คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ•ตอนที่ 10

ตอนที่ 10: กลยุทธ์เจรจาต่อรองฉบับเด็กบริหาร

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
“ถ้านายคิดจะถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อหยิบไม้ถูพื้นมาสู้กับฉันล่ะก็... บอกไว้ก่อนเลยว่านั่นเป็นความคิดที่สิ้นเปลืองพลังงานเปล่าประโยชน์ครับ” เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูคล้ายเสียงเสียดสีของโลหะก้องอยู่ในโสตประสาทของผม แม้จะไม่มีศีรษะให้เห็นว่าปากขยับอย่างไร แต่แรงกดดันมหาศาลจากร่างกายที่ไร้หัวในชุดสูทสีดำสนิทนั้นยืนยันได้ดีว่า ‘เจ้าของหอพักชั้นดาดฟ้า’ ตนนี้กำลังจ้องมองผมด้วยความเวทนา ผมยืนนิ่งอยู่ในลิฟต์ตัวเก่าที่ค้างอยู่ระหว่างชั้น 8 และชั้น 9 แสงไฟกะพริบถี่ๆ สะท้อนภาพเงาในกระจกบานใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นประตูทางเข้าสู่มิติซ้อนทับ บรรยากาศภายในลิฟต์เย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ แต่แทนที่จะหยิบอาวุธขึ้นมาต่อสู้ตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า ผมกลับหยิบแท็บเล็ตคู่ใจที่พ่วงต่อกับระบบผู้จัดการตึกขึ้นมาแทน “คุณไม่มีศีรษะ... นั่นหมายความว่าคุณไม่มีระบบการรับรู้แบบมนุษย์ทั่วไป” ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังอธิบายโปรเจกต์งานกลุ่มให้อาจารย์ฟัง “ถ้าผมสู้กับคุณ ผมจะเสียเปรียบด้านกายภาพ แต่ถ้าผมใช้ ‘ข้อตกลงทางการค้า’ ตามกฎอาคารปี 1994 มาตราที่ 4 วรรคข... เราอาจจะมีจุดที่คุยกันรู้เรื่องครับ” ร่างไร้ศีรษะหยุดชะงัก นิ้วมือที่เรียวยาวและขาวซีดสั่นระริกเล็กน้อย มันไม่ได้พุ่งเข้ามาบีบคอผมเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับเอียงไหล่ข้างหนึ่งราวกับกำลังเลิกคิ้วมองผมด้วยความฉงน “บริหารธุรกิจมาหรือไงเจ้าหนู?” เสียงนั้นดูแผ่วลง ความกดดันในอากาศลดฮวบลงจนผมพอจะหายใจได้คล่องขึ้น “นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจครับ และผมก็พบว่าการจ้างงานพนักงานรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพแบบคุณมาดูแลชั้นนี้... คุ้มค่ากว่าการเปลี่ยนหลอดไฟที่ขาดบ่อยๆ เป็นไหนๆ” ผมปัดหน้าจอแท็บเล็ต โชว์โครงสร้างงบประมาณลับที่ผมแอบทำขึ้นระหว่างการซ่อมท่อประปาในชั้นใต้ดิน “ผมขอเสนอข้อสัญญาใจ ระยะเวลา 1 ปี โดยที่ผมจะนำรายได้จากส่วนลดค่าเช่าหอพัก 30% มาเปลี่ยนเป็น ‘เครื่องเซ่นไหว้ระดับพรีเมียม’ แทนการให้คุณต้องมาไล่หลอกเด็กหอเพื่อหาพลังงานจากความกลัวของพวกเขา” เงียบ... ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วพื้นที่รอยต่อของมิติ ระบบผู้จัดการตึกเริ่มส่งเสียงแจ้งเตือนถี่รัวในหัวผม [ตรวจพบการเจรจาข้ามขอบเขตเชิงตรรกะ... ค่าความสัมพันธ์ (Affinity) กับบอสชั้น 8 พุ่งทะยานจาก -100 สู่ +15... วิธีการแก้ปัญหาได้รับคะแนนความคิดสร้างสรรค์ระดับ SS] อาจารย์รินที่เพิ่งโผล่ออกมาจากมิติบิดเบี้ยวในจังหวะนั้นชะงักกึก เธอพิงไหล่เข้ากับผนังลิฟต์ สายตาที่เคยเยือกเย็นฉายแววทึ่งระคนขบขัน เธอจัดแว่นตาขอบทองเล็กน้อยก่อนจะกระซิบข้างหูผม “เธอเอาธุรกิจมาจับวิญญาณอาฆาตเนี่ยนะ กันต์? คิดดีแล้วเหรอว่าจะให้เขาเซ็นสัญญากับคนเป็น?” “กฎของตึกนี้คือการจัดระเบียบครับอาจารย์” ผมตอบพลางสบตาเงาสะท้อนในกระจกที่ดูสงบลงอย่างเห็นได้ชัด “การทำลายสิ่งที่ทรงพลังคือการสิ้นเปลืองทรัพยากร แต่การดึงเอาสิ่งนั้นมาเป็นพาร์ทเนอร์ คือกลยุทธ์ที่ฉลาดที่สุดในตลาดมืดครับ” ร่างไร้ศีรษะก้าวเข้ามาใกล้จนปลายเท้าของมันแทบจะชิดกับรองเท้าผ้าใบของผม มันไม่ได้โจมตี แต่มือที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งในช่องฟรีซกลับยื่นออกมาวางบนไหล่ของผมแรงๆ ครั้งหนึ่ง [คำเตือน: บอสชั้น 8 ตกลงทำพันธสัญญาเงา!] [ท่านได้รับทักษะพิเศษ: ‘ทูตสื่อสารวิญญาณแห่งตึกร้าง’] ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะพบว่าบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป รอบกายผมไม่ใช่อากาศที่เย็นจัดอีกต่อไป แต่เป็นกลิ่นหอมของกระดาษเก่าและน้ำหมึกที่คุ้นเคย อาจารย์รินยิ้มบางๆ ให้ผม ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับจางหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อหน้าต่างแจ้งเตือนระบบตัวใหม่เด้งขึ้นมาขวางหน้า ไม่ใช่ระบบของผม... แต่เป็นระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติระดับตึกทั้งหลัง [ประกาศ: ตรวจพบรอยร้าวในโครงสร้างมิติที่ชั้น 0... มีการบุกรุกจาก ‘ผู้ดูแล’ ตนอื่นที่อยู่นอกเหนือการควบคุม] ผมหันไปมองอาจารย์รินที่สีหน้าเคร่งเครียดทันที เธอขยับตัวมาบังหน้าผมไว้พร้อมกับกระชับอาคมในมือ “กันต์ ฟังฉันนะ... ที่เราเจรจาเมื่อครู่ไม่ใช่บอสที่น่ากลัวที่สุดหรอก” เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้องมาจากด้านล่างของลิฟต์ มันไม่ใช่ฝีเท้าของวิญญาณ แต่เป็นเสียงฝีเท้าของคนที่สวมรองเท้าหนังราคาแพงและกำลังเดินสวนทางขึ้นมาในลิฟต์ที่ค้างอยู่ ประตูลิฟต์ที่ควรจะปิดสนิทค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ ผิวขาวซีดจนเห็นเส้นเลือดดำชัดเจน เขาไม่ได้มองผม แต่เขามองไปที่เงาสะท้อนในกระจกข้างหลังผม... เงาที่ตอนนี้ไม่ได้มีเพียงผมคนเดียวอีกต่อไป “สัญญาใจหรือ?” ชายคนนั้นแค่นหัวเราะ เสียงของเขาเย็นเยียบและทรงอำนาจยิ่งกว่าบอสไร้ศีรษะที่ยืนอยู่ข้างหลังผมเสียอีก “น่าขันนัก... การบริหารจัดการหอพักผีสิงโดยใช้ทฤษฎีธุรกิจแบบมนุษย์เนี่ยนะ?” เขาก้าวเข้ามาในลิฟต์ ลบภาพลักษณ์ของชายวัยทำงานทิ้งไปจนสิ้น เมื่อดวงตาของเขาสองข้างกลายเป็นสีดำสนิทไร้ตาดำ และในมือนั้นไม่ได้ถือเอกสารสัญญา แต่มันคือรายชื่อของผู้พักอาศัยที่ควรจะ ‘ตาย’ ไปนานแล้ว “ผมคือผู้ตรวจการชั้น 0” เขากล่าวพลางยกยิ้มที่มุมปาก “และผมมาที่นี่เพื่อเพิกถอนใบอนุญาต... ทั้งหอพัก และทั้งชีวิตของพวกคุณทุกคนครับ” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเติบโตของกันต์และผองเพื่อนวิญญาณในหอพักชั้นลบนะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%