"สาม... สอง... หนึ่ง..."
เสียงสังเคราะห์แหบพร่าดั่งโลหะเสียดสีกันดังขึ้นในโสตประสาทของกันต์ พร้อมๆ กับแรงสั่นสะเทือนระดับริกเตอร์ย่อมๆ ที่แผ่ซ่านมาจากบานประตูไม้สักหนาเตอะของสำนักงานจัดการหอพักชั้นเจ็ด รอยร้าวรานรูปใยแมงมุมผุดขึ้นบนเนื้อไม้สีเข้มอย่างรวดเร็วดั่งมีมือที่มองไม่เห็นกำลังจิกทึ้ง แรงกดดันมหาศาลจาก *'ผู้กลืนกินโครงสร้าง'* บอสประจำชั้นเจ็ดแผ่ไอเย็นเยือกจนลมหายใจของกันต์กลายเป็นไอสีขาว
"อาจารย์รินครับ! ประตูมันกำลังจะพังแล้ว!" กันต์ตะโกนลั่น มือข้างหนึ่งกำแท่งช็อกโกแลตที่เหลืออยู่ครึ่งแท่งไว้แน่น ขณะที่อีกข้างกดปุ่มรีเซ็ตระบบแผงควบคุมตึกอย่างลนลาน
"อย่าเพิ่งสติหลุดครับคุณกันต์ มองที่โครงสร้าง ไม่ใช่มองที่ตัวมัน!"
เสียงหวานเยือกเย็นแต่มั่นคงของ ดร.รินรดา หรืออาจารย์ริน ดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามต่ำๆ ที่ลอดผ่านรอยแตกของประตู ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปก้าวเข้ามาประชิดตัวเขา มือเรียวยาวคว้าข้อมือของกันต์กดลงบนแผงคีย์บอร์ดหลักของระบบ "จำกฎข้อที่สามของตึกนี้ได้ไหมครับ? สถาปัตยกรรมไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้พังทลาย แต่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ 'จัดระเบียบ'"
กันต์สูดหายใจเข้าลึกระงับความตื่นกลัว ดวงตาคมกวาดมองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงแผนผังตึกเจ็ดชั้นอย่างรวดเร็ว ในเมื่อกำลังทางกายภาพไม่สามารถต้านทานบอสระดับนี้ได้ เขาก็ต้องใช้ 'กฎ' ของตึกเป็นอาวุธ!
"เข้าใจแล้วครับ..." กันต์พึมพำ นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาวูบหนึ่ง "ถ้ามันอยากเข้ามาในโครงสร้างนัก... เราก็แค่ต้อนมันเข้าไปในพื้นที่อับสัญญาณพลังงานของชั้นใต้ดินซะสิครับ"
นิ้วเรียวรัวลงบนแป้นพิมพ์อย่างแม่นยำ เสียงระบบกลไกของหอพักส่งเสียงคำรามตอบรับ เฟืองยักษ์ในผนังตึกขยับตัวลั่นเอี๊ยดอาด เพดานห้องทำงานชั้นเจ็ดเปิดช่องว่างให้ลิฟต์ขนของฉุกเฉินดึงตัวบอสลงไปในพริบตา แรงกระแทกจากการพังประตูกระแทกเข้ากับความว่างเปล่า ส่งผลให้ 'ผู้กลืนกินโครงสร้าง' เสียหลักร่วงหล่นหายลงไปในความมืดเบื้องล่างพร้อมเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด
*โครม! เสียงประตูชั้นเจ็ดพังทลายลงพร้อมความเงียบที่กลับคืนมา*
กันต์ทรุดตัวลงพิงกับโต๊ะทำงาน หอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลซกเต็มแผ่นหลัง "เกือบไปแล้ว... นึกว่าจะได้ไปเกิดใหม่เป็นยามเฝ้าตึกซะแล้วครับ"
อาจารย์รินปัดฝุ่นตามไหล่เบาๆ นางปรายตามองหน้าจอระบบที่แจ้งเตือนภารกิจใหม่ "อย่าเพิ่งวางใจครับคุณกันต์ พักหายใจได้แค่ห้านาที เพราะเคสที่สองของวันนี้กำลังรอคุณอยู่ที่ชั้นสอง"
กันต์ขมวดคิ้ว "ชั้นสอง? ห้องน้ำรวมหญิงฝั่งตะวันตกใช่ไหมครับ?"
"ถูกต้องครับ" อาจารย์รินพยักหน้ารับ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ผีสาวนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์รุ่นปีการศึกษา 2548 เธอไม่ได้ดุร้ายด้วยพละกำลัง แต่เธอใช้ 'ความแค้นฝังหุ่น' และ 'เงื่อนไขทางจิตวิทยา' ในการขัดขวางไม่ให้ใครใช้ห้องน้ำนั้น หากคุณแก้ปริศนาความตายของเธอไม่ได้... คุณก็จะติดอยู่ในนั้นจนกว่าจะสอบตกทุกวิชา"
สิบนาทีต่อมา กันต์ยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำรวมชั้นสอง ป้ายหน้าห้องกระพริบติดๆ ดับๆ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นอลูมิเนียมสนิมคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินแม้แต่เสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำด้านใน *ติ๋ง... ติ๋ง...*
เขาสูดหายใจเข้าลึก ก้าวเท้าผลักประตูบานเกล็ดเข้าไปอย่างระมัดระวัง
ภายในห้องน้ำมืดสนิท มีเพียงแสงไฟนีออนสีส้มกะพริบสลัวจากกระจกบานใหญ่ด้านหน้าอ่างล้างหน้า ที่พื้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำนองเป็นทางยาว บริเวณห้องน้ำห้องสุดท้ายมีเสียงสะอื้นไห้เบาๆ ดังลอดออกมา เป็นเสียงร้องระคนความเจ็บปวดและเคียดแค้นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ฮือ... ทำไม... ทำไมถึงไม่มีใครช่วยฉัน..." เสียงนั้นพึมพำซ้ำไปซ้ำมา
กันต์หยุดยืนห่างจากห้องน้ำห้องสุดท้ายราวสามเมตร เขายกมือขึ้นกอดอก สีหน้าเรียบเฉยแต่สมองกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว "สวัสดีครับคุณรุ่นพี่ ผมคือนักศึกษาฝึกงานและผู้ดูแลหอพักคนใหม่ ถ้าคุณยังร้องไห้เสียงดังแบบนี้ รบกวนช่วยจ่ายค่าปรับเรื่องการรบกวนยามวิกาลด้วยนะครับ"
เสียงสะอื้นเงียบกริบไปทันที
ประตูกั้นห้องน้ำห้องสุดท้ายค่อยๆ ถูกดันเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวในชุดนักศึกษาเปียกโชก เส้นผมยาวสדคลุมใบหน้าครึ่งซีก ผิวหนังซีดเซียวจนเกือบโปร่งแสง ดวงตาสนิมเหล็กสีแดงก่ำจ้องมองมาที่กันต์ด้วยความอาฆาตมาดร้าย
"แก... แกเป็นใครกล้าดีอย่างไรมาทวงค่าปรับกับฉัน!" เสียงของเธอกลายเป็นเสียงกรีดแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก แรงกดดันพุ่งเข้าใส่กันต์จนขาของเขาสั่นระริก
แต่กันต์ไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขากลับหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาเปิดอ่านด้วยท่าทีสบายใจเฉิบ "รหัสประจำตัว 480119 คณะนิเทศศาสตร์ คุณนลินี... เสียชีวิตจากการลื่นล้มกระแทกขอบอ่างล้างหน้าในห้องน้ำนี้เมื่อสิบเก้าปีก่อน เนื่องจากไม่มีใครมาพบในเวลาที่เหมาะสมเพราะเพื่อนสนิทของคุณ... ปิดประตูขังคุณไว้ข้างในด้วยความอิจฉาเรื่องเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง"
ร่างของผีสาวชะงักกุน ดวงตาสนิมเหล็กเบิกกว้างขึ้น "แก... รู้ได้อย่างไร..."
"ผมไม่ได้รู้แค่เรื่องนั้นหรอกครับ" กันต์ก้าวเข้าไปใูกล้อีกหนึ่งก้าว ดวงตาฉายแววเห็นอกเห็นใจแต่ยังคงไว้ซึ่งความรอบคอบ "คุณไม่ได้โกรธคนที่ขังคุณหรอกครับ... แต่คุณโกรธตัวเองที่ 'ยอมแพ้' ง่ายเกินไปในวินาทีสุดท้าย คุณไม่ได้พยายามผลักประตูบานนั้นให้สุดแรง คุณแค่นั่งร้องไห้และรอให้ความตายมาเยือน ความแค้นที่คุณมีต่อคนอื่น แท้จริงแล้วมันคือความสมเพชตัวเองต่างหากล่ะครับ"
"หุบปากนะ!" นลินีแผดเสียงกรีดร้อง ร่างผอมบางพุ่งเข้าหาเขาราวกับลูกศรความมืด มือเรียวยาวกางออกหมายจะคว้าคอเสื้อของกันต์
กันต์ไม่หลบ เขาปล่อยให้มือเย็นเฉียบนั้นคว้าเข้าที่ปกเสื้อ แต่ในวินาทีเดียวกัน เขากลับคว้าข้อมือเรียวนั้นไว้แน่น แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้นลินีต้องแข็งค้าง
"ถ้าคุณอยากให้เรื่องนี้จบลง... ทำไมเราไม่มาลอง 'ผลัก' มันดูใหม่อีกครั้งล่ะครับ? ในเมื่อตอนนั้นคุณทำไม่ได้ วันนี้ผมจะช่วยคุณผลักมันเอง"
กันต์ชี้มือไปยังประตูห้องน้ำบานที่เธอเคยติดอยู่ ประตูบานนั้นที่ถูกล็อกตายด้วยพลังงานลบ
ผีสาวนลินีมองตามมือของเขา น้ำตาสีแดงฉานไหลรินอาบแก้มซีดเซียว ความทรงจำอันเจ็บปวดผุดขึ้นมาในหัว ร่างที่สั่นเทาของเธอก็ค่อยๆ สงบลง ความโกรธเกรี้ยวที่แผดเผาเริ่มเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า ก่อนที่เธอจะพยักหน้ารับช้าๆ
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกันต์ เขากำมือของนลินีไว้แน่น แล้วออกแรงดันประตูกั้นห้องน้ำบานนั้นพร้อมกับเธอ...
*ปัง!*
เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกกว้าง พลังงานลบทั้งหมดสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวนวลลอยขึ้นสู่เพดานตึก นลินีหันมามองกันต์ด้วยรอยยิ้มเศร้ารôn ก่อนที่ร่างของเธอจะเลือนหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย
หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวของกันต์ปรากฏแสงสีเขียวสว่างวาบ พร้อมเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
[ติ๊ง! ผ่านเงื่อนไขภารกิจพิเศษ: ปลดปล่อยวิญญาณชั้นสองสำเร็จ]
[ได้รับรางวัล: ทักษะ 'สายตาแห่งโครงสร้าง' เลเวล 2 และกุญแจสำรองชั้นสาม]
กันต์ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก "นึกว่าจะต้องใช้กำลังซะแล้ว การใช้สมองนี่มันเหนื่อยกว่าที่คิดแฮะ..."
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องน้ำรวม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก... เป็นเสียงฝีเท้าที่ลากยาวและเชื่องช้า ราวกับมีใครกำลังเดินตามหลังเขามาทีละก้าว... ทีละก้าว...
กันต์ชะงักกุน ขนลุกซู่ไปทั้งตัว เขารีบหันกลับไปมองที่กระจกบานใหญ่ด้านหน้า
ในเงาสะท้อนของกระจก... นอกจากตัวเขาเองแล้ว ยังมีเงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทรenดำยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างหลัง... และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ร่างนั้นไม่มีศีรษะ!
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันเสร็จสิ้นในตอนนี้ ลิฟต์แก้วชั้นลบขอตัวไปหยิบกาแฟมากินแก้ขวัญผวาแป๊บนะครับ*
คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ•ตอนที่ 9
ตอนที่ 9: เคสที่สอง: เสียงร้องไห้จากห้องน้ำรวมชั้นสอง
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!