บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 38

งานเทศกาลมหาลัย

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"ถ้าคุณคิดว่าจะขวางทางผมได้ด้วยวิธีตื้นๆ แบบนี้ ก็บอกได้เลยว่าคุณประเมินผมต่ำเกินไป" ประโยคเย็นเยียบของคีย์ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของฉัน แม้ระยะห่างระหว่างเราจะถูกคั่นด้วยบานประตูไม้โอ๊คหนาหนักของห้องสมุด แต่ภาพชายในชุดสูทสีเข้มที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับเขายังคงติดตาฉันราวกับภาพถ่ายติดฟิล์มที่ลบไม่ออก หัวใจของฉันเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงฝีเท้าที่พายเดินจากไปเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย แต่เหตุการณ์ตรงหน้ากลับดึงดูดสติสัมปชัญญะของฉันให้จมดิ่งลงไปมากกว่าเดิม ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า มือสั่นเทาขณะหยิบสมุดบันทึกเล่มโปรดขึ้นมาเปิดทิ้งไว้ แต่ทว่า... สมองกลับว่างเปล่าเกินกว่าจะเขียนบรรยายความรู้สึกใดๆ ออกมาได้ งานเทศกาลมหาลัยที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงดนตรี กลิ่นอายของขนมหวาน และรอยยิ้มของผู้คน ดูเหมือนจะกลายเป็นเพียงฉากหลังที่บิดเบี้ยวในสายตาของฉัน เสียงอึกทึกจากลานกิจกรรมด้านนอกแว่วเข้ามาเป็นระยะ แต่มันกลับฟังดูไกลแสนไกลราวกับอยู่อีกฟากของโลก "มินนา! มาทำอะไรตรงนี้ล่ะยัยตัวดี!" เสียงของพายดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับแรงดึงที่แขนจนฉันเกือบเซ พายในชุดคอสเพลย์ธีมงานเทศกาลดูสดใสและมีชีวิตชีวาผิดกับความอึดอัดที่ฉันกำลังเผชิญ เธอจ้องหน้าฉันพลางขมวดคิ้ว "หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยนะเธอ เห็นคีย์หรือยัง? ป่านนี้เขาคงรอเธออยู่ที่บูธวิศวะแล้วมั้ง ป่ะ! ไปกันได้แล้ว อย่าให้กามเทพคนนี้ต้องออกแรงลากเองเลยนะ" "พาย... ฉันว่า... ฉันเห็นคนแปลกหน้า" ฉันพึมพำ น้ำเสียงขาดช่วง พยายามรวบรวมคำพูดที่ติดอยู่ในลำคอ "คนแปลกหน้า?" พายเลิกคิ้วมองฉันอย่างไม่ใส่ใจนักก่อนจะหัวเราะร่วน "เทศกาลมหาลัยนะจ๊ะมินนา คนแปลกหน้าก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา สลัดความขี้อายทิ้งไปแล้วไปเดินเล่นกันเถอะ งานเริ่มแล้วนะ แสงสีเสียงจัดเต็มสุดๆ!" พายไม่รอให้ฉันปฏิเสธ เธอคว้าข้อมือฉันแล้วกึ่งลากกึ่งจูงออกไปจากบรรยากาศที่เงียบสงัดของห้องสมุด เข้าสู่ความวุ่นวายของงานเทศกาล แสงไฟนีออนสลับสีจากซุ้มต่างๆ ส่องกระทบดวงตาจนฉันต้องหรี่ลง เสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานกระแทกเข้ากับโสตประสาท แต่ในหัวของฉันกลับมีเพียงใบหน้าเย็นชาของชายคนนั้น... และแววตาที่ดูเด็ดเดี่ยวของคีย์ในวินาทีที่เขาก้าวออกจากห้องสมุดไป เราเดินผ่านซุ้มกิจกรรมต่างๆ มาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าบูธของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่นั่นคลาคล่ำไปด้วยผู้คน คีย์ยืนอยู่กลางกลุ่มเพื่อนด้วยใบหน้าที่ดูสมบูรณ์แบบราวกับรูปปั้น แต่ทันทีที่สายตาของเขาประสานเข้ากับฉัน รอยยิ้มที่เขาใช้ต้อนรับผู้คนก็จางหายไปแทนที่ด้วยประกายความกังวลที่วูบผ่านเข้ามาเพียงเสี้ยววินาที เขาก้าวเท้าออกมาจากกลุ่มเพื่อนตรงมาหาฉัน โดยไม่สนใจสายตาของสาวๆ ที่มองตามด้วยความหลงใหล "มินนา" เขาเรียกชื่อฉัน น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นแผ่วเบาและแหบพร่ากว่าปกติ "ผมคิดว่า... เราต้องคุยกันหน่อย" "คีย์... เมื่อกี้..." ฉันเริ่มบทสนทนาด้วยความลังเล สายตาเหลือบไปมองรอบข้างเพื่อหาชายชุดสูทคนนั้น แต่ความมืดสลัวท่ามกลางฝูงชนทำให้ฉันไม่เห็นใครที่น่าสงสัยอีกเลย "ลืมเรื่องนั้นไปก่อนเถอะ" เขาขัดขึ้น ดวงตาของเขาดูเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด "ตอนนี้... แค่ช่วยเดินไปกับผมก่อนได้ไหม? ผมต้องการพื้นที่ที่เงียบกว่านี้สักหน่อย" เราเดินเลี่ยงออกมาจากฝูงชนไปยังสวนหย่อมท้ายคณะ เสียงดนตรีจากเวทีใหญ่เริ่มแผ่วเบาลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของเราสองคนที่ดูหนักหน่วงในความมืด คีย์หยุดเดินเมื่อถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เงียบสงัด เขาหมุนตัวกลับมามองฉันด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่ฉันจะตีความได้ "ผมพยายามจะปกป้องหลายๆ อย่าง... โดยเฉพาะพื้นที่ของเรา" เขาพูดขึ้นพลางถอนหายใจ "มินนา ถ้าวันหนึ่งผมต้องจากที่นี่ไปเพราะเรื่องที่ผมไม่สามารถควบคุมได้... คุณจะยังจดจำบรรยากาศในห้องสมุดที่เราเคยนั่งอ่านหนังสือด้วยกันได้ไหม?" คำถามของเขาเหมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจของฉัน มันไม่ใช่แค่คำถามทั่วไป แต่มันคือคำบอกลาที่แฝงมากับความหวัง "ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคีย์? มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" ฉันก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด สัมผัสได้ถึงความเย็นจากมือที่เขากำแน่นอยู่ข้างลำตัว เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือมาสัมผัสเบาๆ ที่ไหล่ของฉัน ท่าทางนั้นเต็มไปด้วยความอาวรณ์ "ผมไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ แต่งานเทศกาลครั้งนี้... อาจจะเป็นงานสุดท้ายที่ผมจะได้อยู่กับคุณในฐานะนักศึกษาธรรมดาๆ คนหนึ่ง" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังแทรกเข้ามาจากทางด้านหลัง เป็นเสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบกับพื้นปูนอย่างชัดเจน ทั้งฉันและคีย์ชะงักไปพร้อมกัน ฉันหันกลับไปมองด้วยความใจหาย และนั่นคือตอนที่ฉันได้พบกับชายชุดสูทคนเดิมคนนั้นอีกครั้ง เขายืนอยู่ใต้แสงไฟสลัวไม่ไกลจากเรานัก ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสีทองจ้องมองมาที่คีย์ด้วยสายตาราวกับจะพิพากษา "ถึงเวลาที่ต้องไปแล้ว... คุณคีย์" ชายชุดสูทกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่กดดัน "ทางครอบครัวมีเรื่องต้องจัดการ และเรื่องเล่นสนุกในมหาลัยแห่งนี้ ก็ถือว่าจบลงเพียงเท่านี้" คีย์หันกลับมามองฉัน สายตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นแววตาที่เจ็บปวดที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา เขาก้มลงกระซิบข้างหูฉันด้วยถ้อยคำที่ทำให้โลกของฉันพังทลายลงในพริบตา "มินนา... ในหนังสือเล่มที่คุณชอบอ่านน่ะ หน้าสุดท้ายที่ยังไม่ได้เขียนน่ะ ช่วยเขียนชื่อผมลงไปแทนคำตอบว่าทำไมผมถึงต้องไปได้ไหม" เขาสบตากับฉันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะปล่อยมือจากไหล่ของฉันแล้วก้าวเดินไปหาชายชุดสูทคนนั้นอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางความมืดมิดของงานเทศกาลที่ดูไร้สีสันไปในทันที ขณะที่รถสีดำสนิทเคลื่อนที่เข้ามาจอดรอเขาที่ขอบถนน สายตาของฉันเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นตรงที่เขาเคยยืนอยู่... มันคือบัตรประจำตัวนักศึกษาของคีย์ แต่มีบางอย่างผิดปกติไป ตรงรูปถ่ายของเขาบนบัตรนั้น ถูกกรีดทับด้วยรอยมีดเป็นกากบาทสีแดงสด! หวังว่าตอนนี้นักอ่านที่รักของ "ที่คั่นหนังสือสีชมพู" จะยังไม่ใจสลายไปกับมินนากันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%