“เงินเพียงก้อนเดียวอาจซื้อความภักดีของคนได้ชั่วคราว แต่การร่วมเป็นพันธมิตรบนผลประโยชน์ที่เท่าเทียม... คือสิ่งที่ค้ำจุนอาณาจักรให้ยืนยง ท่านเข้าใจที่ข้ากล่าวหรือไม่ เจ้าสัวหลี่?”
เฟยอวี่วางถ้วยชาเคลือบศิลาลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม เสียงกระทบเบาๆ นั้นเปรียบเสมือนจังหวะหัวใจที่บีบคั้นอากาศภายในห้องรับรองส่วนตัวของหอสุราเหมันต์ นางเงยหน้าขึ้น สบสายตาเข้ากับชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแคว้นทางเหนือ แววตาของนางนิ่งสงบดุจผิวน้ำในบ่อลึก ทว่าแฝงไปด้วยประกายคมกริบที่ทำให้ผู้ถูกมองรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าจนเปลือยเปล่า
เจ้าสัวหลี่แค่นหัวเราะในลำคอ ทว่ามือที่ถือตะเกียบกลับสั่นน้อยๆ “คุณหนูหลิน... ข้อเสนอของท่านมันช่างบ้าบิ่นนัก ท่านต้องการให้ข้าส่งกองคาราวานสินค้าผ่านเส้นทางของตระกูลจางโดยไม่จ่ายส่วย? ท่านก็รู้ดีว่าจางเหว่ยมันเขี้ยวลากดินเพียงใด เรื่องนี้ไม่ต่างอะไรกับการเอาหัวไปวางบนเขียง”
“ข้าไม่ได้ให้ท่านไปเอาหัววางบนเขียง แต่ข้ากำลังมอบดาบให้ท่านไปปาดคอพวกมันต่างหาก” เฟยอวี่ขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา นางเลื่อนม้วนกระดาษแผนที่ฉบับหนึ่งไปตรงหน้าเขา “เส้นทางสายนี้ไม่ใช่ความลับ แต่เป็น 'จุดอ่อน' ที่พวกมันมองข้ามไปเพราะความโอหัง หากท่านยอมเป็นพันธมิตรกับข้า ข้าจะเปิดช่องทางขนส่งสินค้าทางน้ำสายใหม่ที่พวกมันไม่มีวันแตะต้องถึง”
เจ้าสัวหลี่ก้มลงมองแผนที่ ดวงตาที่เคยขุ่นมัวพลันเบิกกว้าง เขาไล่นิ้วไปตามเส้นทางที่ถูกทำเครื่องหมายด้วยหมึกแดง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความหวาดระแวง “ท่านไปได้ข้อมูลนี้มาจากที่ใด? แม้แต่ราชสำนักยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่น้ำสายนี้เชื่อมต่อกับหัวเมืองทางใต้ได้”
“นั่นไม่ใช่เรื่องที่ท่านต้องกังวล” เฟยอวี่เอ่ยเสียงเรียบ “สิ่งที่ท่านต้องกังวลคือ หากท่านปฏิเสธในวันนี้ พรุ่งนี้ข้าอาจจะไปนั่งดื่มชาอยู่กับคู่แข่งคนสำคัญของท่าน... และท่านก็รู้ดีว่าข้าเป็นคนที่มี 'ความอดทน' ต่ำเพียงใดเมื่อต้องเสียเวลากับการเจรจาที่ไม่คืบหน้า”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับรองอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของเจ้าสัวหลี่ เฟยอวี่ไม่เร่งเร้า นางหยิบพู่กันขึ้นมาจรดลงบนกระดาษบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างใจเย็น ราวกับว่าชะตากรรมของตระกูลหลี่ที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในไม่กี่นาทีข้างหน้า
ในใจของเฟยอวี่ ชาติก่อนนางคือเบี้ยที่ถูกวางไว้เพื่อรอวันถูกทิ้ง แต่ชาตินี้ นางคือคนกุมกระดานหมากเอง จางเหว่ยคิดจะใช้ตระกูลจางปิดกั้นเส้นทางการค้าของนางเพื่อบีบให้ตระกูลหลินล้มละลายงั้นหรือ? หึ... เขามันก็แค่กบในกะลาที่มองไม่เห็นกระแสน้ำที่กำลังเปลี่ยนทิศ
“ตกลง” เสียงทุ้มแหบพร่าของเจ้าสัวหลี่ดังขึ้น “ข้าจะร่วมมือกับท่าน แต่หากแผนนี้ล้มเหลว ข้าจะไม่มีวันปล่อยท่านไป”
“ถ้าแผนนี้ล้มเหลว... ข้าจะเป็นคนมอบคอของข้าให้ท่านด้วยมือของข้าเอง” เฟยอวี่ตอบกลับทันควัน สายตาของนางหันไปทางประตูที่แง้มอยู่เล็กน้อย นางรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายคุ้นเคยบางอย่าง กลิ่นจันทน์หอมอ่อนๆ ที่มักติดตามตัวบุรุษผู้หนึ่งเสมอมา
ฉินอ๋องหลี่เฉิงก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ต้องมีคนประกาศ เขาอยู่ในชุดบัณฑิตธรรมดาที่ดูต่ำต้อย แต่รัศมีของมังกรที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้แววตานั้นยากจะปิดบัง “การเจรจาดูเหมือนจะราบรื่นกว่าที่ข้าคิดไว้มากนะ เฟยอวี่”
“ฝ่าบาทมาเร็วกว่ากำหนด” เฟยอวี่ลุกขึ้นยืนทำความเคารพอย่างพองาม นางไม่แปลกใจที่เขาอยู่ที่นี่ เพราะการแผ่ขยายเครือข่ายครั้งนี้ จำเป็นต้องมีอำนาจมืดของเขาเป็นเกราะคุ้มกัน
“ข้าเพียงแต่มาเตือน” หลี่เฉิงเดินเข้ามาใกล้ หยุดยืนอยู่ข้างกายนาง กลิ่นอายของเขาห่อหุ้มตัวนางไว้จนรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยที่น่าประหลาด “จางเหว่ยเพิ่งได้รับจดหมายจากอนุเหมยเซียน นางกำลังวางแผนบางอย่างในคืนงานเลี้ยงชมจันทร์ที่จะถึงนี้ พวกมันไม่ได้มุ่งเป้าที่ร้านค้าของเจ้าเพียงอย่างเดียวแล้ว... แต่มันกำลังมุ่งเป้าไปที่ 'ความลับ' ของตระกูลหลินที่อยู่ในหอสมุดหลวง”
เฟยอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เคยเยือกเย็นพลันเต้นรัวด้วยความโกรธแค้น ความลับที่ว่าคือหลักฐานการโกงกินภาษีของบิดาจางเหว่ยที่นางเก็บไว้ หากมันได้ไป ตระกูลหลินจะไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปากอีกเลย
“ดูเหมือนศัตรูของเราจะเริ่มร้อนรนแล้วสินะคะ” เฟยอวี่กระซิบ เสียงของนางเต็มไปด้วยความเย็นเยียบที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง
“ใช่ และมีข่าวร้ายอีกเรื่องที่เจ้าควรรู้” หลี่เฉิงโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างนางลุกชัน “สายข่าวของข้ารายงานว่า จางเหว่ยไม่ได้มาเพียงลำพัง ในงานเลี้ยงคืนวันพรุ่งนี้ มันเตรียม 'ของขวัญ' ชิ้นใหญ่ไว้ให้เจ้า... มันคือหลักฐานการยักยอกเงินหลวงที่ถูกปลอมแปลงว่ามีตราประทับของตระกูลหลินกำกับอยู่”
เฟยอวี่เบิกตากว้าง นี่มันไม่ใช่แค่การทำลายการค้า แต่มันคือการยัดเยียดข้อหากบฏ!
นางหันไปมองหน้าหลี่เฉิง เห็นเพียงรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่านางจะทำอย่างไรต่อไป ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักออกอย่างแรงโดยไม่ได้เคาะ ทหารองครักษ์ในชุดเกราะของทางการกรูเข้ามา พร้อมกับเสียงตวาดกร้าวของจางเหว่ยที่ดังมาจากด้านหลังกลุ่มทหาร
“หลินเฟยอวี่! เจ้าหนีไม่พ้นแล้ว! ทหาร... จงค้นตัวนาง! ข้าได้รับรายงานมาว่านางซุกซ่อนบัญชีลับที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ไว้ที่นี่!”
เฟยอวี่ยืนนิ่ง ความตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบที่น่ากลัว นางหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังจะลุกเป็นไฟ นางหันไปสบตากับจางเหว่ยที่ยืนฉีกยิ้มด้วยความสะใจอยู่หน้าประตู ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยว่า
“ท่านสามี... ท่านมาหาข้า หรือท่านมาหาความตายกันแน่คะ?”
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวย่างของเฟยอวี่ในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมอกเหมยปลายฤดู
หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 24
พันธมิตรการค้า
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!