เสียงถ่านไม้ไผ่ปะทุแตกดังเปรี๊ยะ พร้อมกับกลิ่นหอมของมันหมูย่างที่ส่งเสียงฉู่ฉ่าบนกระทะทองเหลือง คือเสียงสวรรค์ที่กันต์จงใจสร้างขึ้นท่ามกลางอาณาจักรแห่งความตาย
“ผมว่าควันจากเตาน่าจะช่วยอำพรางกลิ่นอายความเป็นมนุษย์ของเราได้สักเจ็ดสัปตวรรษนะครับ อาจารย์ริน”
กันต์เอ่ยขึ้นขณะใช้คีมหนีบสามชั้นสไลด์ลงบนขอบกระทะ โค้งมุมปากยิ้มบางๆ อย่างอารมณ์ดี ในมืออีกข้างถือกระป๋องน้ำอัดลมเย็นเฉียบที่เพิ่งเปิดซ่า อาคารพาณิชย์แปดชั้น “แกรนด์แมนชั่น” แห่งนี้มีกฎเหล็กข้อหนึ่งที่ระบุไว้ในคู่มือผู้จัดการฝึกหัดหน้า 42 อย่างชัดเจนว่า *‘ห้ามมิให้สิ่งมีชีวิตและไร้ซึ่งชีวิตกระทำการใดๆ อันเป็นการรื่นรมย์เกินขอบเขตหลังเวลาวิกาล’* แต่ในเมื่อกฎไม่ได้ห้ามเรื่องการจัดเลี้ยงกระชับมิตรเพื่อลดความตึงเครียดของวิญญาณในความดูแล… เขาก็ย่อมใช้ช่องโหว่นี้ได้อย่างแนบเนียน
อาจารย์ริน (ดร.รินรดา) ในชุดกาวน์คลุมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดงริมกำแพงดาดฟ้า ดวงตาภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมมองเตาหมูกระทะสลับกับรายชื่อวิญญาณในแท็บเล็ตโฮโลแกรมของระบบตึก เธอดันแว่นเล็กน้อยด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขาม
“เธอชักจะใจกล้าขึ้นทุกวันแล้วนะ กันตพัฒน์ การเอาเตาหมูกระทะไฟฟ้าพ่วงแบตเตอรี่สำรองขึ้นมาตั้งบนเขตอาคมชั้นสี่ แถมยังเปิดเพลงลูกทุ่งคลอเบาๆ แบบนี้… เธอแน่ใจหรือว่านี่คือการกระชับมิตร ไม่ใช่การเปิดร้านปิ้งย่างต้อนรับผู้ตรวจการจากนรก?”
“โธ่ อาจารย์ครับ ในฐานะที่ผมเป็นผู้จัดการฝึกหัดดีเด่น (ที่ยังไม่ได้เงินเดือน) ผมวิเคราะห์มาอย่างดีแล้วครับ” กันต์หัวเราะในลำคออย่างสบายๆ ขณะพลิกหมูชิ้นโต “วิญญาณเร่ร่อนในตึกเราส่วนใหญ่เสียชีวิตเพราะความหิวโหยและโรคกระเพาะในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 40 การที่เรากลิ่นเนื้อย่างลอยไปแตะจมูกพวกเขา มันไม่ใช่การท้าทายครับ แต่มันคือ ‘กลยุทธ์การทูตเชิงรุก’ ต่างหากล่ะครับ”
ทันทีที่กันต์พูดจบ บรรยากาศรอบตัวบนดาดฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนไป อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจาก 28 องศาเซลเซียส เหลือเพียง 14 องศาเซลเซียส ลมราตรีที่เคยพัดเอื่อยกลับกลายเป็นกระแสลมเย็นยะเยือกที่หอบเอาละอองหมอกสีเทาจางๆ ลอยขึ้นมาจากปล่องบันไดหนีไฟ
เงาร่างโปร่งแสงสามร่างค่อยๆ ก้าวเท้าลอยเหนือพื้นคอนกรีตขึ้นมาทีละนิด ร่างแรกคือคุณลุงสมชาย รปภ. เก่าแก่ประจำตึกที่เสียชีวิตคาป้อมยามเมื่อสิบปีก่อน ร่างที่สองคือน้องมิลk พนักงานออฟฟิศสาวที่ตกตึกตายคาชุดทำงาน และร่างสุดท้ายคือเด็กชายวัยสิบขวบที่กอดลูกบอลยางเน่าๆ ไว้แนบอก
ทั้งสามหยุดยืนอยู่ห่างจากโต๊ะหมูกระทะราวสามเมตร ดวงตาทັງสามคู่จ้องมองก้อนเนื้อหมูและน้ำจิ้มสุกี้รสเด็ดในถ้วยกระดาษด้วยประกายแสงสีฟ้าจางๆ ที่สะท้อนถึงความโหยหาอย่างถึงที่สุด
กันต์ไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นทักทายด้วยรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับพนักงานบริการที่ดีเยี่ยม
“สวัสดีครับคุณลุงสมชาย น้องมิล์ก แล้วก็เจ้าหนู... เชิญนั่งตามสบายเลยนะครับ วันนี้ผมเป็นเจ้าภาพ เนื้อสามชั้นชุดนี้ผมคัดสรรมาเป็นพิเศษ ปราศจากสารกันบูดและผ่านการทำพิธีปัดเป่าวิญญาณเร่ร่อนในตัวหมูเรียบร้อยแล้วครับ ทานให้อร่อยนะครับ”
อาจารย์รินหรี่ตามองการเจรจาอันไร้ความกลัวของลูกศิษย์หนุ่ม เธอวางแท็บเล็ตลงบนตัก มือเรียวบางสะบัดเบาๆ สร้างอาคมคุ้ม
กันเขต (Protection Barrier) ระดับบางเบาไว้รอบโต๊ะ เพื่อป้องกันไม่ให้พลังงานหยินของวิญญาณทั้งสามเข้ามาปะปนกับอาหารโดยตรงจนเกิดอาการอาหารเป็นพิษทางวิญญาณขึ้นมา
“ฉลาดไม่เบานี่ กันต์ การใช้เนื้อสัตว์ที่ผ่านพิธีชำระล้าง ช่วยลดความเสี่ยงที่วิญญาณจะเกิดอาการ ‘คุ้มคลั่งพลังงานหยิน’ (Yin Energy Psychosis) ได้ถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์… ดูท่าทางเธอจะอ่านคู่มือความปลอดภัยของตึกมาอย่างแตกฉานจริงๆ” อาจารย์รินเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มุมปากของเธอกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ
คุณลุงสมชายลอยเข้ามาใกล้โต๊ะที่สุด มือที่โปร่งแสงสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมไปหยิบตะเกียบไม้ที่กันต์วางเตรียมไว้ให้ ร่างของอดีต รปภ. ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แม้ตัวเขาจะไม่มีน้ำหนักแต่เก้าอี้พลาสติกก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามจิตใต้สำนึกที่เคยชิน
“ไอ้หนู… กลิ่นนี่มัน… มันคิดถึงเหลือเกินวะ” เสียงแหบพร่าราวกับมาจากก้นบ่อดังขึ้น “ตั้งแต่ตายมา สิบปีเต็มๆ ที่กูไม่ได้กินอะไรนอกจากความว่างเปล่ากับหยดน้ำฝน… ขอบใจนะเว้ย”
“ด้วยความยินดีครับคุณลุง ทานเยอะๆ นะครับ เดี๋ยวผมคอยเติมถ่านให้” กันต์ยิ้มรับอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับคีมที่คอยพลิกหมูให้สุกกำลังดี
บรรยากาศบนดาดฟ้าที่ควรจะวังเวงและน่ากลัว กลับกลายเป็นวงหมูกระทะยามดึกที่แปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร เสียงหัวingเราะแหบแห้งของลุงสมชาย เสียงพูดคุยเบาๆ ของน้องมิล์กที่บ่นเรื่องงานค้างในออฟฟิศ และเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กชายที่พยายามแย่งตักลูกชิ้นปิ้ง ผสมผสานกันไปกับเสียงควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน
กันต์แอบเหลือบมองระบบแจ้งเตือนในสมาร์ทโฟนของตนเอง ซึ่งตอนนี้ถูกดัดแปลงให้เชื่อมต่อกับโครงข่ายของตึก
[ประกาศจากระบบตึก: ความสัมพันธ์ระดับความพึงพอใจของวิญญาณชั้น 4-7 พุ่งสูงขึ้นถึง 92%]
[ภารกิจย่อยสำเร็จ: "สานสัมพันธ์เพื่อนบ้านต่างมิติ" ได้รับแต้มประสบการณ์ +500 แต้ม]
[ปลดล็อกทักษะพิเศษ: "เนตรทิพย์การทูต" (สามารถเจรจากับวิญญาณระดับอาฆาตได้ราบรื่นขึ้น 30%)]
มุมปากของกันต์กระตุกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ การลงทุนซื้อชุดหมูกระทะราคาห้าร้อยบาทในคืนนี้ ถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าเกินคาดหมาย เขากำลังจะยกแก้วน้ำอัดลมขึ้นจิบเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จในค่ำคืนนี้
ทว่า… ในวินาทีนั้นเอง
เสียงเพลงลูกทุ่งที่เปิดคลอเบาๆ จากลำโพงบลูทูธพกพา ก็เกิดสะดุดกึกอย่างรุนแรง เสียงดนตรีเปลี่ยนเป็นเสียงคลื่นวิทยุซ่าๆ ที่เต็มไปด้วยคลื่นรบกวน
ถ่านไม้ไผ่ที่เคยแดงฉานในเตา กลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในเสี้ยววินาที ควันไฟสีดำทึบพวยพุ่งทะลักออกมาจากกระทะทองเหลืองราวกับมีใครสาดน้ำมันลงไป เปลวไฟสีเขียวมรกตลุกโชนขึ้นสูงกว่าสามเมตร กลืนกินบรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่ให้หายวับไปกับตาในพริบตาเดียว
คุณลุงสมชาย น้องมิล์ก และเด็กชาย หยุดชะงักการกินทันที ดวงตาทั้งสามคู่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างโปร่งแสงของพวกเขาสั่นเทิ้มราวกับใบไม้ไผ่ในพายุใหญ่ ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันทรุดตัวลงหมอบกับพื้นดาดฟ้าอย่างไร้เรี่ยวแรง
“ม...มาแล้ว…” เสียงกระซิบหวาดผวาของลุงสมชายหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา “มัน… มันขึ้นมาแล้ว…”
อาจารย์รินผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที แววตาที่เคยเยือกเย็นและมั่นคง กลับฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอยกมือขึ้นวาดอักขระกลางอากาศเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับบาตรอาคมรอบตัว แต่ทว่าพลังงานความกดอากาศที่พุ่งทะยานขึ้นมาจาก *“ชั้นลบ”* ด้านล่างสุดของตึก กลับทรงพลังเสียจนอักขระสีทองในมือของเธอแตกกระจายกลายเป็นผุยผงในพริบตาเดียว!
กันต์ขมวดคิ้วแน่น ไหวพริบอันรวดเร็วทำให้เขารู้ทันทีว่าสถานการณ์ตอนนี้เหนือการควบคุมไปไกลลิบแล้ว มือขวากำคีมปิ้งย่างแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังทางขึ้นบันไดหนีไฟที่ปิดสนิท
ประตูกระจกนิรภัยนำไปสู่ดาดฟ้า… ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงบานพับขึ้นสนิมที่กรีดร้องบาดแก้วหู
แกร๊ก… โครคร…
รองเท้าหนังสีดำขัดมันวาว ก้าวเหยียบคอนกรีตดาดฟ้าออกมาทีละข้าง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางหมอกควันสีดำทึบที่แผ่ขยาย ร่างของชายปริศนาในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับ สวมหมวกปีกกว้างที่บังใบหน้าครึ่งบนไว้ในเงาคมชัด ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงห้าก้าว
ชายคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มกว้างที่ฉีกไปถึงใบหอ… และดวงตาสองคู่ที่ซ้อนทับกันอยู่ในเบ้าตาเดียวกัน กำลังจ้องมองตรงมาที่กันต์ด้วยความกระหายใครรู้
“สวัสดีครับ คุณผู้จัดการฝึกหัดคนใหม่” เสียงทุ้มนุ่มน่าขนลุกดังขึ้นก้องในหัวของกันต์โดยตรง “ขอบคุณสำหรับงานเลี้ยงหมูกระทะนะ… แต่ดูเหมือนว่า เธอจะลืม ‘จ่ายค่าเช่าพื้นที่’ ให้กับเจ้าของที่แท้จริงของตึกนี้ไปซะสนิทเลยนะครั—บ”
---
*ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของกันต์และอาจารย์รินมาจนถึงบทนี้นะครับ* — **ลิฟต์แก้วชั้นลบ**
คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ•ตอนที่ 23
ตอนที่ 23: งานเลี้ยงหมูกระทะชั้นดาดฟ้ากระชับมิตรวิญญาณ
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!