คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ•ตอนที่ 15

ตอนที่ 15: ปิดฉากองค์ที่ 1: แผนผังที่แท้จริงของตึกสำนักงาน

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"ถอยไป!" เสียงตวาดของอาจารย์รินเฉียบขาดราวกับคมมีดที่กรีดผ่านอากาศเย็นเยียบ ร่างเพรียวในชุดสูทสีเข้มดีดตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว ส้นรองเท้าคัทคูบดขยี้ลงบนพื้นปูนซีเมนต์จนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด มือเรียวชักแผ่นยันต์สีชาดออกจากกระเป๋าเสื้อเบลเซอร์อย่างแม่นยำ พร้อมกับที่นัยน์ตาคู่คมจดจ้องไปยังร่างโปร่งแสงที่เพิ่งก้าวทะลุประตูเหล็กหนากว่าสามนิ้วเข้ามาในห้องควบคุมระบบไฟฟ้าชั้นที่ 3 กันตพัฒน์ หรือ 'กันต์' ไม่ได้ขยับหนีตามสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ ตรงกันข้าม นักศึกษาหนุ่มปีสามผู้มีใบหน้าเรียบเฉยจนเกือบจะไร้อารมณ์ กลับก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าครึ่งก้าว สายตาสีเข้มกวาดมองต่ำลงไปยังจุดเชื่อมต่อของวงกบประตูกับคานเหล็กรับน้ำหนัก รอยร้าวรูปใยแมงมุมที่แผ่ขยายออกไปหกแฉกเมื่อครู่ บัดนี้หยุดชะงักลงแล้ว... ไม่ใช่เพราะพลังอาคมของอาจารย์ริน แต่เป็นเพราะค่าความดันอากาศภายในห้องที่เพิ่งปรับลดลงสี่ปาสกาลตามคำสั่งที่เขากรอกลงในแผงควบคุมระบบระบายอากาศเมื่อสามนาทีที่แล้วต่างหาก "อาจารย์ริน อย่าเพิ่งใช้ยันต์ระเบิดอัคคีครับ" กันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าเงาสะท้อนในกระจกฝั่งตรงข้ามจะปรากฏร่างของชายชราในชุดยูนิฟอร์มพนักงานรักษาความปลอดภัยยุคปี พ.ศ. 2535 ที่มีรอยฉีกขาดเหวอะหวะบริเวณหน้าอก กำลังลอยเหนือพื้นดินหร็อมแหร็มก็ตาม "นายบ้าไปแล้วหรือไงกันต์! นั่นคือ 'ผู้เฝ้าประตูชั้นสาม' ตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่เศษเสี้ยววิญญาณเร่ร่อนแบบที่ผ่านมานะ!" อาจารย์สาวกัดริมฝีปากแน่น เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมขึ้นตามไรผมขาวสะอาด นิ้วเรียวที่ถือยันต์สั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างนั้นมันรุนแรงเกินกว่าโครงสร้างอาคารทั่วไปจะรองรับไหว "ผมไม่ได้บ้าครับอาจารย์" กันต์ตอบพลางยกมือขึ้นเคาะหน้าจอแท็บเล็ตในมือเบาๆ สองครั้ง แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับกรอบแว่นสายตาของเขา "ลองมองที่เส้นตารางสีเขียวบนพื้นสิครับ... มันไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เรา มันกำลังเดินตาม 'เส้นทาง' ที่ถูกกำหนดไว้ในพิมพ์เขียวฉบับดั้งเดิมต่างหาก" สิ้นคำพูดของกันต์ ร่างของรปภ. ไร้หัวใจตนนั้นก็หยุดชะงักฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน บนพื้นปูนซีเมนต์ที่เคยว่างเปล่า บัดนี้ปรากฏเส้นแสงสีทองเรืองรองจางๆ ลากยาวเป็นตารางหมากรุกจากบันหนีไฟฝั่งตะวันตกทะลุผ่านผนังปูนทึบมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ มันคือโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่ถูกซ้อนทับด้วยอาคมโบราณ—ระบบผังอาคาร 5 ชั้นที่ถูกออกแบบมาเพื่อกักเก็บและถ่ายเทพลังงานวิญญาณโดยเฉพาะ กันต์ค้นพบความจริงข้อนี้หลังจากใช้เวลาสามคืนเต็มในการตรวจสอบสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตึกสำนักงานแห่งนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตึกแปดเหลี่ยมแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่มันคือ 'เตาปฏิกรณ์วิญญาณ' ขนาดยักษ์ ชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 5 มีกลไกการไหลเวียนของลม ปล่องระบายควัน และท่อประปาที่เชื่อมโยงกันราวกับเส้นเลือดใหญ่ในร่างกายมนุษย์ และกุญแจสำคัญที่จะควบคุมระบบทั้งหมดนี้ได้ ไม่ใช่กำลังกายหรืออาคมสายปราบปราม แต่คือ 'สิทธิ์การเป็นผู้จัดการเต็มตัว' "กฎข้อที่สี่ของการเป็นผู้จัดการตึก..." กันต์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะก้าวเข้าไปประชิดร่างของรปภ. วิญญาณที่ยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ ดวงตาสีดำสนิทไร้แววตาคู่นั้นก้มมองลงมาที่เขา อาจารย์รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แม้จะยังไม่วางใจแต่เธอก็ลดแผ่นยันต์ลงครึ่งหนึ่ง สัญชาตญาณบอกเธอว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้กำลังเล่นสนุก ถึงแม้ใบหน้าของกันต์จะดูเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา แต่สมองภายใต้เรือนผมสีดำสนิทนั้นกำลังประมวลผลเร็วกว่าคอมพิวเตอร์เมนเฟรมเสียอีก "คุณปู่ครับ..." กันต์เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงสุภาพ นอบน้อมราวกับพนักงานรุ่นน้องกำลังรายงานหัวหน้างาน "ผมได้ทำการตรวจสอบบัญชีงบดุลของรอบเดือนพฤศจิกายน 2538 เรียบร้อยแล้ว พบว่าค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมลิฟต์ตัวที่สองถูกเบิกจ่ายออกไปแต่ไม่มีการซ่อมจริง... เอกสารฉบับนั้นลงนามโดยผู้จัดการคนก่อน ซึ่งก็คือท่านใช่ไหมครับ?" บรรยากาศภายในห้องควบคุมพลནเงียบงันลงทันที เสียงหึ่งของมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เคยดังสนั่น กลับเงียบเสียงลงราวกับถูกกดปุ่มปิด ร่างของรปภ. ชราค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ข้อต่อกระดูกส่งเสียงกรอบแกรบดังลั่นชวนขนลุก ริมฝีปากที่แห้งผากจนปริแตกขยับอ้าออกอย่างยากลำบาก เสียงแหบแห้งราวกับกระดาษทรายถูกับพื้นปูนดังลอดออกมาจากลำคอที่ขาดวิ่น "แก... รู้... ได้... ยังไง..." "เพราะระบบบัญชีไม่เคยโกหกใครครับ" กันต์ตอบด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มแบบที่อาจารย์รินมักจะหมั่นไส้ทุกครั้งที่ได้เห็น "และในฐานะผู้จัดการคนปัจจุบันที่มีอำนาจบริหารจัดการพื้นที่ 1 ถึง 5 อย่าง 100% ผมมีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบและ... ปิดบัญชีหนี้สูญนี้เสียที" กันต์ยื่นมือขวาออกไปสัมผัสกับหน้าอกเสื้อยูนิฟอร์มของรปภ. วิญญาณ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับกระดุมทองเหลืองตราสัญลักษณ์ตึกสำนักงาน แสงสีทองเจิดจ้าก็ระเบิดออกมาจากฝ่ามือของเขา ลวดลายอักขระโบราณนับร้อยตัวพุ่งทะยานออกจากร่างของกันต์ หมุนวนรอบตัวของชายชราคล้ายพายุหมุนขนาดเล็ก *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนใสๆ กังวานขึ้นในโสตประสาทของกันต์คนเดียว โดยไม่มีใครอื่นได้ยิน [ระบบประกาศ: ผู้ใช้ 'กันตพัฒน์' ทำเงื่อนไขภารกิจพิเศษสำเร็จ] [ปลดล็อกสิทธิ์การเป็นผู้จัดการตึกเต็มตัว (Full Authority - ชั้น 1 ถึง ชั้น 5)] [อัปเดตแผนผังโครงสร้างอาคาร: สำเร็จ 100%] [สถานะปัจจุบัน: ปลดปล่อยวิญญาณผู้พิทักษ์ด่านที่ 3 สำเร็จ, ค่าความเหนื่อยล้า -15%, พลังงานบริหารจัดการ +200 แต้ม] แรงกดดันมหาศาลที่กดทับบรรยากาศภายในห้องมานานนับสัปดาห์มลายหายไปในพริบตา ร่างของรปภ. ชราทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างอ่อนแรง ก่อนที่รอยยิ้มจางๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา "ฝาก... ดูแล... ที่นี่... ด้วยนะ... คุณผู้จัดการ..." ร่างของชายชลาสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวนวล ลอยขึ้นสู่เพดานปูน ก่อนจะซึมหายเข้าไปในโครงสร้างเหล็กของตึก ทำให้เสาเข็มทุกต้นส่งเสียงคرางต่ำๆ คล้ายกับการถอนหายใจด้วยความโล่งอก อาจารย์รินทรุดตัวลงนั่งพิงกับขอบโต๊ะทำงานอย่างหมดแรง เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ขมับ "ให้ตายเถอะกันต์... นายทำได้จริงๆ เหรอเนี่ย ฉันนึกว่าเราจะต้องใช้แผนกวาดล้างภาคพื้นดินเสียแล้ว" "การใช้กำลังแก้ปัญหาเป็นวิธีของมือสมัครเล่นครับอาจารย์" กันต์ถอดแว่นออกมาเช็ดกับชายเสื้อเบาๆ ด้วยความเรียบร้อย ใบหน้ายังคงความนิ่งสนิทตามแบบฉบับ "อีกอย่าง ค่าซ่อมแซมความเสียหายถ้าใช้ยันต์ระเบิดของอาจารย์ มันจะถูกหักออกจากโบนัสเงินเดือนของผม ซึ่งผมไม่อนุญาตให้เกิดขึ้นเด็ดขาดครับ" อาจารย์สาวกลอกตาขึ้นฟ้าด้วยความหมั่นไส้ครึ่งหนึ่งโล่งอกครึ่งหนึ่ง แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากแซวลูกศิษย์คนเก่ง ประตูเหล็กบานเดิมที่เพิ่งถูกปลดล็อกระบบไป ก็ส่งเสียง 'คลิก' หนักๆ ดังขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่เสียงเปิดจากด้านนอก... แต่เป็นเสียง 'กลอนประตูด้านใน' ที่กำลังถูกเลื่อนปิดลงทีละตัวอย่างเป็นระบบ กันต์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาสวมแว่นกลับเข้าที่เดิมแล้วหันกลับไปมองหน้าจอแท็บเล็ตที่ตอนนี้หน้าจอทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ข้อความแจ้งเตือนสีเลือดกระพริบรัวระรัวจนแทบอ่านไม่ทัน [คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบความผิดปกติในโซนต้องห้าม] [แผนผังชั้น 1 ถึง ชั้น 5 สมบูรณ์แล้ว... เริ่มต้นกระบวนการเปิดเผย 'แผนผังที่แท้จริงของชั้นใต้ดิน (Sub-level)'] [คำเตือน: ผู้จัดการได้รับการปลดล็อกสิทธิ์ แต่มีข้อความฝากถึงผู้จัดการใหม่จาก 'ผู้บริหารสูงสุด' ที่ไม่เคยปรากฏชื่อในระบบ...] เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเดินขึ้นมาจากบันไดหนีไฟฝั่งที่ควรจะตันสนิท เสียงนั้นไม่ได้มีแค่วิญญาณเดียว แต่มันดังระรัวราวกับกองทัพคนนับร้อยกำลังเดินเรียงแถวขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง กันต์และอาจารย์รินหันขวับไปมองที่ปากทางเข้าบันไดพร้อมกัน เงาดำทะมัดทมูนับไม่ถ้วนกำลังเคลื่อนตัวผ่านความมืดขึ้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องควบคุม แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นรองเท้าหนังขัดมันวาวนับร้อยคู่ที่ยืนเรียงรายกันแน่นขนัด และที่น่ากลัวที่สุด... คือเสียงกุญแจไขประตูดังขึ้นจากด้านนอก ทั้งที่ไม่มีใครถือลูกกุญแจนั้นเลย "กันต์..." เสียงของอาจารย์รินแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในรอบปี "นั่นไม่ใช่เสียงของวิญญาณในตึกนี้... พวกมันมาจากไหน?" กันต์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น มือขวาที่ถือแท็บเล็ตสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะหน้าจอระบบผู้จัดการตึกเพิ่งแสดงข้อความใหม่ล่าสุดที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ [ยินดีต้อนรับสู่ 'ตึกสำนักงานผีสิง' อย่างเป็นทางการครับ... ผู้จัดการลิฟต์แก้วชั้นลบ] [บุคคลที่กำลังเคาะประตูห้องคุณในขณะนี้ คืออดีตคณะผู้บริหารทั้ง 12 คนที่ถูกฝังไว้ใต้ตึกเมื่อสามสิบปีก่อน... และพวกเขากำลังมา 'ทวงคืนตำแหน่ง' ของพวกเขาคืนจากคุณ] —โปรดติดตามตอนต่อไป— *ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับคุณผู้จัดการหน้าตายและอาจารย์สาวสายบู๊คนนี้นะครับ* — **ลิฟต์แก้วชั้นลบ**
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%