"ถอยไปซะ กันต์!"
เสียงตะโกนของอาจารย์รินดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงชั้น 13 ซึ่งบัดนี้ถูกบิดเบี้ยวด้วยมิติอันซ้อนทับ ความเย็นยะเยือกของไอน้ำแข็งแล่นพล่านขึ้นมาจากพื้นกระเบื้องเคลือบจนเกิดเป็นเกล็ดผลึกสีขาวโพลน ผมยืนแข็งทื่อเป็นหิน มือที่กำแท็บเล็ตแสดงผลระบบผู้จัดการตึกสั่นเทาเล็กน้อย สายตาของผมไม่ได้มองไปที่เงาดำขนาดยักษ์เบื้องหลังเธอ แต่มันกำลังจดจ้องไปยังร่างของ 'ผม' อีกคนหนึ่งที่ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า
ร่างนั้นสวมชุดนักศึกษาแบบเดียวกัน เปื้อนคราบฝุ่นและรอยเลือดจางๆ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งวิญญาณ แต่สิ่งที่ทำให้ผมแทบหยุดหายใจคือสมุดบันทึกปกหนังสีดำในมือของมัน มันคือสมุดเล่มเดียวกับที่ผมถืออยู่ไม่มีผิดเพี้ยน
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังงานควอนตัมระดับ Class-A
เงื่อนไขการสอดประสานมิติ: 100%
คำเตือน: ตัวตนคู่ขนาน (Parallel Ego) พยายามเข้ายึดครองสิทธิ์ผู้จัดการตึก!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังรัวในหัวจนปวดขมับ แต่ผมไม่มีเวลามาสนใจมัน ร่างเงาดำของผมอีกคนยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงที่ผมคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าอะไร
"นายยังไม่เข้าใจสินะ... กันต์ ว่าทำไมพวกเราถึงต้องมาติดอยู่ที่นี่" ร่างเงาดำเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาใกล้ "ถามอาจารย์คนนั้นดูสิ ถามเธอดูก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"
ผมหันขวับไปมองอาจารย์รินทันที แผ่นหลังของเธอยังคงยืนบังผมไว้ แต่มือที่ถือคทาอาคมสั่นสะท้อนอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมสีดำสนิทที่มักจะรวบไว้อย่างเรียบร้อยหลุดรุ่ยลงมาเคลีย2ข้างแก้ม หยาดเหงื่อกาฬไหลรินลงตามกรอบหน้าคมคาย ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาผมที่สุดคือรอยแผลเป็นรูปวงแหวนโบราณที่ข้อมือซ้ายของเธอ ซึ่งบัดนี้มันกำลังเรืองแสงสีแดงฉานตัดกับผิวขาวซีด
"อาจารย์ริน..." ผมเอ่ยเสียงเครียด "มันหมายความว่ายังไงครับ? ร่างนั้น... ทำไมถึงหน้าตาเหมือนผม และทำไมเขาถึงพูดเหมือนรู้จักอาจารย์ดี"
อาจารย์รินนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เสียงลมหายใจของเธอหอบถี่ เธอกัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังตัดสินใจเรื่องที่ยากที่สุดในชีวิต
"กันต์... เธอยังจำวันที่เธอเซ็นสัญญาเข้าพักที่หอพักแห่งนี้ได้ไหม" น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนตลอดการทำงานร่วมกัน
"จำได้ครับ วันนั้นระบบผู้จัดการตึกเสนอส่วนลดค่าห้อง 50% ให้..." ผมตอบตามจริง
"นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" อาจารย์รินหันกลับมามองผม ดวงตาคู่สวยที่เคยนิ่งสงบดั่งผืนน้ำยามค่ำคืน บัดนี้กลับเอ่อAล้นไปด้วยความรู้สึกผิดและความโศกเศร้าที่ถูกกักเก็บไว้มานานนับทศวรรษ "หอพักแห่งนี้... ตึกสำนักงาน 13 ชั้นนี้ ไม่เคยมีผู้จัดการคนไหนอยู่รอดครบหนึ่งปีเลยสักคน... ยกเว้นฉัน และตอนนี้... กำลังจะเป็นตาดำของเธอ"
ผมขมวดคิ้วแน่น สมองอันฉลาดรอบคอบและคุ้นชินกับการวิเคราะห์ข้อมูลเริ่มประมวลผลกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ผมเคยบันทึกไว้ในแท็บเล็ตทันที โครงสร้างของตึกนี้ถูกสร้างขึ้นบนรอยต่อของมิติเพื่อกักขัง 'บางสิ่ง' เอาไว้ และผู้จัดการตึกก็ไม่ใช่แค่พนักงานพาร์ทไทม์ แต่เป็น...
"เป็นเสาหลักค้ำยันเขตอาคมสินะครับ" ผมพูดต่อประโยคให้เธอด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่หนักแน่น "การเซ็นสัญญาของผู้จัดการตึก... แท้จริงแล้วคือการทำพันธะสัญญาวิญญาณเพื่อใช้เป็นพลังงานหล่อเลี้ยงอาคมกัก I และป้องกันไม่ให้ตัวตนจากมิติอื่นหลุดรอดออกมา"
อาจารย์รินเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะระบายยิ้มเศร้าๆ ออกมา
"เธอฉลาดเกินไปจริงๆ กันต์... สมแล้วที่เป็นผู้จัดการที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในรอบสิบปี" เธอกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นแตะรอยแผลเป็นที่ข้อมือ "แต่เธอยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด... ว่าทำไมฉันถึงต้องมาติดอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก"
เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงที่เริ่มมีเงาดำนับร้อยผุดขึ้นมาจากพื้นผิวปูน ราวกับภูตผีในอดีตกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหล
"เมื่อสิบปีก่อน... ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่หอพัก แต่มันคือห้องทดลองลับของสถาบันวิจัยใต้ดิน ศาสตราจารย์ 'ดร.อรุณ' ผู้เป็นทั้งอาจารย์และ... พ่อของฉัน คือผู้ริเริ่มโครงการ 'ประตูมิติไร้ขีดจำกัด' เขานำเอาทฤษฎีทางมานุษยวิทยาโบราณมาผสานเข้ากับวิทยาศาสตร์ควอนตัม เพื่อเปิดประตูเชื่อมต่อไปยังโลกคู่ขนานที่เต็มไปด้วยพลังงานอันไร้ขีดจำกัด"
ผมฟังเงียบๆ สายตายังคงระแวดระวังร่างเงาดำของตัวเองที่ยืนกอดอกมองอยู่ไม่ไกล
"แต่ความโลภของมนุษย์มักจะนำพาหายนะมาเสมอ" อาจารย์รินกำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "พิธีกรรมในคืนนั้นผิดพลาด พลังงานจากมิติอื่นไหลทะลักเข้ามากลืนกินทุกชีวิตในตึกนี้ พ่อของฉัน... กลายเป็นสิ่งแรกที่ถูกความมืดกลืนกิน และเพื่อไม่ให้มันแพร่กระจายออกไปสู่โลกภายนอก ฉันในวัยเด็กจึงต้องใช้พลังวิญญาณทั้งหมดที่มี... ปิดตายตึกนี้ด้วยอาคมสายเลือด"
เธอหันมาสบตาผม แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพของเด็กสาวผู้โดดเดี่ยวในอดีต
"แต่การทำเช่นนั้น ทำให้ฉันกลายเป็น 'ส่วนหนึ่ง' ของตึกนี้ ออกไปไหนไม่ได้ ต้องคอยวนเวียนดูแลที่นี่ คอยคัดเลือกผู้จัดการคนใหม่เข้ามาเพื่อ... เป็นตัวตายตัวแทนในการซ่อมแซมรอยรั่วของอาคมที่นับวันจะเสื่อมลงเรื่อยๆ"
คำพูดของอาจารย์รินเหมือนก้อนหินหนักอึ้งที่ทุ่มลงกลางอกผม ทุกอย่างกระจ่างชัดเจนในหัว กฎข้อที่ 3 ของหอพัก—*ห้ามออกจากตึกหลังเที่ยงคืน*—ไม่ใช่กฎเพื่อความปลอดภัยของผู้พักอาศัย แต่เป็นกรงขังที่รั้งวิญญาณของเธอเอาไว้ต่างหาก และสัญญาส่วนลดค่าห้องที่ผมได้รับ... แท้จริงแล้วคือค่าจ้างในการเอาชีวิตมาทิ้งไว้บนหอคอยแห่งนี้
"แล้วไอ้หมอนั่นล่ะครับ?" ผมชี้ปลายคางไปยังเงาดำที่เป็นร่างคู่ขนานของผม "มันคืออะไร?"
"มันคือ 'กันต์' จากไทม์ไลน์ที่ล้มเหลว" อาจารย์รินตอบเสียงเครียด "เขาคืออดีตผู้จัดการที่พยายามจะหนีออกจากตึกนี้ก่อนที่จะหมดสัญญา แต่ผลลัพธ์คือการถูกมิติกลืนกินและสูญเสียตัวตน กลายเป็นหุ่นเชิดของพลังงานความมืดที่คอยชักใยให้ผู้จัดการรุ่นใหม่ทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิม!"
ทันทีที่สิ้นเสียงของอาจารย์ริน ร่างเงาดำนั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะก้องกังวาน เสียงของมันเสียดสีกันจนแก้วหูแทบแตก
"ถูกต้อง! นายหนีไม่พ้นหรอกกันต์!" เงาดำตะโกนลั่น พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวผมด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์ "มาสิ! มารวมร่างกับฉันซะ! แล้วพวกเราจะได้เป็นอิสระจากผู้หญิงคนนี้!"
"กันต์! ถอยไป!" อาจารย์รินสะบัดมือ คทาอาคมในมือปล่อยลำแสงสีทองพุ่งเข้าใส่เงาดำอย่างจัง เกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว คลื่นกระแทกซัดร่างผมจนเซถอยหลังไปหลายก้าว
แต่ทว่า... ควันสีดำที่ฟุ้งกระจายไม่ได้สลายไป กลับรวมตัวกันใหม่กลางอากาศ และสิ่งที่ทำให้หัวใจผมหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม คือการที่เงาดำนั้นไม่ได้พุ่งเป้ามาที่ผมอีกต่อไป แต่มันพุ่งตรงเข้าไปคว้าตัวอาจารย์รินที่กำลังอ่อนแรงจากการใช้พลัง!
"อาจารย์!" ผมร้องลั่นด้วยความตกใจ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความเป็นห่วงพุ่งทะยานขีดสุด มือของผมคว้าด้ามปากกาอาคมที่อาจารย์รินเคยให้ไว้พุ่งทะยานเข้าขวางกั้น
ฉึก!
คมปากกาแทงทะลุผ่านเงาดำอย่างแม่นยำ แต่มันกลับหัวเราะเยาะ ร่างของเงาดำสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำที่พุ่งเข้าโอบล้อมร่างของอาจารย์รินและผมไว้ในคราวเดียว พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นข้างหูผมอย่างแผ่วเบาแต่เยือกเย็น
*“แกเลือกเองนะ... ว่าจะปกป้องเธอ หรือจะรักษาชีวิตตัวเอง”*
โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้าง สติของผมเริ่มเลือนรางท่ามกลางความมืดมิดที่เข้ากัดกินทัศนวิสัย แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานของระบบผู้จัดการตึกก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต—
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการแทรกแซงจาก "ผู้สร้างตึก" (ดร.อรุณ)
ระบบผู้จัดการตึกกำลังถูกรีเซ็ต...
เงื่อนไขพิเศษถูกปลดล็อก: ใครคือ "กันต์" ตัวจริง... กำลังจะได้รับการพิสูจน์ ณ บัดนี้]
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไขปริศนากับผมมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ลิฟต์แก้วชั้นลบ
คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ•ตอนที่ 32
ตอนที่ 32: ปมในอดีตของอาจารย์รินที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!