คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ•ตอนที่ 13

ตอนที่ 13: แขกไม่ได้รับเชิญ: สตรีผู้มาทวงหนี้ค่าเช่าห้องย้อนหลัง

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณละเมิดกฎการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ตาม พ.ร.บ. อาคารชุด ฉบับปรับปรุงปีพุทธศักราช 25xx นะครับ" กันต์ (กันตพัฒน์) ยืนหยัดอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักอัดลายราคาถูก มือขวาถือปากกาหมึกซึมยี่ห้อโปรดที่เพิ่งเติมหมึกสีดำสนิท มือซ้ายถือแฟ้มเอกสารสัญญาเช่าห้องพักฉบับจริงที่มีลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์เรืองแสงสีฟ้าจางๆ แสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบวับๆ บนเพดานคอนกรีตเปลือย สะท้อนเงายาวทอดทับโครงสร้างเหล็กเส้นที่โผล่ออกมาจากเสาปูน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังก้องมาจากโถงทางเดินมืดทึบเมื่อครู่ หยุดชะงักลงทันที ตึกเอสเค ทาวเวอร์ (SK Tower) ในยามวิกาล ไม่อาจวัดค่าด้วยตรรกะของฟิสิกส์ทั่วไปได้ ที่นี่คือเขตแดนกึ่งกลางระหว่างโลกคนเป็นและระบบระเบียบของอาคารพาณิชย์ร้างที่ถูกรีเซ็ตใหม่ด้วยระบบผู้จัดการตึก ในฐานะผู้ดูแลกะดึกหน้าใหม่ กันต์เรียนรู้อย่างรวดเร็วว่า กฎหมายของโลกมนุษย์บางทีก็ใช้ต่อรองกับสิ่งเหนือธรรมชาติได้ดีกว่ายันต์อาคมราคาแพง หากเรามี "เหตุผล" ที่แน่นหนาพอ และระบบของตระกูลบริหารอาคารหนุนหลังอยู่ เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นขอบความมืดเข้ามาในเขตแสงไฟ ร่างนั้นสวมชุดยูนิฟอร์มพนักงานฝ่ายบัญชีของบริษัทรับเหมาก่อสร้างยุคปี พ.ศ. 2535 เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก กางเกงสแลคสีน้ำเงินเข้มที่เปรอะเปื้อนคราบปูนแห้งกรังและสนิมเหล็ก ทว่าสิ่งที่ทำให้กันต์ต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก คือ "ใบหน้า" ของเธอ... หรือจะพูดให้ถูกคือ ร่างกายครึ่งซีกขวาที่ถูกทับถมด้วยแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปจำลอง ดวงตาสองข้างเบิกกว้างจนเส้นเลือดฝอยในตาแตกเป็นสีแดงก่ำ หยาดของเหลวสีดำคล้ายน้ำมันเครื่องผสมเลือดไหลรินจากขมับซ้ายอาบแก้ม "เงิน... ค่าเช่า... ห้อง 404... ยังไม่ได้จ่าย..." เสียงแหบแห้งราดด้วยกรดและเศษทรายดังลอดไรฟันที่ขบเข้าหากันจนได้ยินเสียงกระดูกเสียดสีกัน กลิ่นอับชื้นของดินโคลน ซากอิฐปูน และกลิ่นศพเน่าจางๆ ลอยมาแตะจมูกจนกันต์ต้องแอบกลั้นหายใจ นี่คือวิญญาณตกค้างระดับภัยคุกคาม Class-B : "บัญชีผี" ผู้มาทวงหนี้ค่าเช่าห้องย้อนหลังตั้งแต่สมัยที่ตึกนี้ยังสร้างไม่เสร็จและผู้รับเหมาหนีหนี้หายสาบสูญไปในคืนพายุเข้า กันต์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดในแบบฉบับของพนักงานบริการลูกค้ายอดเยี่ยม เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อยตามตำราการเจรจาต่อรองทางธุรกิจที่เคยอ่านเจอในห้องสมุดมหาวิทยาลัย "คุณพี่ครับ ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ตั้งสติแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ... เอ่อ สมมติว่ายังหายใจอยู่นะครับ" กันต์ยกมือห้ามปรามอย่างนุ่มนวล พร้อมกับเปิดหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสจากระบบผู้จัดการตึกที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ "จากฐานข้อมูลระบบบริหารอาคารอัตโนมัติ หอพักโซน B ชั้น 4 ห้อง 404 สถานะปัจจุบันถูกบันทึกไว้ว่า 'อยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้าง' และเนื่องจากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติทางวิศวกรรมเมื่อสามสิบปีก่อน สัญญาระหว่างคุณกับบริษัทผู้รับเหมาจึงถือเป็นโมגדตามมาตรา 44 วรรคสองครับ" วิญญาณสาวเอียงคอไปด้านขวาอย่างผิดธรรมชาติ เสียงกระดูกคอหักดังกร๊อบ สันหลังของเธอยืดเหยียดขึ้นจนความสูงเพิ่มขึ้นเกือบสองเมตร รังสีความอาฆาตพุ่งทะลักออกมาเป็นไอหมอกสีเทาเข้มจนขอบโต๊ะทำงานเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะ "สัญญา... ฉันเซ็น... ฉันจ่ายเงินสด... ล่วงหน้าสามเดือน... แต่พวกมัน... เอาเงินหนีไป..." เสียงของเธอเริ่มแหลมสูงขึ้นจนกระจกหน้าต่างด้านหลังสั่นระรื้อ กันต์ไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขารู้ดีว่าหากแสดงความหวาดกลัว ระบบจะประเมินว่าผู้จัดการขาดคุณสมบัติในการควบคุมพื้นที่ และบทลงโทษอาจเป็นการถูกลดขั้นเงินเดือนหรือหนักกว่านั้นคือการถูกดึงลงไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตึก "ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะครับ การถูกเบี้ยวเงินมันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดในโลกมนุษย์... แต่โปรดฟังเหตุผลทางกฎหมายก่อนครับ" กันต์จิ้มหน้าจอโฮโลแกรมรัวๆ เรียกเอกสารทางบัญชีโบราณขึ้นมาแสดง "ในเมื่อบริษัทเก่าล้มละลายไปแล้ว หนี้สินทั้งหมดจึงตกเป็นภาระผูกพันของ 'นิติบุคคลอาคารชุด' ปัจจุบัน ซึ่งก็คือผม... ในฐานะผู้จัดการตึกคนใหม่" เงาร่างของหญิงสาวหยุดชะงัก ดวงตาสสีแดงก่ำก้มมองหน้าจอโฮโลแกรมที่มีตัวเลขบัญชีวิ่งพล่าน "และตามระเบียบบริษัท..." กันต์ยิ้มละไม ชี้ปลายนิ้วไปยังข้อความตัวอักษรสีทองอร่ามที่เพิ่งปรากฏขึ้นบนอากาศ "หากผู้เช่าเดิมสามารถแสดงหลักฐานการชำระเงินต้นฉบับได้ ทางเรามีนโยบาย 'คืนเงินประกันพร้อมดอกเบี้ยทบต้นตามอัตราเงินเฟ้อ' ย้อนหลังเป็นเวลา 32 ปีเต็มครับ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น... สามแสนสี่หมื่นบาทถ้วน" บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที เสียงลมหวีดหวิวจากนอกอาคารสงบลง วิญญาณเจ้าหนี้กะพริบตาช้าๆ รอยแผลแตกบนใบหน้าของเธอขยับเขยื้อน กลิ่นอับชื้นและกลิ่นศพค่อยๆ เจือจางลงแทนที่ด้วยกลิ่นฝุ่นเก่าๆ ของกระดาษเอกสาร มือที่ถือเหล็กเส้นขึ้นมาเตรียมฟาดเมื่อครู่ค่อยๆ ลดระดับลงข้างลำตัว "สาม... แสน... สี่... หมื่น..." เธอทวนตัวเลขเสียงเบาหวิว "ถูกต้องครับ" กันต์พยักหน้ารับอย่างจริงใจ "แต่เนื่องจากระบบบัญชีของตึกเราตอนนี้อยู่ในช่วงปิดงบประมาณไตรมาส และเงินสดสำรองถูกนำไปใช้ซ่อมแซมระบบระบายน้ำชั้นใต้ดิน... ผมจึงมีข้อเสนอทางเลือกให้คุณสองทางครับ" วิญญาณสาวโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนห่างจากจมูกของกันต์เพียงคืบเดียว ดวงตาสีแดงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อค้นหาพิรุธ "ข้อเสนอ... อะไร..." "ทางเลือกแรก คุณสามารถรอรับเช็คเงินสดผ่านกระบวนการเบิกจ่ายปกติ ซึ่งอาจใช้เวลา... สักประมาณสามร้อยปีครับ หรือ... ทางเลือกที่สอง" กันต์กวาดสายตาไปที่ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท ก่อนจะผายมือเชิญไปยังมุมห้อง "มาเซ็นสัญญาทำงานพาร์ทไทม์เป็น 'เจ้าหน้าที่ฝ่ายเร่งรัดหนี้สินประจำชั้น' ให้ผม ตำแหน่งนี้มีสวัสดิการเบิกค่ารักษาพยาบาลวิญญาณ ฟรีค่าห้องพักชั้น 4 พร้อมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และที่สำคัญ... คุณสามารถทวงหนี้จากวิญญาณเร่ร่อนตนอื่นๆ ที่ค้างค่าเช่าห้องได้ทันที โดยจะได้ส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่น 15% จากยอดที่ทวงได้ครับ" กันต์ยื่นปากกาหมึกซึมด้ามเดิมไปข้างหน้า พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจของพนักงานดีเด่น เงาร่างของอดีตพนักงานบัญชีนิ่งค้างไปนานกว่าสิบวินาที นิ้วมือที่แข็งกระด้างยื่นออกมารับด้ามปากกาจากมือของกันต์อย่างช้าๆ รอยยิ้มบิดเบี้ยวที่น่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่ค่อยๆ คลี่คลายออกกลายเป็นรอยยิ้มพึงพอใจของมนุษย์เงินเดือนที่ได้งานทำถูกใจ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าต่างบานเกล็ดด้านหลังห้องทำงานก็ถูกกระแทกเปิดออกด้วยแรงลมมหาศาล เอกสารบนโต๊ะปลิวว่อนไปทั่วห้อง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่กำลังวิ่งกรูขึ้นมาจากบันไดหนีไฟ เสียงเหล็กกระทบกัน เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของฝูงวิญญาณนับสิบตนดังกระหึ่มขึ้น พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้เสาปูนร้าวแตกเป็นทางยาว ไฟฉุกเฉินดับวูบ เหลือเพียงแสงสีฟ้าเรืองรองจากหน้าจอระบบผู้จัดการตึก ข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังลั่นห้อง: *[ระบบตรวจพบ: ฝูงวิญญาณผู้บุกรุกระดับ Class-A จำนวน 12 ตน กำลังพังประตูเข้าสู่เขตพื้นที่ควบคุมชั้นที่ 4]* *[คำเตือน: ผู้จัดการตึกมีเวลาเตรียมการป้องกัน 30 วินาทีก่อนแนวป้องกันแตก]* กันต์หันขวับไปมองวิญญาณสาวผู้เพิ่งเซ็นสัญญาจ้างงานหมาดๆ ที่ยืนถือเหล็กเส้นพิงโต๊ะทำงานด้วยท่าทางพร้อมลุย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธออีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มที่คุกคามกันต์... แต่เป็นรอยยิ้มของพนักงานเก่าที่พร้อมจะปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทจากลูกค้ารายอื่น "คุณผู้จัดการครับ..." เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นพร้อมกับประกายตาสีแดงที่ลุกโชนด้วยจิตวิญญาณนักทวงหนี้มือฉกาจ "จะให้ฉันเริ่มเช็คบิล... จากตัวไหนก่อนดีคะ?" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับเรานะครับ - ลิฟต์แก้วชั้นลบ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%