บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 40

ความไม่มั่นใจของมินนา

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“ถ้าเธอจะเงียบแบบนี้ สู้เอาปากกาจิ้มกระดาษให้มันขาดไปเลยดีกว่าไหมมินนา?” เสียงของพายไม่ได้ดังมาก แต่ความนิ่งเงียบในมุมอับสายตาของห้องสมุดส่วนลึก ทำให้ประโยคนั้นฟังดูเหมือนเสียงฟ้าผ่าสำหรับมินนา เด็กสาวเจ้าของร่างเล็กในชุดนักศึกษาอักษรฯ สะดุ้งจนปากกาหมึกซึมในมือเกือบหลุดร่วง เธอไม่ได้เงยหน้ามองเพื่อนสนิทที่ยืนกอดอกอยู่ตรงหน้า แต่เลือกที่จะจ้องมองรอยหยดหมึกที่ซึมลงบนกระดาษบันทึกราวกับมันเป็นความผิดมหันต์ที่เพิ่งก่อขึ้น “อย่าทักแบบนั้นสิพาย...” มินนาพึมพำ เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบจะกลืนหายไปกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ของห้องสมุด “มินนา เงยหน้าขึ้นมา” พายทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงที่เคยติดตลกเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าใจหาย “เหตุการณ์ที่งานกีฬาสีเมื่อวาน มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น คีย์เขาก็แค่… เขาก็แค่ยุ่งน่ะ ใครจะไปรู้ว่างานวิศวะฯ จะวุ่นวายขนาดนั้น” มินนาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นขึ้นมาที่หน้าอกเหมือนหนามแหลมเล็กๆ คีย์ไม่ได้แค่ยุ่ง แต่วินาทีที่เขากำลังจะเอื้อมมือมาแตะไหล่เธอเพื่อปลอบประโลมจากความผิดพลาดเรื่องการรันสคริปต์พิธีกร เสียงเรียกจากกลุ่มเพื่อนสาวคณะบริหารก็ดังแทรกเข้ามา และเขาก็หันไปทางนั้น... ทิ้งให้เธอยืนเคว้งคว้างอยู่ตรงกลางความวุ่นวาย สายตาของคีย์ที่มองมาทางเธอในตอนนั้น มันไม่มีความห่วงใยเหลืออยู่เลย มีเพียงความรีบร้อนที่อยากจะไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด เธอก็แค่ตัวประกอบที่ขวางทางเดินของพระเอก... ความคิดนั้นกัดกินหัวใจเธอมาตลอดทั้งคืน “ไม่ใช่เพราะเขายุ่งหรอกพาย” มินนาวางปากกาลง เธอหยิบหนังสือเล่มหนาที่คั่นไว้ขึ้นมาเปิดอ่าน แต่มือที่สั่นเทานั้นทำให้กระดาษขอบทองสั่นไหว “แต่เพราะฉันพยายามจะก้าวออกไปจากห้องสมุดนี้มากเกินไป... จนลืมไปว่าที่ที่ฉันยืนอยู่ มันไม่ได้มีไว้สำหรับคนอย่างฉันตั้งแต่แรก” “เธอกำลังจะบอกว่าตัวเองไม่คู่ควรเหรอ?” พายแค่นหัวเราะในลำคอ “เลิกตรรกะนางเอกนิยายน้ำเน่าสักที มินนา เธอเก่ง เธอฉลาด และที่สำคัญ เธอคือคนที่คีย์เลือกจะมาอ่านหนังสือด้วยทุกเย็นมาตลอดสามเดือน! ถ้าเธอไม่คู่ควร แล้วใครจะคู่ควร” มินนาไม่ได้ตอบ เธอเพียงแค่ซุกหน้าลงกับหน้าหนังสือ กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าช่วยปลอบประโลมใจได้บ้าง แต่มันไม่สามารถกลบความรู้สึก 'ไม่มั่นใจ' ที่กำลังขยายตัวราวกับวัชพืชในใจได้เลย เธอตัดสินใจปิดหนังสือเล่มนั้นลงดัง ‘ปัง!’ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินหายเข้าไปในโซนชั้นหนังสือที่ลึกที่สุด ห้องสมุดแห่งนี้มีซอกหลืบมากมาย และนี่คือที่เดียวที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยจากสายตาของผู้คน รวมถึงสายตาของคีย์ด้วย เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ มินนาจำไม่ได้ เธอขดตัวอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในมุมที่แสงไฟสลัวที่สุด ปากกาในมือขีดเขียนคำถามลงไปในบันทึกเล่มเล็กของเธอซ้ำๆ *‘ถ้าฉันถอยกลับมาจุดเดิม... ทุกอย่างจะดีขึ้นไหม?’* *‘ถ้าฉันหายไป... เขาจะสังเกตเห็นบ้างไหม?’* ความเงียบในห้องสมุดช่วงเย็นใกล้ปิดทำการนั้นช่างวังเวง มินนาตัดสินใจว่าจะไม่ไปที่จุดนัดพบใต้ต้นจามจุรีตามที่คีย์เคยเอ่ยปากชวน เธอเลือกที่จะเก็บกระเป๋า พับเก็บบันทึกความในใจไว้ใต้ชั้นหนังสือมุมอับ ก่อนจะเดินก้มหน้าก้มตาออกจากห้องสมุดทางประตูด้านหลังที่แทบไม่มีใครใช้ ขณะที่เธอกำลังจะผลักประตูเหล็กออกเพื่อออกไปสู่โถงทางเดินที่มืดมิด เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง... มันใกล้เสียจนลมหายใจของเธอสะดุด “ทำไมต้องหนีกันขนาดนี้ครับ?” มินนาตัวแข็งทื่อ เธอไม่ได้หันกลับไป แต่ภาพสะท้อนในกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่ข้างประตูทำให้เธอเห็นเงาร่างสูงโปร่งของคีย์ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว เขาสวมเสื้อช็อปวิศวะที่ดูยับย่น ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้ฉายแววรีบร้อนเหมือนเมื่อวาน แต่มันกลับดูเหนื่อยล้าและอ้างว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ฉันไม่ได้หนี” เธอโกหก เสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “งั้นที่เธอทิ้งบันทึกเล่มนั้นไว้บนชั้นหนังสือ... เธอเรียกว่าอะไร?” คีย์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว มือของเขาถือบันทึกสีชมพูเล่มโปรดของเธอไว้ “ผมอ่านมันแล้วนะ... ทุกบรรทัดที่เธอเขียนถึงผม” มินนาหน้าชาไปทั้งตัว ความลับของเธอถูกเปิดเผยแล้ว ความไม่มั่นใจที่เคยก่อตัวเป็นกำแพงพังทลายลงในพริบตา เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาด้วยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ คีย์ก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวและวางบันทึกเล่มนั้นลงในมือเธอ พร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟและกระดาษจากตัวเขา “อย่าเพิ่งหนีไปไหน... จนกว่าผมจะพูดจบ” คีย์กระซิบ เสียงของเขาสั่นพร่าเหมือนกำลังอดกลั้นอะไรบางอย่าง “เพราะความเงียบของเธอในวันนี้... มันทำให้หัวใจผมแทบขาดใจจริงๆ” ขณะที่มินนากำลังจะเงยหน้าสบตาเขานั่นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบรรณารักษ์เวรที่เดินตรวจตราก็ดังใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงตะโกนเตือนว่าห้องสมุดใกล้ปิดแล้ว แต่ในจังหวะที่คีย์กำลังจะคว้ามือเธอไว้เพื่อดึงไปในที่ที่เงียบกว่า กลับมีเสียงโทรศัพท์ของคีย์ดังขึ้นแทรกกลางความตึงเครียด เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยกขึ้นดู แล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที... มันเป็นสีหน้าของคนที่เพิ่งได้รับข่าวร้ายที่เปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล ขอบคุณนักอ่านที่รักของที่คั่นหนังสือสีชมพูที่อยู่ด้วยกันมาถึงตรงนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%