"ถ้าคุณยังเดินตามหลังผมมาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณเป็นผู้บุกรุกและผมจะใช้สิทธิ์ตามข้อ 4 ของคู่มือผู้จัดการตึก... ปลดปล่อยระบบระบายอากาศฉุกเฉินด้วยแก๊สน้ำตาที่ผสมน้ำมนต์สามวัดนะครับอาจารย์"
กันต์เอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องควบคุมระบบไฟฟ้าหลักของชั้นที่ 7 เบื้องหน้าของเขาคือแผงวงจรคอนโทรลเลอร์ขนาดมหึ่มที่กำลังส่งเสียงฮัมต่ำๆ คล้ายกับเครื่องยนต์เจ็ตที่กำลังรอบจัด จอแสดงผลสีแดงฉานกะพริบถี่เป็นรหัสร่องรอยความผิดปกติที่ระบบออโตเมติกไม่ควรจะมองข้าม
บรรยากาศในห้องเครื่องยนต์ร้างไร้ซึ่งเสียงอื่นใดนอกจากเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของตัวเขาเอง และเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่หยุดชะงักลงทันทีตามคำขู่
"เธอชักจะยโสเกินไปแล้วนะ กันตพัฒน์"
เสียงหวานทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก อาจารย์ริน (ดร.รินรดา) ก้าวเท้าพ้นจากเงาสลัวของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก เสื้อกาวน์สีขาวของเธอยังคงสะอาดสะอ้านตัดกับความมืดมิดของตึกเก่าที่มีคราบเขม่าดำฝังรากลึก แว่นตากอบกุมกรอบโลหะสะท้อนแสงไฟสีส้มจากหลอดนีออนกะพริบที่ติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นแววตาคู่คมที่กำลังพิจารณาโครงสร้างระบบสายไฟระโยงระยางราวกับร่างแหของแมงมุมยักษ์
กันต์ถอนหายใจยาวนาน พลางใช้นิ้วเคาะเบาๆ ที่หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเฉพาะในสายตาของเขาในฐานะ 'ผู้จัดการฝึกหัด'
[ตรวจพบพลังงานวิญญาณระดับอาฆาต: 450 หน่วย]
[สถานะ: กำลังหลบซ่อนอยู่ในโครงสร้างตึก]
[คำเตือน: โครงสร้างตึกเอ/บี/ซี ถูกเชื่อมโยงด้วยอาคมปิดผนึกโบราณ หากตัดกระแสไฟผิดพลาด ระบบระบายความร้อนของวิญญาณจะล่มสลาย และ 'สิ่งนั้น' จะตื่นขึ้น]
"ผมไม่ได้ยโสครับอาจารย์ แต่ผมกำลังคำนวณความคุ้มค่า" กันต์หันกลับมาเผชิญหน้ากับอาจารย์สาว ดวงตาสีเข้มฉายแววระแวดระวังอย่างเต็มเปี่ยม "คุณบอกผมแค่ครึ่งเดียวว่าตึกนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอพักนักศึกษา แต่จากผังโครงสร้างสถาปัตยกรรมยุค พ.ศ. 2518 ที่ผมเพิ่งแฮกเข้าไปดูในฐานข้อมูลใต้ดินเมื่อคืน... ตึกนี้มีห้องใต้ดินชั้นล่างสุดที่ถูกปิดตายด้วยอิฐบล็อกบล็อกซีด และไม่มีทางปรากฏอยู่ในพิมพ์เขียวของเทศบาล"
อาจารย์รินกอดอก หลุบตามองแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำคร่าในมือ ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับชายหนุ่มตรงๆ
"เธอนี่มัน... หัวเร็วกว่าที่ฉันประเมินไว้เสียอีกนะ กันต์" รินรดาเดินเข้ามาใกล้แผงวงจรมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายกระดาษเก่าลอยมาแตะจมูก "ใช่ ตึกนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแค่หอพัก แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น 'ตะแกรงกรองวิญญาณ' ของบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ในอดีตที่ล้มละลายไปพร้อมกับวิกฤติต้มยำกุ้ง วิญญาณนับร้อยดวงที่ตายจากเหตุการณ์ตึกถล่มในเขตพื้นที่ใกล้เคียง ถูกดึงดูดและกักขังไว้ที่นี่ด้วยอาคมของหมอผีระดับปรมาจารย์ เพื่อแลกกับความเจริญรุ่งเรืองของตระกูลผู้สร้าง"
กันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย สมองส่วนหน้าทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อประมวลผลข้อมูลชุดใหม่นี้
"เพราะเหตุนี้... ค่าห้องของผมถึงถูกเหลือแค่เดือนละพันห้า และผมต้องทำหน้าที่เป็นตัวล่อ... เอ้ย ผู้จัดการตịch เพื่อคอยสมดุลพลังงานสินะครับ?"
"ฉลาดมาก" รินรดายิ้มรับอย่างไม่ปิดบัง "และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องร่วมมือกันอย่างเป็นทางการ ตึกนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วง 'วัฏจักรชำระบาตร' ทุกๆ 10 ปี พลังงานอาฆาตจะทะลักขึ้นมาตามท่อระบายน้ำและสายไฟ ถ้าเธอทำคนเดียว เธอก็แค่เด็กมหาลัยโง่ๆ ที่จะกลายเป็นอาหารว่างของพวกมัน แต่ถ้าเราทำร่วมกัน... ฉันมีอาคมคุ้มกัน และเธอมีสิทธิ์การควบคุมระบบโครงสร้างตึกจากระบบผู้จัดการฝึกหัด"
รินรดายื่นมือเรียวบางที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิทออกมาเบื้องหน้า ฝ่ามือแบออกรอการตอบรับ
กันต์มองมือนั้นสลับกับใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาจริงจังของอาจารย์สาว เขารู้ดีว่าข้อเสนอครั้งนี้มีความเสี่ยงสูงลิ่วราวกับการเดินไต่เชือกเหนือปากปล่องภูเขาไฟที่กำลังปะทุ แต่ทว่า...
[ติ๊ง! ระบบแจ้งเตือนภารกิจพิเศษ: ข้อตกลงพันธมิตรระดับ S (อาจารย์รินรดา & กันตพัฒน์)]
[เงื่อนไข: แชร์ขอบเขตการมองเห็นพลังงานวิญญาณ 100%, ปลดล็อกสิทธิ์การเข้าถึงชั้นใต้ดิน B3]
[บทลงโทษหากปฏิเสธ: ถูกขับไล่ออกจากตึก และเสียสิทธิ์ส่วนลดค่าห้องทั้งหมดทันที]
กันต์มุมปากกระตุกเล็กน้อย คำว่า 'เสียสิทธิ์ส่วนลดค่าห้อง' คือค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของนักศึกษาหนุ่มจนแทบไม่ต้องคิดซ้ำสอง
เขายื่นมือออกไปจับมือกับอาจารย์สาว สัมผัสแรกเย็นเฉียบราศีกุมารีน้ำแข็ง ทว่ามั่นคงและหนักแน่น
"ตกลงครับอาจารย์... แต่ผมขอเพิ่มเงื่อนไขอีกข้อหนึ่ง" กันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "ถ้าผมต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อล้างบางตึกนี้ ค่าจ้างรายเดือนของผมในฐานะผู้จัดการฝึกหัด จะต้องปรับขึ้น 30% และค่าน้ำค่าไฟต้องฟรีตลอดชีพด้วยครับ"
รินรดาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างนึกขันกับความเจ้าเล่ห์ที่แฝงอยู่ภายใต้ใบหน้าซื่อๆ ของลูกศิษย์คนนี้
"ตกลง ฉันจัดให้ตามที่เธอขอ... ผู้จัดการกันต์"
ทันทีที่มือทั้งสองผสานกันแน่น แสงสีฟ้าครามก็สว่างวาบขึ้นจากแผงวงจรไฟฟ้าหลัก ลมพายุหมุนขนาดย่อมพัดกระโชกผ่านช่องระบายอากาศจนเอกสารปลิวว่อนไปทั่วห้อง ทว่าในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะสงบลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับเหล็กกล้าลากถูไปกับพื้นคอนกรีตก็ดังขึ้นมาจาก *ด้านบนเพดาน* ของห้องควบคุม...
*ตึง... ตึง... ตึง...*
มันไม่ใช่เสียงของคนเดิน แต่เป็นเสียงของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่มีน้ำหนักหลายตันกำลังคลานสี่ขาลงมาตามแนวท่อส่งน้ำหลัก!
อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวขุ่น รินรดาหุบยิ้มทันที แววตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งทะลุขีดจำกัดของชั้นที่ 7 เข้ามา
"ดูเหมือนว่า... 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ตัวจริง ที่ฉันเตือนเธอไว้เมื่อกี้..." รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน พลางชักกริชโบราณอาคมสีดำสนิทออกจากชายเสื้อกาวน์ "เพิ่งจะมาถึงห้องของเราแล้วล่ะครับ"
กันต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่หน้าจอระบบโฮโลแกรมตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และข้อความสีเลือดขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นกระแทกตา
[คำเตือนระดับวิกฤต: บอสประจำชั้น 7 'ผู้กลืนกินโครงสร้าง' กำลังพังประตูเข้ามาในอีก 3... 2... 1...]
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเติบโตของผู้จัดการกันต์และอาจารย์รินไปด้วยกันนะครับ! แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ ลิฟต์แก้วชั้นลบ
คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ•ตอนที่ 8
ตอนที่ 8: ข้อตกลงลับระหว่างผู้จัดการฝึกหัดกับอาจารย์ผู้ดูแล
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!