"ถอยหลังไปสามก้าว... ห้ามก้าวออกนอกวงสิญจน์เด็ดขาดนะครับ กันต์"
น้ำเสียงของอาจารย์รินราบเรียบและเยือกเย็นเป็นเอกลักษณ์ ทว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ มันกลับเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่ช่วยดึงสติอันกระเจิดกระเจิงของผมให้กลับคืนมาได้ทันท่วงที ปลายทางเดินของชั้นใต้ดินอาคาร B อุณหติลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นไม่ได้อยู่ไกลออกไปอีกแล้ว มันลอยเด่นอยู่กลางความมืดมิด ห่างจากพวกเราไม่ถึงห้าเมตร และที่แย่ที่สุดคือ มันไม่ใช่ดวงตาของวิญญาณเร่ร่อนทั่วไป แต่มันคือ "เงาดำพิทักษ์กฎระเบียบ" ระดับ A ที่ระบบผู้จัดการตึกเคยเตือนไว้ในคู่มือฉบับพกพา
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือขวากำยันต์กระดาษสาที่อาจารย์รินเพิ่งยัดใส่มือมาหมาดๆ แน่นจนเหงื่อชุ่ม ความร้อนจากฝ่ามือทำให้หมึกสีชาดบนกระดาษเริ่มส่งกลิ่นฉุนคล้ายสนิมเหล็กผสมกับกำมะถัน
"อาจารย์ครับ... ไอ้เจ้านั่น มันกำลังอ่านบันทึกการทำงานของผมอยู่หรือเปล่าครับทำไมมันถึงจ้องผมไม่วางตาแบบนั้นล่ะครับ" ผมกระซิบถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นไหว แม้ในใจจะอยากวิ่งหนีสุดชีวิตแต่กฎข้อที่สิบสามของตึกนี้ระบุไว้ชัดเจนว่า *'ห้ามหันหลังให้ความมืดในเขตหวงห้าม มิฉะนั้นเงาจะเข้าสิงร่างถาวร'*
"ไม่ใช่แค่อ่านบันทึกหรอกครับ... มันกำลังประเมิน 'มูลค่า' ของวิญญาณคุณต่างหาก" ดร.รินรดาเอ่ยตอบพร้อมกับสะบัดข้อมือเบาๆ สายสิญจน์สีแดงสดที่ร้อยเรียงด้วยกระดุมทองเหลืองโบราณสิบแปดเม็ดหมุนวนล้อมรอบตัวเราทั้งคู่เกิดเป็นม่านพลังงานสีทองจางๆ ป้องกันไอเย็นยะเยือกที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างไร้รูปทรงเบื้องหน้า
เงาดำตรงหน้าขยายตัวออกราวกับหมึกหยดลงในน้ำ มันแผ่กิ่งก้านสาขาคล้ายหนวดปลาหมึกนับร้อยเส้น เลื้อยเลาะไปตามผนังคอนกรีตที่มีรอยแตกร้าว เสียงขูดขีดแหลมสูงดัง "แกร๊กๆๆ" เสียดแก้วหู ราวกับเล็บเหล็กกำลังกรีดกรายลงบนกระดานชนวน ทุกครั้งที่มันเคลื่อนไหว เอกสารเก่าๆ ที่กองอยู่บนชั้นวางของรอบด้านก็ปลิวว่อนขึ้นไปในอากาศ ก่อนจะถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา
นี่ไม่ใช่การหลอนประสาท... นี่คือการคุกคามทางกายภาพในมิติวิญญาณ!
[ระบบแจ้งเตือนผู้จัดการตึก: ตรวจพบแรงกดดันระดับ S - เงาดำบรรพกาลกำลังพยายามกลืนกินตัวตนของโฮสต์ (อัตราความสำเร็จในการป้องกัน: 42% และกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง)]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวดังรัวติดต่อกันเป็นชุดจนผมรู้สึกปวดขมับ ข้อมูลและกฎเกณฑ์การบริหารจัดการตึกผีสิงแห่งนี้ผุดขึ้นมาในหัวเป็นข้อๆ อย่างเป็นระบบ โครงสร้างของตึกนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ "อาคมปิดผนึกห้าธาตุ" หากเราต้องการรอดไปให้ถึงห้องควบคุมหลัก เราไม่สามารถใช้กำลังเข้าปะทะตรงๆ ได้ สิ่งที่เราต้องทำคือการ "หาจุดบอดของกฎ" และทำลายมันด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ
"อาจารย์ครับ! สังเกตเงาของมันไหมครับ!" ผมร้องทักขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปทั่วโครงสร้างตึก "ตรงมุมเสาต้นที่สาม... ทิศทางของเงาไม่สอดคล้องกับแสงไฟฉุกเฉิน มันไม่ได้ทอดตัวตามหลักฟิสิกส์ แต่มันกำลังพึ่งพา 'การอนุญาต' จากเราในการก้าวข้ามอาณาเขต!"
อาจารย์รินหันมามองผมแวบหนึ่ง นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นทรง The Row สะท้อนภาพประกายความชื่นชมวูบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้กลับมาเคร่งขัดดังเดิม "สมเป็นผู้จัดการฝึกหัดของผมครับ... มองขาดจริงๆ"
"ถ้าอย่างนั้น..." ผมสูดลมหายใจเข้าลึก1เฮือก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าร, หนึ่งก้าว เหยียบลงบนเส้นอาคมสีทองที่อาจารย์รินกางไว้พอดี "ในเมื่อเงาตัวนี้ยึดติดกับกฎระเบียบการจัดเก็บเอกสาร... งั้นผมขอใช้สิทธิ์ตามระเบียบข้อที่ 4.2 ของพนักงานฝึกหัด ยื่นคำร้องขอตรวจสอบเอกสารค้าง ภายในเขตรับผิดชอบ!"
สิ้นคำพูดของผม อากาศรอบตัวก็เกิดแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรง ม่านพลังงานสีทองสั่นระริกราวกับผิวน้ำยามถูกโยนก้อนหินลงไป เงาดำที่กำลังจะพุ่งเข้ามาตะปบหัวของผมชะงักกึกทันที ดวงตาสีแดงฉานหรี่แคบลงคล้ายกำลังประมวลผลคำพูดของผมตามกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดที่มันต้องปฏิบัติตาม
กฎคือความจริง และความจริงคืออำนาจสูงสุดในสถานที่แห่งนี้!
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากทุกทิศทุกทาง *[ยื่น... คำ... ร้อง... ผ่าน...]*
เงาดำหดตัวลงอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นกลุ่มควันสีดำสนิทขนาดเท่าคนจริง ก่อนที่มันจะพุ่งเข้ามาประชิดตรงหน้าผม ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจที่เหม็นอับคล้ายกระดาษเก่าค้างปีเป่ารดใบหน้าของผมจนชาหนึบ ทว่าผมยังคงยืนหยัดด้วยแววตาแน่วแน่ ไม่ยอมก้าวถอยหลังแม้แต่เซนติเมตรเดียว
อาจารย์รินขยับตัวเข้ามาประชิดด้านหลัง มือเรียวยาวทาบลงบนแผ่นหลังของผม ส่งกระแสความอบอุ่นผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตเข้ามาช่วยพยุงพลังชีวิตที่กำลังสูญเสียไป
"ทำได้ดีมากครับกันต์... ต่อไปคือตาผมบ้างแล้วล่ะครับ"
รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้นบนมุมปากของอาจารย์สาว เธอสะบัดพัดกระดาษโบราณในมือซ้ายออกอย่างไร้เสียง ทันใดนั้น ตัวอักษรจีนโบราณสีทองนับร้อยตัวก็พรั่งพรูออกมาจากซอกพัด ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศราวกับฝูงผีเสื้อเรืองแสง ก่อนจะพุ่งเข้าตรึงร่างเงาดำสีดำสนิทนั้นไว้ตรึงกับพื้นคอนกรีตอย่างแน่นหนา
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงโลหะเสียดสีกัน ก่อนที่ร่างของเงาดำจะค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงสีเทา และจมหายลงไปใต้รอยแตกของพื้นห้องเก็บเอกสาร
[ระบบแจ้งเตือนผู้จัดการตึก: เคลียร์ภัยคุกคามเงาดำระดับ A สำเร็จ! โฮสต์ได้รับคะแนนประสบการณ์ +500 แต้ม ปลดล็อกทักษะติดตัว 'ตรรกะเหนือธรรมชาติ' เลเวล 2]
ผมทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความอ่อนล้า เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย แต่ริมฝีปากกลับแย้มยิ้มออกมาได้ ทว่าความโล่งใจนั้นยังไม่ทันได้อยู่นาน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากบันไดหนีไฟด้านหลัง... ฝีเท้าที่ไม่ควรจะมีใครเดินขึ้นมาในยามวิกาลแบบนี้
อาจารย์รินหวาดสายตาคมกริบไปยังความมืดเบื้องหน้าทันที พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ
"ระวังตัวด้วยครับ... ดูเหมือนว่า 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ตัวจริง เพิ่งจะมาถึงแล้วล่ะครับ"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเติบโตของน้องกันต์และอาจารย์รินมา ณ ที่นี้นะครับ
คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ•ตอนที่ 7
ตอนที่ 7: เผชิญหน้าฝูงเงาดำในห้องเก็บเอกสารเก่า
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!