คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ•ตอนที่ 17

ตอนที่ 17: การติดตามสะกดรอยและการคำนวณความน่าจะเป็น

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
“ถ้าคุณก้าวเท้าซ้ายนำในจังหวะที่เงาพาดผ่านรอยต่อกระเบื้องแผ่นที่เจ็ด ความน่าจะเป็นที่วิญญาณเร่ร่อนในเขตแดนนี้จะตรวจจับการมีอยู่ของเราจะพุ่งสูงถึงเก้า19.8 เปอร์เซ็นต์ทันทีนะครับ กันต์” เสียงกระซิบแผ่วเบาของอาจารย์รินดังลอดผ่านเครื่องรับสัญญาณบลูทูธขนาดจิ๋วที่แนบอยู่1ในใบหูขวา น้ำเสียงของเธอยังคงความราบเรียบและสุขุมเป็นเอกลักษณ์ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสความเคร่งเครียดที่ทำให้ปลายนิ้วของผมซึ่งกำลังเกาะขอบกำแพงปูนเปลือยของบันไดหนีไฟชั้นสิบแปดต้องชะงักค้าง ผม—กันตพัฒน์ นักศึกษาปีสามผู้กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ทางการเงินขั้นสุดยอดจนต้องผันตัวมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการตึกสำนักงานผีสิงแห่งนี้—ค่อยๆ ถอนเท้าซ้ายที่กำลังจะก้าวออกไปกลับมาอย่างระมัดระวัง พร้อมกับปรับน้ำหนักตัวลงบนเท้าขวาตามกฎระเบียบทางกาย1ศาสตร์และอาคมที่อาจารย์สาวเพิ่งคำนวณให้สดๆ ร้อนๆ กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและฝุ่นผงปูนซีเมนต์ผสมผสานเข้ากับกลิ่นธูปโบราณที่ลอยอวลมาจากเบื้องบน เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนยิ่งกว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องควบคุม ผู้เช่าใหม่ห้อง 1405... ชายหนุ่มท่าทางเงียบขรึม สวมเสื้อฮู้ดสีดำสนิทผู้ย้ายเข้ามาเมื่อสามวันก่อนโดยไม่ยอมแสดงบัตรประชาชนตัวจริง กำลังทำตัวน่าสงสัยเกินกว่าที่มาตรการรักษาความปลอดภัยของตึกจะปล่อยผ่านไปได้ และในฐานะผู้จัดการฝึกหัดที่ต้องการส่วนลดค่าหอพักและค่าเทอมหกสิบเปอร์เซ็นต์ ผมจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสวมบทบาทเป็นนักสืบจำเป็นในยามวิกาลเช่นนี้ ผมก้มลงมองหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือ ซึ่งแอปพลิเคชันระบบบริหารจัดการอาคารที่ถูกดัดแปลงด้วยอักขระโบราณกำลังแสดงผลกราฟแท่งสามมิติของการกระจายตัวของพลังงานวิญญาณ (Spiritual Energy Dispersion) เส้นกราฟสีแดงฉานพุ่งทะยานขึ้นเป็นรูประฆังคว่ำ บ่งบอกว่าที่ชั้นดาดฟ้าเวลานี้ แรงดันบรรยากาศและสนามแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังผิดเพี้ยนไปจากธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง “ผมประจำอยู่ที่หน้าประตูทาง1ออกบันไดหนีไฟชั้นดาดฟ้าแล้วครับอาจารย์” ผมกระซิบบอกปลายสายเบาๆ พยายามควบคุมจังหวะการหายใจให้สม่ำเสมอที่สุดเพื่อไม่ให้อัตราการเต้นของหัวใจไปรบกวนคลื่นพลังงานที่ระบบกำลังตรวจสอบ “ตอนนี้ผมเห็นเงาร่างของเขาลางๆ ผ่านกระจกฝ้าแล้วครับ เขากำลังวาดรูปทรงเรขาคณิตบางอย่างบนพื้นคอนกรีต” “รูปทรงอะไรครับ อธิบายลักษณะเส้นรอบรูปให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้” อาจารย์รินสั่งการทันที เสียงกระดาษพลิกดังแกร็กแกรกจากปลายสาย บ่งบอกว่าเธอกกำลังเปิดตำราโบราณนับส่มเล่มที่กองอยู่บนโต๊ะทำงานในห้องพักครู “เป็นวงกลมซ้อนกันสามชั้นครับ... แต่ละชั้นมีอักษรโบราณที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนสลักไว้ และที่จุดศูนย์กลาง... เขากกำลังวางวัตถุบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายกับกะโหลกศีรษะมนุษย์ขนาดเล็ก แต่มีรอยต่อของกระดูกที่ผิดรูปไปจากสรีรวิทยาปกติอย่างชัดเจนครับ” ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงเคาะปากกาเบาๆ บนโต๊ะของอาจารย์ริน ซึ่งเป็นจังหวะการคิดวิเคราะห์ที่ผมคุ้นเคยดี “นั่นไม่ใช่พิธีกรรมขับไล่วิญญาณทั่วไปหรอกนะครับกันต์” น้ำเสียงของอาจารย์รินเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “โครงสร้างวงกลมสามชั้นพร้อมกะโหลกผิดรูป... นั่นคือ ‘ค่ายกลสะกดวิญญาณระดับเจ็ด’ จุดประสงค์ของมันไม่ใช่การปัดเป่า แต่เป็นการ ‘เปิดประตู’ เพื่อดึงเอาพลังงานอาฆาตจากชั้นใต้ดินขึ้นมาหล่อเลี้ยงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะฟักตัว” หัวใจของผมกระตุกวูบไปชั่วขณะ ชั้นใต้ดิน? ตึกนี้มีชั้นใต้ดินด้วยอย่างนั้นหรือ? ทั้งที่ในแปลนอาคารระบุไว้ชัดเจนว่าชั้นล่างสุดคือห้องเครื่องและถังเก็บน้ำสำรองเท่านั้น! “ถ้าเขาทำสำเร็จ ความสมดุลของโครงสร้างเวิลด์บิลディングภายในตึกแห่งนี้จะพังทลายลง กฎเกณฑ์การควบคุมภูตผีที่เราสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือนจะใช้การไม่ได้ และวิญญาณเร่รอนนับร้อยตนที่ถูกกักเก็บไว้ตามชั้นต่างๆ จะหลุดออกมาพร้อมกัน” อาจารย์รินอธิบายด้วยเหตุและผลที่หนักแน่นรองรับทุกตัวอักษร “พูดง่ายๆ คือ... ถ้าเราหยุดเขาไม่ได้ภายในห้านาทีนี้ เราทุกคนจะกลายเป็นอาหารว่างของพวกมันครับ” ให้ตายเถอะ... นี่มันไม่ใช่แค่งานเสริมเพื่อลดค่าห้องแล้ว แต่มันคือภารกิจกอบกู้โลกฉบับย่อส่วนในตึกสำนักงานชัดๆ! ผมสูดหายใจเข้าลึก1 เพื่อเรียกสติ รวบรวมพลังปราณที่ได้รับการฝึกฝนมาจากระบบผู้จัดการตึก ไหลเวียนไปตามเส้นประสาททั่วร่างจนรู้สึกถึงความอุ่นวาบที่ปลายนิ้ว มือขวาเอื้อมไปแตะที่ลูกบิดประตูเหล็กหนาของทางออกดาดฟ้าอย่างช้าๆ ไร้ซึ่งเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา ในขณะเดียวกัน บนหน้าจอสมาร์ทโฟนของผมก็ปรากฏหน้าต่างแจ้งเตือนสีทองอร่ามขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงระฆังใสๆ ที่ดังขึ้นในหัว [ระบบตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ: เผชิญหน้ากับผู้ใช้งานอาคมนอกรีตระดับสูง] [ภารกิจเสริมฉุกเฉิน: ขัดขวางพิธีกรรมที่ชั้นดาดฟ้าก่อนเวลา 03:00 น.] [รางวัล: แต้มประสบการณ์ +500, สิทธิ์ปลดล็อก "กุญแจสำรองชั้นใต้ดิน", และส่วนลดค่าหอพัก 80% เป็นเวลาสามเดือน] [บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียสิทธิ์การเป็นผู้จัดการตึกและถูกผนึกวิญญาณถาวร] ผมแย้มยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่ผลตอบแทนและบทลงโทษที่สมน้ำสมเนื้อเช่นนี้ก็ทำให้สัญชาตญาณความท้าทายในตัวผมพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “อาจารย์ครับ...” ผมกระซิบผ่านบลูทูธเป็นครั้งสุดท้ายก่อนลงมือ “ช่วยคำนวณความน่าจะเป็นที่ผมจะเตะก้านคอเจ้าหมอนั่นให้สลบโดยไม่ทำลายค่ายกลให้ทีครับ” “ความน่าจะเป็นคือเจ็ดสิบเอ็ดจุดสี่เปอร์เซ็นต์ครับกันต์... แต่อย่าลืมระวังเงาที่อยู่ด้านหลังของคุณด้วยนะครับ” สิ้นเสียงเตือนอันเยือกเย็นของอาจารย์ริน ขนทั่วร่างของผมก็ลุกชันขึ้นพร้อมกันในเสี้ยววินาที ความเย็นยะเยือกที่หนาวยะเยือกยิ่งกว่าลมหนาวบนยอดตึกแผ่ซ่าน1จากต้นคอลงมาตามกระดูกสันหลัง ผมยังไม่ทันได้หันกลับไปมองว่ามีอะไรอยู่ข้างหลัง เสียงกระซิบแหบพร่าและเย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจก็ดังขึ้นชิดใบหูขวาของผม... *“พบตัว... ผู้จัดการคนใหม่แล้ว...”* พร้อมกับความรู้สึกเหมือนมีมือที่ไร้เนื้อหนังเอื้อมมาแตะที่ไหล่ทั้งสองข้างของผมอย่างแผ่วเบา (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตึกสำนักงานผีสิงแห่งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณผีครับ อย่าเดินตามหลังผมสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%