจอกนี้จะมีสิ่งใดพิเศษที่ข้าไม่ควรรู้?"
เหมยเซียนสะดุ้งสุดตัว สีหน้าที่พยายามปั้นแต่งให้ดูอ่อนโยนพลันซีดเผือดลงในพริบตา นางรีบฝืนหัวกลบเกลื่อนความพิรุธ "พี่หญิงกล่าวหาอันใดกันเจ้าคะ? ข้า... ข้าเพียงแต่เกรงว่าท่านจะเหนื่อยล้าจากการตรวจบัญชีร้านค้าทั้งสามแห่งเมื่อกลางวันเท่านั้นเอง เจ้าค่ะ... รีบดื่มเสียตอนที่ยังอุ่นเถิดนะเพคะ"
"เหนื่อยล้าหรือ?" เฟยอวี่ทวนคำ เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของนางดังขึ้นคล้ายเสียงกระซิบจากยมทูต ร่างระหงขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์ผ้าแพรปักลายหงส์โบยบินไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหว นางก้าวเข้าไปใกล้เหมยเซียนทีละก้าว... ทีละก้าว จนกระทั่งกลิ่นกายหอมหวานของอีกฝ่ายปะปนกับกลิ่นอายความหวาดกลัวที่แผ่ออกมาจากรูขุมขน
เฟยอวี่ก้มลงมองถ้วยชาในมือเหมยเซียน รอยยิ้มบนเรียวปากลึกซึ้งยิ่งขึ้น
"ในเมื่อเจ้าระaูกน้ำใจถึงเพียงนี้ ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไรเล่า... เพียงแต่..." เฟยอวี่เว้นจังหวะไว้ครู่หนึ่ง นัยน์ตาคู่คมกริบกวาดมองลึกลงไปในดวงตาที่ไหวระริกของเหมยเซียน "ของดีเช่นนี้ หากให้ข้าดื่มคนเดียว เกรงว่าจะไร้น้ำใจต่อผู้น้องเกินไปกระมั้ง"
"มะ... หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?" เหมยเซียนเสียงสั่นพร่า เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผม นางรู้สึกราวกับถูกงูพิษตัวใหญ่ขดรัดรอบลำคอจนแทบหายใจไม่ออก
"เปลี่ยนถ้วยกันเถิด"
สิ้นคำพูดนั้น เฟยอวี่ก็ยื่นมือเรียวงามออกไปคว้าถ้วยชาในมือของเหมยเซียนอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ เหมยเซียนหน้าถอดสีทันที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้นางผลักถ้วยในมือออกตามสัญชาตญาณ น้ำชาสีอำพันร้อนกรุ่นกระฉอกรดลงบนพรมปักลายดอกไม้ ทว่ายังมีบางส่วนที่เหลือติดก้นถ้วย
"ระวัง!" เหมยเซียนอุทานลั่นด้วยความตกใจลืมตัว
"เจ้าตกใจอันใดเล่า?" เฟยอวี่ถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ นางโน้มตัวลงต่ำ กระซิบข้างใบหูของสตรีที่กำลังลนลานจนตัวสั่นเทิ้ม "กลัวว่าชาจอกนี้จะส่งผลให้ใครบางคน... ต้องกระอักเลือดตายก่อนเวลาอันควรอย่างนั้นหรือ?"
"พี่หญิง... ท่านพูดจาเหลวไหลอันใด ข้าไม่เข้าใจ..." เหมยเซียนพยายามเบือนหน้าหนี หลบสายตาคมปลาบที่ราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งจิตใจ นางกัดริมฝีปากจนห้อเลือด มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้า
"ไม่เข้าใจไม่เป็นไร แต่ข้าเข้าใจดีทีเดียว" เฟยอวี่แค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อถอยหลังกลับไปนั่งยังเก้าอี้ไม้จันทน์ตัวเดิม ท่าทีของนางสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ไร้ลมพัด "จางเหว่ยคงจะเหนื่อยไม่น้อยที่ต้องคอยส่งสตรีไร้สมองเช่นเจ้ามาเดินหมากตื้นๆ เช่นนี้ รังแต่จะทำให้แผนการใหญ่ของเขาพังทลายลงเร็วกว่ากำหนดเสียเปล่าๆ"
เมื่อได้ยินชื่อของบุรุษที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย เหมยเซียนก็เม้มปากแน่น ความหวาดกลัวในทีแรกแปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นชิงชังที่ฉายชัดผ่านทางแววตา นางรู้ดีว่าหากแผนการล้มเหลวในวันนี้ ชีวิตของนางในจวนฉินอ๋อง... หรือแม้แต่ชีวิตของนางเองก็คงไม่แคล้วต้องจบสิ้นลง
ทว่า ในวินาทีที่เหมยเซียนกำลังจะอ้าปากแก้ตัวเพื่อเอาชีวิตรอด ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง
ร่างสูงโปรดของบุรุษในชุดคลุมยาวสีดำปักดิ้นทองก้าวเข้ามาในห้องอย่างเชื่องช้า กลิ่นอายความเยือกเย็นและทรงอำนาจแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา ใบหน้าหล่อเหลาราวกับถูกสลักจากหยกชั้นดี เรียบเฉยและไร้อารมณ์ ทว่าดวงเนตรคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองคราบน้ำชาบนพื้นและร่างของเหมยเซียนที่ทรุดฮวบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"ฉิน... ฉินอ๋อง!" เหมยเซียนกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด ย่อกายคำนับจนหน้าผากแทบชิดพื้น ตัวสั่นเทายิ่งกว่าลูกนกตกน้ำ
หลี่เฉิงไม่ได้ชายตามองสตรีผู้ต่ำต้อยที่กำลังหมอบกราบอยู่เบื้องล่างเลยแม้แต่น้อย ฝ่ายตรงกันข้าม สายตาของท่านอ๋องหนุ่มกลับทอดมองไปยังหลินเฟยอวี่ด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและยากจะหยั่งถึง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย
"ดูท่าทาง... เจ้ากำลังสนุกกับการจัดการ 'แมลงวัน' น่ารำคาญพวกนี้สินะ, เฟยอวี่" หลี่เฉิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำน่าฟัง ก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจ พร้อมกับยื่นมือหนาออกไปปัดเศษใบชาที่ติดอยู่บนไหล่ของนางอย่างทะนุถนอม
เฟยอวี่เงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนเรียวปากของนาง "ท่านอ๋องเสด็จมาได้จังหวะเสียจริงเพคะ หม่อมกำลังคิดอยู่พอดีว่า... ควรจะส่งศพนี้คืนให้จางเหว่ยสภาพไหนดี ถึงจะสาสมกับความไร้ยางอายของมัน"
ทว่า ก่อนที่หลี่เฉิงจะได้เอիยคำใดตอบรับ เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็ก้องสะท้อนมาจากนอกประตู พร้อมกับรายงานข่าวสะเทือนขวัญที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องต้องสะดุดกاری!
"กราบทูลท่านอ๋อง! คุณชายจางเหว่ย... ถูกคนลอบสังหารเสียชีวิตอย่างอนาถอยู่หน้าประตูจวนตระกูลหลินแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวย่างของเฟยอวี่ในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมอกเหมยปลายฤดู
หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 25
แผนการของอนุเหมยเซียน
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!