บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 42

ความชัดเจนของหัวใจ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยวนอยู่ในโซนหนังสือหายาก มักเป็นพื้นที่ปลอดภัยเสมอสำหรับมินนา แต่ในวินาทีนี้... กลิ่นอ้ายความอบอุ่นจากเสื้อฮู้ดสีเทาตัวโคร่งที่กำลังยืนซ้อนอยู่หลังชั้นหนังสือสูงท่วมหัว กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก บันทึกหน้าสุดท้ายที่พายแอบเอาไปสอดไว้ในหนังสือรวมบทกวีเล่มโปรดของเธอ กลายเป็นชนวนระเบิดเวลาที่ทำให้ความลับใน "ที่คั่นหนังสือสีชมพู" ถูกเปิดเผยต่อหน้าเจ้าของรอยยิ้มใจร้ายคนนี้โดยไม่มีทางหลบ มินนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวเล็กกำสันหนังสือในมือแน่นจนข้อต่องอขาว เธอพยายามจะก้าวถอยหลังเพื่อหนีสถานการณ์ชวนใจสลายนี้ แต่พื้นที่แคบๆ ระหว่างชั้นหนังสือกับแผ่นอกกว้างของคีย์กลับกักขังเธอไว้ราวกับกรงล่องหน "จะรีบไปไหนล่ะครับ... มินนา" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่มักจะเจือความขี้เล่นอยู่เสมอในยามปกติ ทว่าในตอนนี้กลับจริงจังและนิ่งขรึมจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ใบหน้าที่แดงก่ำของเธอ ราวกับพยายามจะอ่านทุกตัวอักษรที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตากลมโตคู่สวย "อ...
เอ่อ... มินนาแค่นำหนังสือมาคืนค่ะ" เธอก้มหน้ามองพื้น พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นไหว แต่ความจริงที่ว่า บันทึกสารภาพรักเงียบๆ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาอยู่ในมือของเขา ทำให้ความกล้าทั้งหมดที่มีมลายหายไปสิ้น คีย์ไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที เขายกมือขึ้นพลิกหน้ากระดาษแผ่นสีชมพูอ่อนที่มีลายมือคุ้นตาในนั้นช้าๆ เสียงกระดาษพลิกเบาๆ ดังท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดราวกับเสียงนาฬิกาจับเวลาถอยหลัง ทุกวินาทีที่ผ่านไปมันช่างยาวนานเสียเหลือเกินสำหรับเด็กสาวขี้อายอย่างเธอ "ข้อความพวกนี้..." คีย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาลดระดับลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "ที่เขียนไว้ว่า '...หวังว่าสักวันสายตาคู่นั้นจะมองมาที่หนังสือเล่มเดียวกัน' หมายถึงวันนี้นี่เองสินะครับ" หัวใจของมินนากระตุกวูบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่ตั้งใจ หยดน้ำตาคลอหน่วยด้วยความอับอายและกลัวว่าเขาจะรังเกียจความรู้สึกที่มากเกินไปของเธอ "มินนา... มินนาไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้ค่ะ พายต่างหากที่เป็นคน..." "ชูส์..." ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากของเธอเพื่อหยุดคำแก้ตัว มินนาสะجดเล็กน้อย ความอุ่นร้อนจากสัมผัสนั้นแผ่ซ่านไปทั่วผิวแก้วจนเธอต้องหลับตาลงด้วยความสั่นสะท้าน "อย่าโยนความผิดให้พายเลยครับ... ในเมื่อเจ้าของสมุดบันทึกเล่มนี้ คือคนที่ยอมนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิมริมหน้าต่างทุกวัน เพียงเพื่อจะได้แอบมองผมอ่านหนังสือไม่ใช่เหรอครับ" ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เขา... เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอนั่งมองเขาอยู่ตลอด? "ตกใจล่ะสิครับ?" คีย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยาะเย้ย แต่กลับอบอุ่นและอ่อนโยนจนทำให้ขอบตาร้อนผ่าว "คุณคิดว่ามีแค่คุณฝ่ายเดียวหรอกเหรอที่คอยมองหาใครบางคนในห้องสมุดแห่งนี้" มินนาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่ได้ยิน บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องสมุดเบาหวิว แต่เสียงหัวใจของเธอกลับดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท "คีย์... หมายความว่ายังไงคะ?" เธอถามเสียงสั่น พยายามค้นหาความจริงจังในดวงตาคู่นั้น คีย์ถอนหายใจเบาๆ เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว จนระยะห่างระหว่างกันแทบจะไม่มีเหลือ แผ่นหลังของมินนาแนบชิดกับสันตู้หนังสือเย็นเฉียบ ขณะที่ไออุ่นจากตัวเขากลับโอบล้อมเธอไว้ทั้งหมด "ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มีคนพยายามเข้ามาทำความรู้จักผมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ดาวคณะ หรือสาวๆ จากคณะอื่น... แต่รู้ไหมครับว่าทำไมผมถึงไม่เคยสนใจใครเลย" คีย์เว้นจังหวะ สายตาคมกริบทอดมองลงมาที่เธอด้วยความลึกซึ้งเกินกว่าที่เธอเคยได้รับจากใคร เขายกกระดาษโน้ตสีชมพูในมือขึ้นระดับสายตาของเธอ "เพราะผมรอให้เจ้าของลายมือนี้... กล้าพอที่จะพูดกับผมตรงๆ ต่างหากล่ะครับ" คำพูดนั้นราวกับค้อนทุบลงกลางใจ มินนารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า ความหมายที่ซ่อนอยู่ในประโยคของเขาชัดเจนเสียจนเธอแทบไม่กล้าเชื่อหูตัวเอง "คีย์ไม่ได้สนใจคนอื่น... หมายความว่า..." "ใช่ครับ" คีย์ตอบแทรกขึ้นมาทันที น้ำหนักเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจัง ไม่มีแววลังเลแม้แต่น้อย "ผมไม่ได้สนใจใครเลยนอกจากคุณ... มินนา เด็กผู้หญิงขี้อายที่ชอบซ่อนตัวอยู่หลังกองหนังสือ และเขียนความรู้สึกทั้งหมดลงในที่คั่นหนังสือสีชมพูเล่มนี้" เขายื่นกระดาษแผ่นนั้นคืนให้เธอกes พร้อมกับกุมมือที่กำลังสั่นเทาของเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นคงมาสู่หัวใจที่เคยหวาดกลัวของเธอ มินนามองมือของตัวเองที่ถูกกุมไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม ความรู้สึกตื้นตันใจเอ่อล้นจนพูดไม่ออก หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างเงียบๆ แต่มันไม่ใช่หยดน้ำตาแห่งความเสียใจ... มันคือหยดน้ำตาแห่งความโล่งใจและตื้นตันที่สุดในชีวิต คีย์ยกมืออีกข้างขึ้นเกลี่ยหยดน้ำตาที่ข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนะละมุนและทะนุถนอมราวกับเธอกลัวเธอจะแตกสลาย "ร้องไห้งอแงแบบนี้ แปลว่าตกลงจะยอมให้ผมจีบอย่างเป็นทางการแล้วใช่ไหมครับ?" มินนาหัวเราะทั้งน้ำตา เธอพยักหน้ารับเบาๆ แทนคำตอบ ท่าทางเขินอายจนใบหูแดงแจ๋ทำให้คีย์ระบายยิ้มกว้างออกมาด้วยความเอ็นดู บรรยากาศในมุมอับของห้องสมุดอบอวลไปด้วยความหวานละมุนที่อบอุ่นยิ่งกว่าแสงแดดยามบ่าย ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่หัวใจประสานเป็นหนึ่งเดียวกันนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นตรงมุมชั้นหนังสือถัดไป "เฮ้ย แกแน่ใจนะว่ายัยมินนาอยู่แถวนี้ ฉันเห็นยัยพายบอกว่า..." ร่างสูงโปรดของรุ่นพี่กร สมาชิกชมรมวาทศิลป์ที่เคยพยายามตามจีบมินนาเมื่อเดือนก่อน ก้าวเลี้ยวโค้งชั้นหนังสือเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าพวกเขาทั้งสองคนพอดี! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่พองโตนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%