ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน•ตอนที่ 13

เมืองลอยฟ้าที่หายสาบสูญ

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
“คาร์ล หยุดมือเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากให้พวกเรากลายเป็นฝุ่นผงไปเสียก่อน” เสียงของเอลิน่าไม่ได้สั่นเครือ แต่มันเต็มไปด้วยกระแสความเย็นเยียบที่แฝงอยู่เบื้องหลังดวงตาสีมรกตคู่นั้น เธอเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของผมไว้แน่น ในขณะที่ปลายค้อนเหล็กกล้าที่ผมกำลังพยายามงัดเข้ากับแผ่นหินจารึกขนาดยักษ์เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงสะท้อนก้องกังวานไปทั่วโถงถ้ำมืดมิด ผมชะงัก ลมหายใจสะดุด ความรู้สึกที่ปลายค้อนบอกผมว่า หินก้อนนี้ไม่ได้ทำจากหินธรรมดา แต่มันคือแร่ 'ดาร์คออบซิเดียน' ที่ถูกผนึกด้วยเวทมนตร์โบราณ ซึ่งมีเพียงช่างตีดาบระดับสูงเท่านั้นที่จะสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของมัน “เธอก็รู้สึกถึงมันใช่ไหม เอลิน่า?” ผมถามพลางขยับถอยหลังออกมา เว้นระยะห่างให้พอกับการประเมินสถานการณ์ เอลิน่าไม่ตอบในทันที เธอปล่อยมือจากข้อมือผมแล้วร่ายเวทมนตร์ ‘เนตรดาราส่องวิถี’ แสงสีเงินจางๆ เปล่งประกายออกมาจากปลายนิ้วเธอ ก่อนจะลากผ่านอากาศว่างเปล่า ภาพโฮโลแกรมของโครงสร้างเวทมนตร์ที่ซับซ้อนจนผมยังต้องขมวดคิ้วปรากฏขึ้นเหนือโถงถ้ำ มันไม่ใช่ระบบป้องกันของดันเจี้ยนทั่วไป แต่มันคือ... รหัสผ่านที่เชื่อมโยงกับพิกัดบนท้องฟ้า “มันไม่ใช่ถ้ำธรรมดา คาร์ล” เธอพึมพำ เสียงนั้นดูแผ่วเบาเหมือนคนละเมอ “แผนที่ในมิตินี้ไม่ได้ถูกจัดวางไว้บนผืนดิน แต่มันถูกแขวนไว้บนชั้นบรรยากาศชั้นที่สาม ถ้าเรางัดหินก้อนนี้ออก... ทั้งเมืองที่อยู่เหนือหัวเราจะร่วงหล่นลงมาทับพวกเราจนไม่เหลือซาก” ผมเงยหน้ามองเพดานถ้ำที่มืดมิด ทันใดนั้น รอยร้าวเล็กๆ ที่เกิดจากการงัดเมื่อครู่ก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้าครามจางๆ ราวกับหลอดเลือดที่กำลังสูบฉีดพลังงานลึกลับ เมืองที่ไม่ได้อยู่ในแผนที่ผู้เล่นทั่วไป เมืองที่ตำนานกล่าวขานว่า ‘ลอยฟ้าแต่หายสาบสูญ’ กำลังตอบสนองต่อเครื่องมือของช่างตีดาบอย่างผม เราก้าวเดินต่อลึกเข้าไปในอุโมงค์ที่เริ่มบิดเบี้ยวตามแรงโน้มถ่วงที่แปรปรวน ทุกก้าวย่างของผมคือการเรียนรู้ ผมสังเกตเห็นร่องรอยการตีขึ้นรูปด้วยวัสดุที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่เหล็ก ไม่ใช่เหล็กกล้า แต่มันคือโลหะผสมที่แปรสภาพตามกระแสมานา สิ่งนี้ย้ำเตือนผมเสมอว่า โลกของเกมนี้ไม่ได้มีไว้แค่ให้เราเก็บเลเวล แต่มีไว้ให้เราได้ ‘สัมผัส’ ถึงศิลปะการสร้างสรรค์ที่ซ่อนอยู่ในเงามืด “ระวัง!” เอลิน่าร้องเตือน ฉับพลันนั้น ร่างเงาสีดำสนิทที่ไร้รูปร่างพุ่งออกมาจากผนังถ้ำ มันไม่ใช่ศัตรูที่มีค่าสถานะเป็นตัวเลข แต่มันคือ 'ผู้พิทักษ์กลไก' (Clockwork Guardian) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายผู้บุกรุกโดยเฉพาะ ผมชักดาบ ‘สนิมเขรอะ’ ที่ผมตีขึ้นเองออกจากฝัก แม้สเตตัสในระบบจะบอกว่ามันเป็นอาวุธขยะ แต่ในมือผม... ผมรู้ดีว่าจุดสมดุลของน้ำหนักมันอยู่ตรงไหน ผมก้าวเท้าสอดประสานกับจังหวะการโจมตีของศัตรู ไม่ใช่การปะทะด้วยพลังทำลาย แต่เป็นการปะทะด้วย ‘เทคนิค’ ผมเอียงตัวหลบกรงเล็บเหล็กกล้าที่พุ่งผ่านหน้าไปเพียงมิลลิเมตร ก่อนจะใช้สันดาบกระแทกเข้าที่จุดเชื่อมต่อของข้อต่อศัตรูอย่างแม่นยำ *เคร้ง!* เสียงโลหะปะทะกันดังกังวาน หุ่นยนต์ตัวนั้นชะงักค้าง เอลิน่าไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอร่ายเวทมนตร์ ‘โซ่ตรวนแห่งเงา’ รัดร่างของมันไว้จนแน่น ก่อนจะหันมาส่งสัญญาณให้ผม “คาร์ล! เจาะเข้าไปที่ใจกลางอกนั่นคือจุดที่มานาไหลเวียน!” ผมกระโจนเข้าหาศัตรู ในวินาทีนั้นโลกทั้งใบดูเหมือนจะช้าลง ผมเห็นกระแสมานาไหลผ่านโครงเหล็กกล้านั่นชัดเจนเหมือนเห็นรอยร้าวบนก้อนหิน ผมแทงดาบเข้าไปในช่องว่างขนาดเพียงไม่กี่เซนติเมตร แรงสั่นสะเทือนจากคอร์พลังงานวิ่งย้อนขึ้นมาตามใบดาบเข้าสู่กระดูกแขนของผม แต่มันเป็นความเจ็บปวดที่งดงาม หุ่นยนต์ระเบิดออกเป็นละอองแสงสีทอง แต่แทนที่มันจะสลายไปละอองเหล่านั้นกลับลอยคว้างขึ้นไปบนอากาศ ก่อนจะค่อยๆ รวมตัวกันจนกลายเป็นบันไดแสงที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ความว่างเปล่าข้างบน เราทั้งคู่ก้าวขึ้นไปตามบันไดนั้นด้วยความเงียบงัน จนกระทั่งพ้นจากปากถ้ำสู่เบื้องบน... ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้ผมลืมหายใจ เมืองขนาดมหึมาที่สร้างจากแร่ผลึกใสลอยตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆสีเพลิง ทุกอาคารเปล่งประกายด้วยพลังงานเวทมนตร์ที่ไร้ขีดจำกัด แต่น่าแปลกที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ หลงเหลืออยู่เลย นอกจากเสียงเครื่องจักรที่ยังคงทำงานเป็นจังหวะเหมือนหัวใจของเมืองที่ยังไม่ตาย เอลิน่าเดินไปที่แท่นหินใจกลางเมือง สายตาของเธอดูล่องลอยเหมือนพยายามนึกอะไรบางอย่าง แต่แล้วเธอก็หยุดกึก เมื่อนิ้วของเธอสัมผัสลงบนอักขระโบราณ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ทุกคนในเซิร์ฟเวอร์น่าจะได้ยิน ก็ดังก้องขึ้นในหัวของผมทันที [ประกาศระบบ: ผู้เล่น ‘คาร์ล’ และ ‘เอลิน่า’ ได้ค้นพบ ‘นครนิรันดร์แห่งอาคาน่า’ - พื้นที่ระดับ SSS ที่ถูกลบออกจากบันทึกของพระเจ้า] [เงื่อนไขภารกิจลับ: ปลดล็อกความลับแห่งช่างตีดาบไร้เงาและจอมเวทผู้ลืมเลือน เพื่อรับสิทธิ์ครอบครองกุญแจแห่งการสร้างสรรค์] ขณะที่ผมกำลังจะก้าวเข้าไปหาเอลิน่า แผ่นดินใต้เท้าเราก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนผมต้องเซถลา และจากความมืดมิดหลังแท่นหินยักษ์นั้น ร่างของชายสวมหน้ากากเหล็กที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในเกมนี้ ก็ค่อยๆ ก้าวออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด “ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเจ้า... คาร์ล” เขาชี้ปลายดาบสีดำสนิทที่รูปร่างเหมือนกับดาบของผมไม่มีผิดเพี้ยนมาทางผม “คราวนี้... มาลองดูซิว่าระหว่างช่างตีดาบที่สร้างด้วยหัวใจ กับช่างตีดาบที่สร้างด้วยความตาย ใครจะเป็นผู้เขียนบทตอนจบที่แท้จริง!” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวเข้าสู่ความลับของเมืองลอยฟ้าไปพร้อมกับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%