เข็มนาฬิกาดิจิทัลสีแดงบนโต๊ะทำงานสั่นสะท้อนตัวเลข 03:00 น. พอดีเป๊ะ ราวกับถูกตั้งโปรแกรมไว้ด้วยความแม่นยำระดับนาวี สติปัญญาอันเฉียบคมของผมถูกปลุกเร้าให้ตื่นตัวเต็มพิกัดทันที ไม่ใช่เพราะเสียงนาฬิกาปลุกอันคุ้นเคย แต่เป็นเพราะความเงียบงันที่ผิดปกติจนน่าขนลุก
เสียงกุกกักเบาๆ ที่ดังขึ้นบริเวณหน้าห้องพักหมายเลข 404 ไม่ได้เกิดจากลมพัดผ่านช่องระบายอากาศ มันคือเสียงกระทบของเล็บมือที่จงใจข่วนเข้ากับแผ่นไม้เนื้อแข็งอย่างเชื่องช้าและจงใจ
กึก... กึก... ครอดดด...
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ ดวงตากวาดมองไปที่ "คู่มือการเอาชีวิตรอดสำหรับผู้จัดการหอพักฝึกหัด" ฉบับปกหนังสีดำสนิทที่วางอยู่ข้างหมอน ตัวอักษรสีทองบนหน้ากระดาษระบุข้อบังคับไว้อย่างชัดเจนจนขึ้นใจ
*กฎเหล็กข้อที่หนึ่ง: เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลาตีสาม ห้ามขานรับเสียงเรียกจากหน้าประตูเด็ดขาดไม่ว่าเสียงนั้นจะคุ้นเคยเพียงใด และห้ามเปิดประตูจนกว่าจะได้ยินเสียงเคาะครบเจ็ดครั้งพร้อมรหัสผ่านสามพยางค์จากฝ่ายสนับสนุน*
ผมขยับตัวลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับความเย็นเฉียบของแหวนเหล็กกล้าที่อาจารย์รินมอบให้ไว้เมื่อช่วงหัวค่ำ พลังงานอุ่นๆ ไหลเวียนเข้าสู่กระแสเลือด ช่วยขับไล่ไอความหนาวเหนาวยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากโถงทางเดินด้านนอก
"กันต์... เปิดประตูให้ฉันหน่อยสจ๊ะ ลูกแม่..."
เสียงที่ลอดผ่านรอยแยกของบานประตูเข้ามาทำให้ฝ่ามือของผมชื้นเหงื่อ มันไม่ใช่เสียงของอดีตผู้จัดการหอพักที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน แต่มันคือเสียงของ "แม่" ผู้ให้กำเนิด เสียงที่ผมไม่ได้ยินมานานนับปี เสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและออดอ้อนขอความเห็นใจ
หัวใจของผมกระตุกวูบไปชั่วขณะ สมองส่วนเหตุผลพยายามประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว แม่ของผมอยู่ต่างจังหวัด ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร และไม่มีทางเดินทางมาถึงหอพักร้างกลางดึกเช่นนี้ได้ นี่คือ "การเลียนแบบเสียง" (Mimicry) ขั้นสูงของวิญญาณระดับ A ที่ต้องการล่อลวงให้เหยื่อสูญเสียการควบคุมสติ
ผมก้าวเข้าไปใกล้บานประตูช้าๆ สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากอีกฝั่งที่พยายามดันบานประตูให้เปิดออก แรงอาฆาตแผ่ซ่านเป็นไอสีดำจางๆ ลอดผ่านช่องใต้ประตูเข้ามา กลิ่นอับชื้นของดินปนกับกลิ่นสนิมเหล็กตีรวนขึ้นมาจนแสบจมูก
"กันต์... ทำไมลูกถึงใจร้ายกับแม่แบบนี้ล่ะ เปิดประตูให้แม่เถอะหนา..." เสียงนั้นเริ่มเปลี่ยนโทน จากความเว้าวอนกลายเป็นเสียงกรีดแหลมสูงที่บาดแก้วหูจนเลือดกำเดาเกือบไหล
ในจังหวะที่ผมกำลังจะยกมือขึ้นปิดหู หน้าต่างกระจกบานเกล็ดด้านข้างก็เกิดฝ้าสีขาวโพลนขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่างระหงของอาจารย์รินที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียง เธอสวมเสื้อคลุมสีเข้มทับชุดทำงานเรียบร้อย เส้นผมยาวสลวยมัดรวบไว้หลวมๆ แววตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ด้วยความสุขุมเยือกเย็นสมเป็นผู้เชี่ยวชาญ
อาจารย์รินไม่ได้เอ่ยทักทาย เธอยื่นแผ่นยันต์กระดาษสีชาที่มีอักขระโบราณสีชาดเรืองแสงจางๆ มาให้ผม พร้อมกับส่งสัญญาณมือเป็นรหัสลับที่ตกลงกันไว้—สามสั้น สองยาว
ผมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจทันที ปลายนิ้วบรรจงแปะแผ่นยันต์ลงกึ่งกลางบานประตูไม้ ทันทีที่กระดาษสัมผัสกับพื้นผิว เสียงกรีดร้องโหยหวนจากด้านนอกก็ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงกรีดร้องของโลหะที่กำลังถูกฉีกกระชาก
"ทำได้ดีมากครับคุณกันต์ การควบคุมสติภายใต้แรงกดดันระดับนี้ถือว่าสอบผ่านสำหรับผู้จัดการฝึกหัด" อาจารย์รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความชื่นชมจางๆ เธอดึงปากกาหมึกซึมด้ามหรูออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วขีดเขียนบางอย่างลงบนอากาศจนเกิดเป็นม่านพลังงานโปร่งใสปิดกั้นเสียงภายนอกทั้งหมด
"ผมเกือบพลาดท่าแล้วครับอาจารย์ เสียงนั้นมันเหมือน... เหมือนแม่ของผมจริงๆ" ผมผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด พยายามควบคุมมือที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อยให้กลับมานิ่งสนิท
"นั่นคือความสามารถพิเศษของวิญญาณตกค้างในชั้นที่ 4 ครับ พวกมันกัดกินความทรงจำและปมในใจของเหยื่อเพื่อสร้างภาพลวงตาที่สมบูรณ์แบบที่สุด" อาจารย์รินหันมามองผม ดวงตาคู่คมสำรวจร่องรอยพลังงานที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้าของผม "แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพักหายใจครับ... ดูนี่สิ"
เธอยื่นแท็บเล็ตหน้าจอสีฟ้าใสที่แสดงแผนผังโครงสร้างของตึกสำนักงานให้ผมดู จุดสีแดงกะพริบถี่ๆ ไม่ได้อยู่แค่ที่ชั้น 4 อีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังเคลื่อนตัวผ่านลิฟต์ตัวหลัก มุ่งตรงมายังชั้น 5 ซึ่งเป็นห้องพักส่วนตัวของผู้จัดการหอพัก!
ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน:
[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบการบุกรุกโซนต้องห้ามโดย "ผู้จัดการคนที่ศูนย์" ผู้ควบคุมกฎแท้จริงกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหล]
อาจารย์รินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างมีความหมายขณะที่เธอกระชับถุงมือหนังสีดำในมือ "ดูเหมือนว่าเราจะถูกต้อนเข้ามุมเสียแล้วครับคุณกันต์... ทางเดียวที่จะรอดคือเราต้องลงไปชั้นใต้ดินเพื่อเปิดระบบรีเซ็ตตึกสำนักงานแห่งนี้ ก่อนที่เงื่อนไขการทำงานจะผูกมัดเราไปตลอดกาล"
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆ ครับ
คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ•ตอนที่ 2
ตอนที่ 2: กฎเหล็กข้อที่หนึ่ง... อย่าขานรับเสียงเรียกยามวิกาล
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!