"ถ้าก้าวพ้นแนวเขตเสาหินศิลาครามนี้ไป... สเตตัสโบนัสคุ้มครองผู้เล่นมือใหม่จะหายไปอย่างถาวรนะครับคุณช่างตีดาบ"
เสียงเตือนจากระบบนำทางอัตโนมัติของเกมดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับละอองแสงสีฟ้าครามที่ค่อยๆ เลือนหายไปจากปลายรองเท้าหนังบู๊ตของคาร์ล ชายหนุ่มไม่ได้แสดงความลังเลออกมาแม้แต่น้อย เขากำด้ามค้อนเหล็กประจำตัวแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาว ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองไปเบื้องหน้า—ทัศนียภาพอันเวิ้งว้างของ 'ที่ราบสูงแห่งกาลเวลา' ดินแดนรอยต่อระหว่างโซนเริ่มต้นที่ปลอดภัยกับทวีปใหญ่ที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและกฎแห่งป่า
"ความคุ้มครองจากระบบเป็นเพียงสิ่งค้ำจันสำหรับคนที่ยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความจริงครับเอลิน่า" คาร์ลเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนักแน่น เขากวาดสายตามองหญิงสาวข้างกาย เอลิน่าในชุดคลุมนักเวทสีเทาเข้มกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนคريستัลเวทมนตร์ในมือ แววตาสีม่วงอ่อนของเธอดوจดจ่ออยู่กับการวิเคราะห์คลื่นพลังงานที่สะท้อนมาจากเบื้องล่าง
"ฉันตรวจพบร่องรอยของสิ่งมีชีวิตประเภทโกเล็มเหล็กไหลระดับสิบห้ากระจายตัวอยู่ตามซากปรักหักพังด้านหน้าไม่ต่ำกว่ายี่สิบตัวค่ะ... เอ้ย ขออภัยค่ะ ความจริงคือฉันคำนวณจากความหนาแน่นของมานาแล้ว พวกมันน่าจะไวต่อแรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของเรานะะ..." เอลิน่าชะงักไปเล็กน้อย เผลอหลุดสำนวนคุ้นชินบางอย่างออกมา ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเคร่งขรึมตามเดิม พร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆ ให้คาร์ล
คาร์ลเหลือบมองท่าทีนั้นด้วยหางตา เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยโดยไม่เอ่ยปากแซว "ไม่ต้องกังวลเรื่องความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ หรอกครับ สิ่งสำคัญตอนนี้คือการก้าวเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับต่างหาก"
การตัดสินใจออกจากโซนเริ่มต้นในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความอวดดี แต่เป็นผลึกความคิดจากการตีอาวุธนับร้อยชิ้นและการทดลองผสานแร่ธาตุร่วมกับเอลิน่าตลอดหลายวันที่ผ่านมา คาร์ลตระหนักดีว่าระบบสเตตัสในโลก VRMMO แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกรองผู้เล่นให้ติดอยู่กับกรอบของตัวเลข แต่ดาบที่เขาตีขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง—ดาบที่ผสานเจตจำนงและน้ำหนักของเหล็กกล้า—กำลังเรียกร้องหาการทดสอบที่แท้จริง
ทั้งคู่ก้าวเท้าข้ามผ่านแนวเสาหินศิลาครามสลักอักษรโบราณ ทันทีที่พ้นอาณาเขตนั้นมา แรงกดดันรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อากาศรอบตัวหนาแน่นขึ้นจนรู้สึกได้ถึงกระแสมานาที่ไหลวนอย่างปั่นป่วน ท้องฟ้าสีครามสดใสเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยหมู่เมฆสีเทาทะมึนที่ปกคลุมอยู่เบื้องบนราวกับค่ายกลขนาดใหญ่
"เตรียมตัวให้พร้อมครับ... อาคันตุกะกลุ่มแรกของเรามารอรับการต้อนรับแล้ว"
คาร์ลส่งเสียงเตือนเบาๆ พร้อมกับสะบัดข้อมือเรียกดาบเหล็กกล้าไร้คมที่เขาเป็นคนตีขึ้นเองออกมาถือไว้ในมือ ใบดาบสีดำสนิทไม่ได้สะท้อนแสงอาทิตย์ แต่กลับดูดกลืนแสงรอบตัวเข้าไปจนเกิดเป็นเงาดำทะมึนล้อมรอบคมดาบ
เบื้องหน้าของพวกเขา ห่างออกไปราวสามสิบเมตร พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน โกเล็มเหล็กไหลสูงสามเมตร ร่างกายประกอบขึ้นจากเศษซากอาวุธขึ้นสนิมและหินผาผุกร่อน ค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นมาจากพื้นดิน ดวงตาสีแดงฉานสาดแสงวาบในความสลัว พวกมันส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอราวกับเสียงบดขยี้ของเฟืองจักรกลโบราณ
"พวกมันมีความหนาแน่นของเกราะเหล็กสูงถึงเจ็ดร้อยหน่วย การโจมตีด้วยเวทมนตร์ธาตุไฟทั่วไปจะสร้างความเสียหายได้เพียงสามสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้นค่ะ" เอลิน่าร่ายเวتวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอเปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อนขณะประมวลผลจุดอ่อนของศัตรู "แต่ถ้าเราโจมตีเข้าที่ข้อต่อบริเวณหัวเข่าซ้าย ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อของวงจรมานาเก่า... ความทนทานของเกราะจะลดลงถึงศูนย์ในพริบตา"
"ยอดเยี่ยมครับเอลิน่า" คาร์ลยิ้มรับด้วยความพึงพอใจ "งั้นผมขอจัดการเปิดทาง และคุณช่วยสนับสนุนจังหวะการลงดาบก็แล้วกัน"
สิ้นคำพูด ร่างของช่างตีดาบหนุ่มก็พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วดุจกระสุนปืนที่ถูกยิงออกจากลำกล้อง รองเท้าหนังบู๊ตเหยียบย่ำลงบนพื้นดินจนเกิดเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวลพร้อมกับแรงลมที่กรรโชกแรง โกเล็มตัวแรกเงื้อมือขวาที่เป็นค้อนหินขนาดใหญ่หมายจะทุบลงมาบดขยี้ร่างของเขาให้แหลกคาที่
คาร์ลไม่หลบเลี่ยง เขากลับเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น อาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีที่ค้อนหินพุ่งลงมา 滑ตัวแนบไปกับพื้นดิน ดาบเหล็กกล้าในมือถูกตวัดขึ้นด้วยองศาที่แม่นยำรา과สลักไว้ด้วยไม้บรรทัด พลังปราณช่างตีดาบถูกอัดฉีดเข้าไปในเนื้อเหล็กจนเกิดเสียงร้องแหลมสูงของอากาศที่ถูกตัดขาด
*ฉับ!*
คมดาบสีดำสนิทเฉือนผ่านข้อต่อหัวเข่าซ้ายของโกเล็มเหล็กไหลได้อย่างไร้ที่ติ แรงเสียดทานอันรุนแรงทำให้เกิดประกายไฟสีส้มพุ่งกระฉูดออกมาพร้อมกับเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของจักรกลโบราณ ร่างมหึมาเสียการทรงตัวและทรุดฮวบลงกับพื้นในทันที
"ตอนนี้แหละค่ะคาร์ล!" เสียงหวานของเอลิน่าตะโกนก้องพร้อมกับสะบัดมือซ้าย วงเวทย์สีทองอร่ามปรากฏขึ้นกลางอากาศ ปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงพุ่งเข้าใส่รอยแยกที่คาร์ลเพิ่งสร้างขึ้นมา
*เปรี้ยง!*
กระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่างของโกเล็มเหล็กไหลผ่านวงจรมานาภายใน ทำให้แกนกลางของมันเกิดอาการลัดวงจรอย่างรุนแรง ร่างมหึมาสั่นกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษเหล็กและละอองแสงสีขาวกระจายไปทั่วบริเวณ
[ท่านได้กำจัด 'โกเล็มเหล็กไหล (ระดับ 15)' สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 1,200 หน่วย]
[ทักษะ 'การตีเหล็กขั้นสูง' ได้รับโบนัสความเข้าใจในการสร้างความเสียหายต่อโลหะ +2%]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของคาร์ล แต่เขากลับไม่ได้สนใจตัวเลขเหล่านั้น สายตาของเขายังคงจดจ้องไปยังผืนป่าเบื้องหน้าที่ทอดยาวลึกเข้าไปในใจกลางทวีป ซึ่งตอนนี้มีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น—หมอกหนาทึบสีม่วงเข้มกำลังเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมพื้นที่ พร้อมกับเสียงคำรามที่สะท้อนก้องกังวานจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
เอลิน่าก้าวเข้ามาใกล้คาร์ล สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีม่วงอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเธอมองเห็นข้อความแจ้งเตือนแปลกปลอมที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าของเธอเอง ซึ่งเป็นข้อความที่ระบบปกติไม่ควรจะแสดงออกมา
"คาร์ล... นั่นมันไม่ใช่โกเล็มธรรมดาแล้วค่ะ" เอลิน่าเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย นิ้วมือเรียวยาวชี้ไปยังเงาร่างมหึมาที่กำลังก้าวออกมาจากม่านหมอกสีม่วง—ร่างที่มีโครงสร้างซับซ้อนกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ในโซนเริ่มต้น และที่หน้าอกของมัน มีสัญลักษณ์รูปค้อนไขว้กับดาบเพลิงสลักอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับรอยสักปริศนาที่ข้อมือของคาร์ล
ก่อนที่คาร์ลจะทันได้เอ่ยปากถาม เสียงแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาท พร้อมกับหน้าต่างสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมาขวางกั้นสายตาของทั้งคู่
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบผู้มาเยือนจาก 'หอคอยแห่งพันธนาการ' — ภารกิจลับระดับ SSS 'เงาแห่งอดีตกาล' เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บัดนี้]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์ให้คาร์ลและเอลิน่าก้าวข้ามขีดจำกัดไปด้วยกันเสมอนะครับ
ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน•ตอนที่ 12
จุดเริ่มของการเดินทางที่แท้จริง
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้เงากับจอมเวทพเนจรผู้ลืมเลือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!