หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 49

งานเทศกาลฤดูร้อน

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นหอมกรุ่นของขนมเปี๊ยะไส้พุทราจีนอบใหม่ ลอยกรุ่นเคล้าคลอไปกับเสียงดนตรีบรรเลงจากวงเครื่องสายในศาลาริมน้ำ โคมกระดาษนับพันดวงสว่างไสวแต่งแต้มค่ำคืนนี้ให้งดงามดราวกับดวงดาวตกลงมาพื้นดิน งานเทศกาลฤดูร้อนประจำปีของเมืองหลวงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท้องถนนเนืองแน่นไปด้วยผู้คนแต่งกายด้วยอาภรณ์แพรพรรณหลากสีสัน ทว่าสำหรับหลินเฟยอวี่แล้ว ความรื่นเริงเหล่านี้เป็นเพียงฉากฉาบฉวยที่นางจงใจสร้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนหมากกระดานใหญ่ที่กำลังเดินไปอย่างเงียบเชียบ "คุณหนูหลิน... ขนมกุ้ยฮวาชุดนี้ ทางเหลาอาหารจันทรากระจ่างตั้งใจส่งมาให้ท่านเป็นพิเศษเจ้าค่ะ" สาวใช้คนสนิทกระซิบรายงาน พร้อมกับวางกล่องไม้ประดับมุกอย่างระมัดระวัง เฟยอวี่เพียงปรายตามองกล่องใสนั้น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างมีความหมาย ขนมกุ้ยฮวาที่มีกลิ่นหอมหวานล้ำลึกนี้ หาใช่ของกำนัลจากพ่อค้าทั่วไปไม่ แต่มันคือสัญญานเตือนจาก 'คนคนนั้น' ว่าเหยื่อในกรงทองกำลังดิ้นรนอย่างน่าเวทนา ในฝูงชนที่เบียดเสียด ร่างระหงของหลินเฟยอวี่ในชุดกระโปรงผ้าไหมปักลายดอกเหมยสีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับผ้าคลุมไหล่สีแดงสด งดงามจนบุรุษหลายคนต้องเหลียวหลังมอง แต่นางหาได้สนใจสายตาชื่นชมเหล่านั้นไม่ สายตาคู่คมกริบดั่งนัยน์ตาหงส์กวาดมองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางแสงไฟสลัว นางเห็นเป้าหมายเข้าอย่างจัง จางเหว่ย... อดีตสามีผู้มักใหญ่ใฝ่สูง ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ใบหน้าของเขาดูซีดเซียวลงไปถนัดตา ธุรกิจตระกูลจางที่เคยเฟื่องฟูบัดนี้กำลังสั่นคลอนจากการตัดตอนเส้นทางการค้าของนาง และข้างกายเขานั้น... อนุเหมยเซียนที่เคยหยิ่งผยอง บัดนี้กลับสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อหยาบกว่าเดิม ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องประดับราคาแพงไร้ซึ่งความแวววาว นางกำลังกอดแขนจางเหว่ยด้วยความหวาดระแวง คล้ายคนสูญสิ้นที่พึ่งพิง "ท่านพี่... ข้าอยากได้ปิ่นทองชิ้นนั้น เจ้าค่ะ" เสียงออดอ้อนของเหมยเซียนดังแว่วมาเข้าหูเฟยอวี่ แม้จะเบาเพียงไรแต่นางก็ได้ยินชัดเจน จางเหว่ยหน้าเสียทันที มือที่กำพัดกระดาษสั่นเทาเล็กน้อย เขาจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อของฟุ่มเฟือยเช่นนั้นเล่า ในเมื่อร้านค้าสามแห่งเพิ่งถูกยึดไปเมื่อวานนี้เพราะติดหนี้สินก้อนโต "เจ้าเงียบปากไปเสียเถอะน่า! ไม่เห็นหรือว่าข้ากำลังยุ่งเรื่องการค้าอยู่" น้ำเสียงที่เคยอ่อนหวานในอดีต บัดนี้กลับตวาดใส่หญิงสาวที่ตนเคยปกป้องด้วยความหงุดหงิด เหมยเซียนสะดุ้งโหยง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ภาพความรักจอมปลอมที่เคยร่วมมือกันเหยียบย่ำนางในชาติก่อน กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตาอย่างช้าๆ นี่คือบทลงโทษแรกที่นางมอบให้ โดยที่นางยังไม่ต้องลงมือทำอะไรด้วยซ้ำ ความโลภและความเห็นแก่ตัวของคนทั้งคู่ เป็นพิษร้ายที่กัดกินพวกมันเองจากภายใน "ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนาเสียจริงว่าไหมแม่นางหลิน" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นเบื้องข้าง พร้อมกับกลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและชาชั้นดี ฉินอ๋องหลี่เฉิงก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างนาง สายตาคมปลาบของเขาจับจ้องไปยังคู่สามีภรรยาตระกูลจางเช่นกัน วันนี้เขาไม่ได้สวมชุดขุนนางเต็มยศ หากแต่สวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายมฆา ดูสง่างามและทรงอำนาจโดยไม่ต้องพยายาม "ความโลภก็เหมือนหลุมพรางที่พวกเขาสุดท้ายก็ขุดฝังตัวเองเพคะ ฉันเพียงแต่ยืนมองอยู่ปากหลุมเท่านั้น" เฟยอวี่ตอบกลับเสียงเรียบ สายตาไม่ได้ละไปจากเป้าหมาย "เจ้าใจร้ายนัก..." หลี่เฉิงหัวเราะในลำคอ แววตาที่มองนางมีความอ่อนโยนระคนทึ่ง "แต่ข้าชอบความใจร้ายนี้ของเจ้า" ท่ามกลางบรรยากาศงานเทศกาลที่เต็มไปด้วยเสียงหัวร่อต่อกระซิบของชาวบ้าน มีเพียงคนทั้งสองที่ยืนอยู่เหนือความวุ่นวาย มือหนาของอ๋องหนุ่มเอื้อมมาสัมผัสปลายนิ้วของนางแผ่วเบาภายใต้ร่มเงาของผ้าแพรบังตา ความอบอุ่นที่ส่งผ่านทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของเฟยอวี่กระตุกวูบ แต่นางก็ดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล รักษาท่าทีเยือกเย็นตามแบบฉบับของสตรีผู้กุมชะตาตนเอง "ฝ่าบาทระวังตัวด้วยเพคะ คนบางคนจนตรอกแล้วมักทำเรื่องบ้าบิ่น" เฟยอวี่เตือนเสียงเบา เมื่อเห็นจางเหว่ยเริ่มหันมามองทางนี้ด้วยแววตาเคียดแค้นชิงชัง เมื่อเขาเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างนางคือบุรุษผู้สูงศักดิ์ เส้นเลือดที่ขมับของจางเหว่ยก็ปูดโปนด้วยความริษยาและคับแค้นใจ จางเหว่ยจำหลี่เฉิงไม่ได้ในคราแรกเนื่องจากอีกฝ่ายมักเก็บเนื้อเก็บตัว แต่อำนาจและรัศมีที่แผ่ออกมาทำให้เขารู้สึกตระหนักได้ทันทีว่า บุรุษผู้นี้ไม่ใช่คนสามัญ ในจังหวะนั้นเอง เสียงพลุดอกไม้เพลิงลูกใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน ประกายไฟสีทองและสีแดงสาดส่องลงมาอาบไล้ใบหน้าของผู้คนในงานให้สว่างวาบชั่วขณะ หลี่เฉิงขยับตัวเข้าประชิดเฟยอวี่มากขึ้นเพื่อบังกระแสผู้คนที่เริ่มเบียดเสียดเข้ามาดูการแสดงเชิดมังกรไฟ "ตามข้ามา..." หลี่เฉิงกระซิบข้างหู น้ำเสียงดึงดูดและไม่อาจปฏิเสธ ก่อนจะจูงมือนางให้หลีกหนีจากฝูงชนไปยังระเบียงชั้นสองของหอชมวิวที่เงียบสงบกว่า ลมเย็นยามค่ำคืนพัดพาเอาความวุ่นวายเบื้องล่างให้ถอยห่างออกไป เฟยอวี้ยืนมองทิวทัศน์เมืองหลวงจากมุมสูง แสงไฟระยิบระยับดั่งทะเลดาวเบื้องล่างช่างงดงาม ทว่าความเงียบสงบนี้กลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวขึ้นมาบนระเบียงด้านหลังอย่างไม่ได้รับอนุญาต "หลินเฟยอวี่! เจ้าสารเลว... เป็นเพราะเจ้าใช่ไหมที่ทำให้ข้าต้องตกอยู่ในสภาพนี้!" เสียงตะโกนด้วยความคลุ้มคลั่งดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างของจางเหว่ยที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับมีดสั้นเล่มหนึ่งในมือ ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราและความแค้นที่สะสมจนระเบิดออก ท่าทางของเขาเหมือนคนเสียสติที่พร้อมจะลากทุกคนลงนรกไปด้วยกัน หลี่เฉิงก้าวออกไปบังหน้าเฟยอวี่ทันที แววตาเย็นยะเยือกฉายแววสังหารอย่างชัดเจน ทว่า... ก่อนที่องครักษ์เงาจะทันได้ลงมือ จางเหว่ยกลับหยุดชะักงกึก ร่างทั้งร่างสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อปลายคมดาบของใครอีกคนหนึ่งจ่ออยู่ที่ลำคอของเขาจากด้านหลัง "บัง2อาจนัก... กล้าถือวิสาสะเข้าใกล้พระชายาในอนาคตของเปิ่นหวัง" เสียงทุ้มต่ำอันเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าอีกร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากความมืดของมุมระเบียง แสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน และดวงตาที่ทำให้เลือดในกายของเฟยอวี่เย็นเฉียบลงทันที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหมอกเหมยปลายฤดูมาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%