"ถอยหลังไปสามก้าวครับ อาจารย์รินกำลังจะเหยียบเขตอาคมวงแหวนที่สองแล้วนะครับ"
น้ำเสียงของกันต์ราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนดร.รินรดาต้องชะงักเท้าที่กำลังก้าวข้ามธรณีประตูห้อง 104 ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นทรง The Row หรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะดึงชายเสื้อกาวน์สีขาวของตนให้เข้าที่อย่างใจเย็น
กลิ่นอับชื้นและสนิมเหล็กคละคลุ้งหนาแน่นจนแทบจะคว้าจับต้องได้ ทัศนวิสัยภายในห้องชุดขนาดสามสิบตารางเมตรถูกย้อมด้วยแสงสีส้มสลัวจากหลอดไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ เงาร่างโปร่งแสงสีเทามัวหมองที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงมุมห้องเมื่อครู่ กลับกลายเป็นกลุ่มก้อนพลังงานพยาบาทที่กำลังบิดเบี้ยวผิดรูป เสียงกระซิบโหยหวนนับร้อยดังก้องอยู่ในโสตประสาทราวกับเสียงกรีดร้องของโลหะที่ถูกฉีกกระชาก
นี่คือเคสแรกอย่างเป็นทางการของเขา... ผู้จัดการฝึกหัดหอพักมรณะแห่งนี้
"นายคำนวณระยะการแผ่ขยายของจิตอาฆาตพลาดไปสิบเซนติเมตรนะ กันตพัฒน์" อาจารย์รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเยือกเย็นและทรงอำนาจสมกับที่เป็นผู้ดูแลหอพักรุ่นพี่ "ถ้าฉันก้าวพลาดไปอีกนิด อาคมชำระล้างที่นายลงเสาเข็มไว้รอบห้องจะพังทลายลงทั้งหมด"
"ผมเผื่อระยะความหนืดของอากาศยามวิกาลไว้แล้วครับอาจารย์" กันต์ตอบกลับด้วยใบหน้าตายด้าน ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังคีบยันต์กระดาษสีหมึกชาดไว้ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง ดวงตาคมกริบกวาดมองโครงสร้างทางเรขาคณิตของอักขระที่สลักลอยอยู่กลางอากาศ "อีกอย่าง... ผมรู้ว่าอาจารย์มีสมาธิพอที่จะหยุดเท้าทันก่อนที่พลังงานลบจะแตะตัววงแหวนครับ"
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของอาจารย์สาวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะตวัดปลายนิ้ววาดวงกลมกลางอากาศ เกิดเป็นประกายไฟสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นตัดกับความมืดมิดในห้อง
"ปากคอเราะรายสมเป็นเด็กทุนที่ฉันต้องมาคอยเช็ดก้นให้จริงๆ นะ" เธอกล่าวกลั้วหัวเราะเบาๆ "เอาล่ะ เจ้าของห้องคนใหม่... จัดการกับ 'เจ้าบ้าน' ที่กำลังจะหมดความอดทนตนนั้นเสียทีสิ"
*“เจอตัว... สักทีนะครับ เจ้าของห้องคนใหม่...”*
เสียงแหบพร่าและเย็นเยียบราศมาจากก้นบึ้งของขุมนรกดังขึ้นซ้ำๆ เงาร่างสีเทามัวหมองพุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนด้วยความเร็วสูง แรงลมจากอาฆาตพยาบาททำให้เอกสารบนโต๊ะทำงานกระจัดกระจายลอยเคว้งคว้าง
กันต์ไม่แม้แต่จะขยับถอยหลัง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก3วินาที ผ่อนออก2วินาที ตามคู่มือการตั้งสติของผู้จัดการตึกบทที่ 3 ข้อที่ 5 อย่างเคร่งครัด สมองส่วนหน้าทำงานอย่างรวดเร็วราวกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ วิเคราะห์มวลพลังงาน จุดอ่อน และที่มาของความแค้นที่ฝังรากลึกอยู่ในโครงสร้างผนังปูนของห้อง 104 นี้
วิญญาณตนนี้ไม่ใช่ปีศาจร้ายจากขุมนรกที่ต้องใช้กำลังเข้าห้ำหั่น แต่เป็น "วิญญาณตกค้าง" ที่มีความผูกพันและแรงอาฆาตต่อข้อสัญญาเช่าที่ไม่เป็นธรรม—นี่คือความจริงอันน่าขันของระบบทุนนิยมแม้กระทั่งหลังความตาย
"ระบบตึกสำนักงานผีสิง" ได้ทำการอัปเดตข้อมูลผ่านหน้าจอโฮโลแกรมใสที่ปรากฏขึ้นเฉพาะสายตาของกันต์:
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเป้าหมาย 'วิญญาณขี้เหงาแห่งห้อง 104' (ระดับ D+)]
[เงื่อนไขการปลดล็อกความแค้น: ต้องรับฟังคำร้องเรียนและชำระค่าเช่าค้างชำระ 3 เดือนสุดท้ายด้วย 'ความจริง']
[คำเตือน: หากใช้วิธีรุนแรง พลังงานลบจะกระจายตัวส่งผลกระทบต่อชั้น 1 และชั้น 2]
"อาจารย์ครับ ช่วยตรึงแขนซ้ายและขวาของเขาไว้ด้วยอาคมตรึงวิญญาณสายฟ้าครับ ผมจะทำการเจรจาธุรกิจครั้งสุดท้าย" กันต์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เด็ดเดี่ยว
"รับทราบครับผม ผู้จัดการตัวน้อย" อาจารย์รินเอ่ยรับคำด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า แต่การกระทำกลับรวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าเครื่องจักร มือเรียวตวัดเข้ากลางอากาศ เกิดเป็นโซ่ตรวนแสงสีทองสว่างจ้าพุ่งเข้าพันธนาการเงาร่างสีเทาเอาไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้ วิญญาณตนนั้นกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พลังงานสีดำพยายามดิ้นรนหลุดพ้นจากการพันธนาการ
กันต์ก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างที่บิดเบี้ยวนั้นทีละก้าวอย่างมั่นคง เขาไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาแม้แต่น้อย แม้ว่ากลิ่นเน่าเหม็นของซากศพจะรุนแรงจนชวนคลื่นไส้เพียงใดก็ตาม
เขาย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเงาร่างที่กำลังเคียดแค้น นัยน์ตาสีเข้มมองตรงไปยังดวงตาโบ๋กลวงสีแดงฉานคู่นั้นด้วยความเห็นอกเห็นใจภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น
"ผมเข้าใจแล้วครับที่คุณทำตัวเกเรและไล่ผู้เช่าคนก่อนๆ ออกไปหมด" กันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "เพราะสัญญาเช่าฉบับนั้นระบุว่า หากผู้เช่าเสียชีวิตในห้อง ทางหอพักจะยึดเงินมัดจำทั้งหมดและไม่ยอมนำร่างของคุณไปประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อปกปิดข่าวฉาวของตึก... ใช่ไหมครับ"
เสียงกรีดร้องโหยหวนเงียบลงฉับพลัน บรรยากาศภายในห้อง 104 นิ่งงันราวกับเวลาหยุดเดิน เงาร่างสีเทาชะงักกึก ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน ความพยาบาทที่เคยแผ่ซ่านค่อยๆ เจือจางลง เปลี่ยนเป็นความเวิ้งว้างว่างเปล่าและหยาดน้ำตาที่เป็นกลุ่มควันสีดำไหลรินจากเบ้าตา
"ผม ในฐานะผู้จัดการฝึกหัดของหอพักแห่งนี้ ขอใช้สิทธิ์ตามมาตรา 8 แห่งกฎบัตรผู้จัดการตึก ประกาศให้สัญญาฉบับนั้นเป็นโมฆะครับ" กันต์ยื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า ฝ่ามือมั่นคงไร้ซึ่งความสั่นเทา "และผมสัญญาว่า... จะพาคุณไปส่งที่สุสานประจำเขต พร้อมจัดพิธีสวดอุทิศส่วนกุศลให้คุณอย่างสมเกียรติ แลกกับการที่คุณจะมอบ 'แต้มระบบ' และเคลียร์พื้นที่ห้องนี้ให้ผม"
ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจใหญ่ ก่อนที่เงาร่างสีเทาจะค่อยๆ ยกมือที่สั่นเทาขึ้นมาแตะสัมผัสเบาๆ ที่ฝ่ามือของกันต์
แสงสว่างสีขาวนวลแผ่กระจายไปทั่วห้อง 104 กลิ่นอับชื้นและสนิมเหล็กมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่า ความหนقเหน็บถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นอันน่าประหลาด เงาร่างของวิญญาณขี้เหงาสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองลอยละลิ่วขึ้นสู่เพดานห้อง ก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความสงบเรียบร้อยที่หวนคืนมา
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตรงหน้ากันต์ พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัว
[ภารกิจสำเร็จ: เคลียร์เคส 'วิญญาณขี้เหงาแห่งห้อง 104' (ระดับ D+)]
[ผู้เล่นได้รับ: แต้มระบบ 5,000 แต้ม, ค่าประสบการณ์ +1,200, ปลดล็อกสิทธิ์การรีโนเวทห้องพักระดับ 1]
[สถานะปัจจุบันของผู้จัดการ: เลเวล 2 (ความน่าเชื่อถือ 15%)]
กันต์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเรียบเฉยของเขาอย่างอดไม่ได้ อย่างน้อยที่สุด ค่าเทอมเทอมนี้ก็มีทางออกที่ชัดเจนขึ้นแล้ว
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่ เจ้าเด็กทุน" อาจารย์รินเดินเข้ามาตบไหล่เขาเบาๆ รอยยิ้มของเธอในยามนี้ดูจริงใจกว่าทุกครั้ง "การเจรจาเชิงจิตวิทยาผสมผสานกับกฎหมายหอพัก นายทำได้เนียนตาจนฉันแทบไม่ต้องออกแรงเลย"
"ขอบคุณสำหรับคำชมครับอาจารย์ แต่ถ้าไม่มีโซ่ตรวนอาคมของอาจารย์เมื่อครู่ ผมคงโดนพลังงานลบซัดกระเด็นไปติดผนังห้องแล้วเหมือนกันครับ" กันต์กล่าวตอบอย่างถ่อมตัว พร้อมโค้งศีรษะเล็กน้อยตามมารยาทสุภาพบุรุษที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี
เขากำลังจะหันไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดในกล่องเครื่องมือเพื่อจัดการเก็บกวาดห้องขั้นสุดท้าย ทว่า ในวินาทีนั้นเอง...
กริ๊งงงง!
เสียงกริ่งโทรศัพท์พื้นฐานรุ่นโบราณสีดำสนิทที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานมุมห้อง ซึ่งถูกตัดสายไฟและไม่มีสัญญาณมานานนับสิบปี กลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน ท่ามกลางความเงียบสงบยามวิกาล
กันต์และอาจารย์รินสบตากันทันที สัญชาตญาณอันตรายกรีดร้องเตือนภัยในหัวของทั้งคู่พร้อมเพรียงกัน
กันต์ขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอย่างระมัดระวัง นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปสัมผัสกับหูโทรศัพท์ที่สั่นระริกด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่าง ก่อนจะตัดสินใจยกขึ้นแนบหู
"หอพักสวัสดิการ... ยินดีให้บริการครับ"
เสียงปลายสายเงียบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและคลื่นสัญญาณรบกวนซ่าๆ ก่อนที่เสียงกระซิบแหบพร่าของผู้หญิงคนหนึ่งจะดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ ทำเอาสันหลังของกันต์เย็นวาบจนขนลุกชันไปทั่วร่าง
*"ช่วยด้วย... ฉันติดอยู่ที่ห้อง 404... และไอ้คนที่เดินตามหลังนายอยู่ตอนนี้... มันไม่ใช่คนนะ..."*
***
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลิฟต์แก้วชั้นลบ" เสมอมานะครับ
คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ•ตอนที่ 4
ตอนที่ 4: เคลียร์เคสแรก: วิญญาณขี้เหงาที่ห้อง 104
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!