“พี่คีย์... รับสายสิคะ”
มินนาเผลอพึมพำออกมาเบาๆ ขณะจ้องมองแผ่นหลังกว้างที่สั่นเทาเพียงครู่เดียวของชายหนุ่ม เสียงโทรศัพท์ที่แผดร้องในความเงียบงันของห้องสมุดยามใกล้ปิดทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความกังวล คีย์ไม่ได้หันมามองเธอเลยสักนิด นิ้วที่ถือสมาร์ทโฟนอยู่เกร็งจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน ดวงตาของเขาที่เคยอ่อนโยนยามมองเธอ บัดนี้กลับวูบไหวและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“ผม... ผมต้องไปแล้ว”
เขาหันกลับมาเพียงเสี้ยววินาที แววตานั้นว่างเปล่าราวกับคนกำลังจมน้ำ ก่อนจะวิ่งพรวดออกไปโดยไม่เหลียวหลังทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ของห้องสมุดที่มินนาคุ้นเคย ความรู้สึกหน่วงในอกตีตื้นขึ้นมาจนเธอทำได้เพียงยืนนิ่งท่ามกลางชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่ดูเหมือนกำลังจะโถมลงมาทับถมความเงียบงันนี้
...
หนึ่งสัปดาห์เต็มที่ไม่มีแม้แต่เงาของเขา
ที่โต๊ะประจำมุมห้องสมุด มินนานั่งกอดสมุดบันทึกเล่มโปรดแน่น เธอยังคงพยายามจดจ่อกับตัวอักษรในหนังสือวรรณกรรมตรงหน้า แต่ทุกบรรทัดกลับพร่าเลือนไปหมด ความคิดของเธอวนเวียนอยู่แต่กับสีหน้าของคีย์ในวินาทีที่รับสายโทรศัพท์นั่น เรื่องอะไรกันที่ทำให้คนมั่นคงอย่างเขาเสียอาการได้ถึงเพียงนี้
“มินนา... แกจะนั่งอมทุกข์แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่” พายที่เพิ่งทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามถามขึ้น น้ำเสียงของเธอเจือความห่วงใยแต่ก็แฝงความหนักใจ “ฉันไปสืบมาให้แล้วนะ คณะวิศวะบอกว่าพี่คีย์ลาหยุดยาวตั้งแต่วันนั้น ไม่มีใครติดต่อได้เลย แม้แต่เพื่อนสนิทเขาก็ตาม”
มินนาเม้มปากแน่นจนห่อเลือด “เขาคงมีธุระสำคัญจริงๆ มั้งพาย... เรื่องครอบครัวหรือเปล่า”
“ครอบครัวเขาสบายดี เพื่อนเขายืนยันมาแบบนั้น” พายถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ “แกอย่ามัวแต่รอให้โลกหมุนวนอยู่ที่เดิมเลยนะ ถ้าอยากรู้อะไร ก็ต้องกล้าที่จะคว้าคำตอบมาด้วยตัวเอง”
มินนาไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแต่มองไปที่ ‘ที่คั่นหนังสือ’ รูปดอกไม้แห้งที่คีย์เคยแอบวางไว้ให้ในหน้าหนังสือที่เธออ่านค้างไว้ สิ่งนั้นเป็นเสมือนหลักฐานว่าเขามีตัวตนอยู่ในพื้นที่ของเธอมาโดยตลอด แต่ในวินาทีนี้... สิ่งนั้นกลับดูเป็นเพียงวัตถุที่ไร้ชีวิต
ตกเย็นวันนั้น ฝนตั้งเค้าตั้งแต่มหาวิทยาลัยยังไม่เลิกคลาส มินนาตัดสินใจเดินไปที่ตึกวิศวะฯ อย่างที่ใจสั่ง แม้ความประหม่าจะทำให้มือของเธอสั่นเทา แต่เธอก็ไม่อาจทนอยู่กับความสงสัยที่กัดกินหัวใจไปมากกว่านี้ได้ เธอมาหยุดอยู่ที่หน้าชมรมอ่านหนังสือที่คีย์ชอบใช้เป็นที่พักผ่อนประจำ
ห้องนั้นเปิดแง้มไว้เล็กน้อย มินนาสูดหายใจเข้าลึกจนปอดพองโต ก่อนจะผลักประตูเข้าไปเบาๆ
“พี่คีย์คะ...”
ภาพที่เห็นทำเอาเธอชะงักไป คีย์ไม่ได้อยู่ที่โต๊ะทำงาน หรือมุมโซฟาที่เขามักจะนั่งอ่านหนังสือ แต่เขากำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปนอกอาคารด้วยแววตาที่ดูเหนื่อยล้าเกินกว่าวัย เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่หลุดลุ่ยและยับย่น ใบหน้าซูบตอบลงอย่างเห็นได้ชัด
เขาหันมาตามเสียงเรียก ดวงตาคมคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตกใจ “มินนา? เธอมาที่นี่ได้ยังไง”
“มินนา... มาตามความรู้สึกเดิมค่ะ” เธอตอบเสียงสั่น พยายามรวบรวมความกล้าให้มากที่สุด “มินนาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และมินนาก็ไม่รู้ด้วยว่ามีสิทธิ์จะถามไหม แต่มินนาทนเห็นพี่เป็นแบบนี้ไม่ได้...”
คีย์ก้าวเข้ามาใกล้เธอช้าๆ ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนลดน้อยลงจนมินนาได้กลิ่นจางๆ ของความเศร้าที่ห่อหุ้มตัวเขาไว้ เขาหยุดลงตรงหน้าเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวก่อนหน้านี้กลับดูอ่อนแสงลงราวกับคนที่พ่ายแพ้ต่อทุกสิ่ง
“เธอไม่ควรมาเห็นผมในสภาพนี้เลย มินนา” คีย์พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เขาพยายามจะยกมือขึ้นแตะแก้มเธอ แต่กลับชะงักและกำหมัดแน่น “ทุกอย่างมันซับซ้อนเกินกว่าที่เด็กดีอย่างเธอจะเข้าใจ... ผมพยายามจะจัดการมันให้จบ เพื่อที่จะกลับไปเป็นคนเดิมที่เธอรู้จัก แต่ยิ่งผมพยายาม... มันกลับยิ่งพัง”
มินนาไม่รอช้า เธอเอื้อมมือไปคว้ามือของเขาไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอกำลังบอกให้เขารู้ว่าเขายังไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว “ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไร ถ้าพี่เก็บไว้คนเดียวมันจะพังมากกว่าเดิมนะคะ ให้มินนาช่วย... ถึงจะช่วยได้ไม่มาก แต่มินนาก็อยากเป็นที่พักให้พี่เหมือนที่พี่เคยเป็นให้มินนา”
คีย์จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังค้นหาความจริงใจ และในจังหวะที่หัวใจของมินนาเต้นแรงราวกับกลองรบ คีย์ก็โน้มตัวลงมาจนลมหายใจของเขารดที่หน้าผากของเธอ
“ถ้าผมบอกความจริง... เธออาจจะเกลียดผม” เขากระซิบชิดผิวแก้ม “เพราะสิ่งที่ผมปิดบังไว้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของผมคนเดียว แต่มันคือเรื่องของ...”
ยังไม่ทันที่คีย์จะพูดจบ เสียงประตูด้านหลังก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างของใครบางคนที่เดินเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ มินนาผละออกจากคีย์ทันทีด้วยความตกใจ เมื่อหันไปมองเธอก็พบกับผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่แต่งตัวภูมิฐานและดูโกรธจัด ดวงตาของหญิงสาวผู้นั้นกวาดมองเธอด้วยความเหยียดหยามก่อนจะหยุดอยู่ที่คีย์
“คีย์! แกคิดจะทำอะไร!” หญิงคนนั้นตวาดเสียงกร้าว “แกไม่มีสิทธิ์ที่จะเหนี่ยวรั้งความสุขส่วนตัวไว้ ในเมื่อแกทำลายความสุขของคนอื่นมามากพอแล้ว!”
คีย์หน้าซีดเผือด เขาหันกลับมามองมินนาด้วยสายตาที่บอกให้เธอหนีไป แต่ก่อนที่มินนาจะได้ขยับตัว หญิงคนนั้นก็เดินเข้ามาใกล้และยื่นซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูเก่าเก็บให้มินนา “นี่คือสิ่งที่แกควรได้รับรู้... แทนที่จะมานั่งฝันหวานอยู่ในห้องสมุดกับผู้ชายที่โชกเลือดคนนี้!”
มินนารับซองจดหมายมาด้วยมือที่สั่นเทา ขณะที่คีย์พยายามจะเข้ามาคว้าไว้แต่ถูกการ์ดของหญิงสาวผู้นั้นกันไว้ มินนาค่อยๆ เปิดซองออก สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่บันทึกความรู้สึกอย่างที่เธอคาดหวัง แต่มันคือใบเสร็จและภาพถ่ายที่เกี่ยวพันกับอุบัติเหตุในอดีตที่ทำลายครอบครัวของเธอเอง!
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปทั่วไขสันหลังเมื่อเธอมองเห็นชื่อของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น... ชื่อเดียวกับคีย์ที่สลักอยู่บนปกสมุดบันทึกเล่มแรกที่เขาเคยให้เธอ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านบททดสอบของหัวใจมาด้วยกันนะคะ หวังว่าความลับนี้จะไม่ได้ทำให้ความรักของมินนาและคีย์ต้องจบลงเพียงเท่านี้ค่ะ
ด้วยรักจากใจ... ที่คั่นหนังสือสีชมพู
บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 41
ตามหาความรู้สึกเดิม
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!