"ถอนหมั้นเสีย จางเหว่ย"
คำพูดนั้นราบเรียบ ทว่าก้องกังวานดุจคมกระบี่ที่เพิ่งถอนออกจากฝัก หลินเฟยอวี่วางถ้วยชาเคลือบหยกสีขาวลงบนโต๊ะไม้ประดู่เสียงดัง 'กริ๊ก' แผ่วเบา แต่ในความเงียบงันของห้องโถงตระกูลหลิน เสียงนั้นกลับฟังดูคล้ายเสียงกระดูกที่แตกร้าวของความสัมพันธ์ที่กำลังจะขาดสะบั้น
จางเหว่ยชะงักค้าง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มถือดีบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความไม่เข้าใจ เขาหัวเราะร่วนออกมาคำหนึ่ง พลางขยับกายเข้าไปใกล้หญิงสาวที่นั่งตัวตรงราวกับรูปสลักน้ำแข็ง "เฟยอวี่... เจ้าพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า? ความเหนื่อยล้าจากการเตรียมงานแต่งงานคงทำให้เจ้าฟุ้งซ่านไปไกลแล้วกระมัง"
หลินเฟยอวี่เงยหน้าขึ้น ดวงตาหงส์คู่นั้นเย็นชาไร้ก้นบึ้ง นางไม่ได้มองเขาในฐานะคู่หมั้นอีกต่อไป แต่มองเขาเหมือนมองเศษซากของขยะที่นางเคยโง่เขลาพอจะเก็บมาไว้ในหัวใจเมื่อชาติภพก่อน
"ข้ามีสติสัมปชัญญะดีกว่าครั้งไหนๆ ในชีวิต" นางเอ่ยพลางเหยียดยิ้มที่มุมปาก "จางเหว่ย เจ้าคิดหรือว่าตระกูลจางที่กำลังถังแตก มีเพียงเปลือกนอกที่จอมปลอม จะคู่ควรกับสมบัติมหาศาลและการจัดการที่ข้าวางรากฐานไว้ให้นานนับปี?"
"เจ้า!" จางเหว่ยหน้าแดงก่ำ มือหนาสั่นเทาด้วยความโกรธจัดที่ถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรี "เจ้ากล้าดียังไง! หากไม่มีตระกูลจางคอยค้ำจุน ชื่อเสียงของตระกูลหลินจะเหลืออะไร? ผู้คนจะนินทาเจ้าว่าอย่างไรที่กล้าฉีกหน้าบุรุษกลางที่ประชุมเช่นนี้!"
"นินทาหรือ?" เฟยอวี่แค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะของนางแห้งแล้งและน่าขนลุก "ให้พวกเขานินทาไปเถิด อย่างน้อยชื่อเสียงที่เสียหายก็ยังดีกว่าการต้องเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินให้กับคนไร้ความสามารถเช่นเจ้า... อ้อ อีกอย่าง"
นางเหลือบสายตาไปทางเหมยเซียนที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่มุมห้อง ร่างบางนั้นตัวสั่นเทาดูน่าสงสารเหมือนลูกนกตกน้ำในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเฟยอวี่... นั่นคืองูพิษที่รอจังหวะฉกกัด
"เรียกอนุของเจ้ากลับไปได้แล้ว กลิ่นน้ำอบราคาถูกของนางทำข้าสะอิดสะเอียนจนอยากจะอาเจียนออกมาที่พื้นห้องนี้"
บรรยากาศในโถงรับรองเย็นเยียบขึ้นฉับพลัน เหมยเซียนเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่พร้อมจะร่วงเผาะ "คุณหนูหลิน... บ่าว... บ่าวไม่ได้ตั้งใจจะลบหลู่ท่าน เพียงแต่บ่าวกับคุณชายจางเรา..."
"เรา?" เฟยอวี่แทรกขึ้นทันที น้ำเสียงของนางทรงอำนาจจนเหมยเซียนชะงักงัน "ในบ้านของข้า เจ้าเป็นเพียงผู้มาเยือนที่ไร้สถานะ การที่เจ้ากล้าใช้คำว่า 'เรา' กับชายที่กำลังจะแต่งงานกับข้า ช่างเป็นความทะเยอทะยานที่น่าขบขันนัก หรือเจ้าคิดว่าการที่จางเหว่ยแอบไปพลอดรักกับเจ้าในเรือนท้ายจวนจะเป็นความลับที่ข้าไม่ล่วงรู้?"
จางเหว่ยหน้าถอดสี "เจ้า... เจ้ารู้เรื่องนั้นได้อย่างไร?"
เฟยอวี่ลุกขึ้นยืน ร่างอรชรในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองดูสูงส่งกว่าใครในห้องนี้ นางก้าวเดินช้าๆ ตรงไปหาจางเหว่ย กลิ่นหอมจางๆ จากกายของนางทำให้ชายหนุ่มถอยกรูดโดยไม่รู้ตัว นางหยุดยืนตรงหน้าเขา รัศมีแห่งความเย็นชาที่แผ่ออกมาทำให้เขาหายใจไม่ออก
"ความลับไม่มีในโลก จางเหว่ย" นางกระซิบชิดใบหูเขา น้ำเสียงแฝงความอาฆาตที่เขาสัมผัสได้ถึงกระดูก "และข้าจะไม่ยอมให้สิ่งใดที่เน่าเฟะมาแปดเปื้อนเส้นทางเศรษฐินีที่ข้ากำลังจะก้าวเดินไปต่อจากนี้... ถอนหมั้นซะ ก่อนที่ข้าจะแฉความลับเรื่องเงินทุนที่เจ้าแอบยักยอกไปจากคลังตระกูลหลินให้ทั่วทั้งแคว้นได้รับรู้"
จางเหว่ยตัวแข็งทื่อ เขาไม่รู้เลยว่านางไปรู้เรื่องการยักยอกเงินทุนได้เช่นไร นั่นเป็นแผนการที่เขาทำอย่างรอบคอบที่สุด... หรือว่านางไม่ได้เป็นแค่คุณหนูในห้องหออย่างที่เขาเคยปรามาสไว้?
ในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงของใครบางคนดังมาจากหน้าประตูโถง เงาร่างสูงใหญ่ทอดทับเข้ามาในห้อง ปกคลุมตัวทุกคนไว้ภายใต้ความมืดมิดของแสงอาทิตย์อัสดงที่กำลังลับขอบฟ้า
"ดูเหมือนว่าที่นี่จะกำลังมีเรื่องสนุกให้ข้าตัดสินแทนกระมัง"
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจทำเอาทุกคนในห้องหยุดชะงัก จางเหว่ยหันไปมองด้วยความตกใจก่อนจะคุกเข่าลงทันที ส่วนเหมยเซียนนั้นถึงกับเข่าอ่อนจนทรุดลงไปกองกับพื้น หลินเฟยอวี่เพียงแค่หันไปมองนิ่งๆ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าใครคือผู้มาเยือน
บุรุษในชุดคลุมสีดำปักลวดลายเมฆามังกรจางๆ ดวงตาเรียวคมดุจเหยี่ยวจ้องมองมาที่เฟยอวี่ด้วยความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มุมปากเขายกยิ้มที่ดูอันตรายและเย้ายวนในคราวเดียวกัน
"ฉินอ๋อง..." จางเหว่ยครางชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
หลินเฟยอวี่ไม่หลบสายตา นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้คืออันตรายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็คือหมากตัวสำคัญที่นางต้องใช้เพื่อทำลายตระกูลจางให้สิ้นซาก การเผชิญหน้าในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นบทเริ่มต้นของเกมที่นางเป็นคนวางหมากไว้เอง... และเขา ก็คือคนที่เลือกจะเดินเข้าสู่กระดานของนางด้วยตัวเอง
ชายหนุ่มก้าวเข้ามาจนประชิดตัวนาง กลิ่นอายของบุรุษผู้กุมอำนาจลึกลับห้อมล้อมนางไว้ เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสใบหูของนาง "แม่นางหลิน... ข้อเสนอที่เจ้าจะถอนหมั้นกับขยะนี่ ข้าสนใจจะสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง... ว่าแต่ เจ้ามีสิ่งใดจะตอบแทนข้าบ้างล่ะ?"
หัวใจของเฟยอวี่กระตุกวูบ เมื่อนิ้วเรียวยาวของฉินอ๋องไล้ไปตามแนวสันกรามของนางอย่างอุกอาจ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของจางเหว่ยและเหมยเซียนที่ทำได้เพียงก้มหน้ามองพื้นด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดที่ก้าวเข้ามาแทรกแซงชะตาชีวิตของพวกเขาทั้งหมด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเฟยอวี่ในเส้นทางทวงแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันตอนหน้าเจ้าค่ะ - หมอกเหมยปลายฤดู
หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 2
ตัดสัมพันธ์ตระกูลจาง
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!