หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 38

ความจริงเปิดเผย

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
“เจ้าจงใจบีบคั้นข้าให้จนตรอกถึงเพียงนี้เชียวหรือท่านพี่... หรือควรเรียกท่านว่า ‘ท่านอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ’ ดี?” เสียงของเหมยเซียนสั่นพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยความอาฆาตที่พุ่งออกมาจากดวงตาคู่สวยที่บัดนี้คลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น นางไม่ได้ก้มหน้าสำนึกผิดต่อหน้าขุนนางและเหล่าพยานในโถงรับรองของจวนฉินอ๋อง ทว่ากลับเชิดหน้าขึ้น สบสายตากับจางเหว่ยที่กำลังหน้าถอดสีด้วยความเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด หลินเฟยอวี่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก นางจิบชาที่เย็นชืดในถ้วยด้วยท่าทีสุขุม ราวกับกำลังชมการแสดงงิ้วฉากเด็ดที่นางเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง สายตาของนางจับจ้องไปที่จางเหว่ย—บุรุษที่นางเคยโง่งมเคยมอบหัวใจและทรัพย์สินให้จนหมดสิ้นในชาติก่อน “เหมยเซียน! เจ้าเพ้อเจ้ออะไร ข้าไม่เคยรู้จักเจ้ามาก่อน อย่าได้เอาความอัปยศมาป้ายสีข้า!” จางเหว่ยคำราม เสียงของเขาแฝงความตื่นตระหนก มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อยาวนั้นสั่นเทาอย่างปิดไม่มิด “ไม่รู้จักงั้นหรือ?” เหมยเซียนหัวเราะแหลมสูง นางขยับกายเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ของเขา กลิ่นแป้งร่ำราคาถูกที่นางเคยใช้เริ่มฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียนในความรู้สึกของเฟยอวี่ “วันที่ท่านสั่งให้ข้านำยาพิษใส่ลงในน้ำแกงของท่านหญิงหลิน ใครกันที่เป็นคนหาซื้อมันจากตลาดมืด? ใครกันที่บอกข้าว่าหากหลินเฟยอวี่ตายไป ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลหลินจะตกเป็นของท่าน... และเราสองคนจะได้ครองคู่กันอย่างสุขสบายในฐานะสามีภรรยาที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง!” ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วโถงกว้าง เหล่าพยานที่ถูกเรียกตัวมาต่างกระซิบกระซาบกันด้วยความตื่นตระหนก หลินเฟยอวี่วางถ้วยชาลง เสียงกระทบของกระเบื้องเคลือบดัง ‘กริ๊ก’ ดั่งค้อนที่ตอกย้ำลงบนโลงศพของความสัมพันธ์ที่จางเหว่ยพยายามจะรักษาไว้ “ท่านพี่... ท่านจำลายลักษณ์อักษรในบันทึกเล่มนี้ได้หรือไม่?” เฟยอวี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นางหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้ววางลงบนโต๊ะกลาง “นี่คือหลักฐานที่ท่านเคยเขียนถึงเหมยเซียนเกี่ยวกับแผนการแบ่งทรัพย์สมบัติหลังจากข้าตาย... ลายมือนี้ ท่านคงไม่ปฏิเสธว่าเป็นของผู้อื่นกระมัง?” จางเหว่ยถลันเข้ามาหมายจะคว้าสมุดบันทึกเล่มนั้น ทว่าเงาร่างสีดำสายหนึ่งก็วูบผ่านหน้าเขาไปในพริบตา ร่างของเขากระเด็นไปกระแทกกับเสาไม้จนกระอักเลือดออกมา ฉินอ๋องหลี่เฉิงยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น สายตาของเขามีเพียงความเย็นชาที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง “ในจวนของเปิ่นหวาง... เจ้าคิดว่าจะมีที่ให้สุนัขลอบกัดอย่างเจ้าอาละวาดหรือ?” น้ำเสียงของฉินอ๋องต่ำลึกแต่ทรงพลัง “ท่านอ๋อง! ข้า... ข้าถูกใส่ร้าย! นางสองคนนี้ร่วมมือกันเพื่อทำลายข้า!” จางเหว่ยพยายามดิ้นรน แต่เหมยเซียนกลับกระชากคอเสื้อเขาไว้ นางในตอนนี้ไม่สนแล้วว่าจะต้องตายอย่างไร นางรู้เพียงว่านางไม่อาจตกนรกเพียงลำพัง “ร่วมมือหรือ? ฮ่ะๆๆ” เหมยเซียนแค่นหัวเราะจนตัวโยน “ข้าเป็นเพียงหมากที่ท่านใช้ประโยชน์เพื่อก้าวขึ้นสู่ความมั่งคั่ง เมื่อข้าเริ่มเป็นตัวถ่วง ท่านก็พยายามจะกำจัดข้าทิ้งเพื่อปิดปาก! ท่านคิดว่าข้าจะโง่ไม่ทิ้งหลักฐานไว้บ้างเลยหรือจางเหว่ย... ใต้พื้นห้องนอนในเรือนเก่าที่ท่านเคยพำนักก่อนจะย้ายเข้าจวนใหญ่ ยังมีกล่องเหล็กที่บรรจุจดหมายลับระหว่างท่านกับขุนนางกังฉินกลุ่มนั้นอยู่! จดหมายที่ระบุชัดเจนว่าท่านพร้อมจะขายชาติเพื่อตำแหน่งเจ้ากรมการคลัง!” หัวใจของเฟยอวี่เต้นรัว นี่คือสิ่งที่นางรอคอย... การที่จางเหว่ยถูกเปิดโปงเรื่องการคบคิดกับขุนนางกังฉินจะเป็นการตัดเส้นทางอำนาจของเขาให้ขาดสะบั้นอย่างสมบูรณ์ จางเหว่ยใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เขามองไปที่เฟยอวี่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นอาฆาตสูงสุด “นังแพศยา! เจ้าวางแผนไว้ตั้งแต่ต้นแล้วสินะ... ที่เรียกข้ามาที่นี่ เพื่อให้ข้าสารภาพผิดผ่านปากของนังหญิงต่ำช้าคนนี้!” เฟยอวี่ลุกขึ้นยืนช้าๆ นางก้าวเข้าไปหาเขา ใบหน้างดงามนั้นนิ่งสงบดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม “ข้าไม่ได้วางแผนเพื่อทำลายท่าน จางเหว่ย... ข้าเพียงแต่ยืนดูท่านเดินลงเหวที่ท่านเป็นคนขุดขึ้นมาเองต่างหาก” นางโน้มตัวลงไปกระซิบใกล้ๆ หูของเขา “ความรู้สึกตอนที่ทุกอย่างที่เจ้าพยายามจะครอบครองพังทลายลงตรงหน้า... มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ข้าต้องเผชิญในชาติก่อน... แต่เชื่อเถอะ ว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการชดใช้เท่านั้น” ทว่า ในจังหวะที่ความโกลาหลกำลังถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มทหารรักษาพระองค์ก็ดังแทรกเข้ามาในโถงรับรอง หัวหน้าองครักษ์หลวงก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำซ้ำเติมสถานการณ์นี้ “หยุดการไต่สวนเพียงเท่านี้!” หัวหน้าองครักษ์ประกาศก้อง ก่อนจะหันมามองที่เฟยอวี่ด้วยสายตาเย็นชา “ฝ่าบาทมีรับสั่ง... ให้นำตัวหลินเฟยอวี่ไปเข้าเฝ้าเป็นการด่วน เนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่าท่านมีส่วนพัวพันกับการทุจริตคลังหลวงร่วมกับกลุ่มขุนนางกังฉิน!” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้คือความตื่นตะลึงที่เฟยอวี่ไม่อาจคาดคิด จางเหว่ยที่คุกเข่าอยู่กับพื้นเงยหน้าขึ้นหัวเราะร่าด้วยความสะใจ ราวกับว่านี่คือไพ่ตายใบสุดท้ายที่เขาซ่อนไว้ และมันกำลังจะพลิกกระดานทั้งหมดให้ตกลงสู่หุบเหวแห่งความตายพร้อมกัน หมอกเหมยปลายฤดูขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นรัวไปพร้อมกับตัวละครนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%