บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 31

กลับจากค่ายพร้อมความสัมพันธ์ใหม่

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“คุณจะพูดย้ำอีกครั้งก็ได้นะ แต่ถ้ามันทำให้มินนาไม่สบายใจ ผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องรักษามารยาทกับคนอย่างคุณ” เสียงทุ้มต่ำของคีย์ที่เอ่ยออกมานั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดแบบตะโกน แต่ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากแววตาคู่นั้นกลับน่าเกรงขามกว่าหลายเท่า ตัวเขายังคงยืนตระหง่านเป็นกำแพงมนุษย์ บดบังมินนาจากสายตาของกลุ่มรุ่นพี่ที่กำลังหาเรื่องเมื่อครู่ ความเงียบงันเข้าปกคลุมมุมหนึ่งของค่ายอาสา บรรยากาศอบอุ่นใต้แสงไฟจากตะเกียงค่ายดูเหมือนจะพังทลายลงในชั่วพริบตา มินนาที่แอบอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของคีย์ทำได้เพียงกำชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นเล็กน้อยจากกล้ามเนื้อแขนของเขาที่เกร็งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความอบอุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่ปกป้องเธออยู่นั้นช่างขัดแย้งกับความเย็นชาที่เขาส่งไปให้คนรอบข้างเหลือเกิน “โหย... คีย์ นายจะซีเรียสอะไรนักหนา แค่หยอกเล่นนิดๆ หน่อยๆ เอง” รุ่นพี่คนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวน แต่เมื่อสบตาที่ไร้แววหยอกล้อของคีย์เข้าจริงๆ เขาก็เลือกที่จะถอยห่างแล้วโบกมือให้เพื่อนๆ “ไปเถอะ น่าเบื่อว่ะ บรรยากาศรุ่นพี่รุ่นน้องหายหมด” เมื่อกลุ่มคนพวกนั้นเดินลับตาไปแล้ว คีย์ถึงได้ผ่อนลมหายใจออกมา ความแข็งกร้าวในดวงตาค่อยๆ จางหายไปเหลือเพียงร่องรอยของความอ่อนล้า เขาหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยังคงก้มหน้ากังวลไม่เลิก “พวกเขาไปแล้วครับ... ไม่ต้องกลัวนะ” คำพูดของเขาเบาหวิวราวกับจะปลอบประโลมมินนาให้พ้นจากความหวาดระแวง แต่มินนาที่เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้ากลับพบกับแววตาที่ดูแปลกไป มันไม่ใช่ความโกรธที่หลงเหลืออยู่ แต่เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่เธอจะตีความได้ทัน “ขอบคุณนะคีย์... แต่ว่า... เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ มันคงกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งมหาลัยในวันพรุ่งนี้แน่ๆ” มินนาพึมพำขณะมองไปรอบๆ ค่ายที่ดูเหมือนจะมีสายตาอีกหลายคู่ที่แอบจับจ้องเหตุการณ์เมื่อครู่ “แล้วมินนาแคร์ไหมครับ?” คำถามนั้นเรียบง่าย แต่ทำเอามินนาถึงกับชะงัก เธอหลบสายตาไปมองกองไฟที่มอดลง “คนอื่น... อาจจะมองว่ามันแปลก ที่คนอย่างคีย์มาสนใจคนเก็บตัวอย่างมินนา” คีย์ไม่ได้ตอบทันที เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนมินนาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจางๆ ของลมหนาวและกลิ่นหนังสือเล่มโปรดที่ติดตัวเขาเสมอ “ความสัมพันธ์ของเรา... มันแปลกตรงไหนเหรอครับ ในเมื่อหัวใจของผมมันเรียกร้องให้เข้ามาหาที่คั่นหนังสือเล่มนี้เอง” ประโยคนั้นทำให้มินนาใจเต้นแรงราวกับจะมีเสียงกลองรัวอยู่ในอก พาย เพื่อนสนิทสายลุยที่โผล่มาเงียบๆ จากด้านหลังเดินเข้ามาตบบ่ามินนาแรงๆ จนเธอสะดุ้ง “โอ๊ย! เลิกหวานกันกลางป่ากลางเขาได้แล้วค่ะคุณคีย์ ดูนั่นสิ... พวกในค่ายเริ่มมองกันตาเป็นมันแล้วนะ รู้ไหมว่าตอนนี้ในกลุ่มแชทคณะเขาเมาท์กันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว” พายบุ้ยปากไปทางกลุ่มเพื่อนฝูงที่จับกลุ่มคุยกันพลางเหลือบมองมาทางนี้เป็นระยะ “เมาท์ว่าอะไรบ้างล่ะพาย?” คีย์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงความสนุกในแววตา “ก็เมาท์ว่า... หนุ่มวิศวะสุดป๊อปสละโสดไปเฝ้ามินนาในห้องสมุดจนลืมชีวิตเฟรชชี่ไปแล้วน่ะสิ! งานนี้มินนาเตรียมตัวรับมือกับเหล่าแฟนคลับของคีย์ให้ดีเถอะนะ เพราะหลังจากจบค่ายนี้ ชีวิตในมหาลัยของแก... ไม่สงบสุขเหมือนเดิมแน่ๆ” พายพูดติดตลก แต่แววตากลับจริงจังและห่วงใย มินนาได้แต่เม้มปาก เธอรู้ดีว่าคำเตือนของพายเป็นเรื่องจริง การเป็นจุดสนใจไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัดเลยสักนิด ยิ่งต้องมาอยู่ในสายตาของผู้คนเพราะความใกล้ชิดกับคีย์ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนยอดตึกที่สั่นคลอน รุ่งเช้าวันถัดมา บรรยากาศบนรถบัสที่เดินทางกลับมหาลัยเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยคึกคัก คีย์เลือกที่นั่งเบาะด้านหลังสุดเพื่อให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เขาตบเบาะข้างๆ เป็นเชิงบอกให้มินนานั่งลงตรงนั้น ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมคณะหลายคนที่มองมาอย่างสงสัยและอิจฉา “นอนพักเถอะครับ เดินทางอีกไกล” คีย์เอ่ยขึ้นพลางขยับเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองให้เป็นหมอนรองคอให้มินนา มินนาหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า แต่หูกลับยังคงได้ยินเสียงซุบซิบจากเบาะข้างหน้า “เห็นไหม... ขนาดบนรถบัสยังตัวติดกันขนาดนี้ ไม่ธรรมดาแล้วนะสองคนนั้น” “ฉันว่ามินนาต้องมีของดีแน่ๆ คีย์ดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ ตั้งแต่มาค่ายนี้” คำวิจารณ์เหล่านั้นบาดลึกเข้ามาในความรู้สึกของมินนา เธอขมวดคิ้วแน่นขณะที่พยายามจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา ทว่าจู่ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นรัว เธอหยิบขึ้นมาดูและพบข้อความจากเบอร์ที่ไม่รู้จักส่งเข้ามา ‘อย่าคิดว่าการที่คีย์ปกป้องเธอ แล้วคนอื่นจะยอมรับในตัวเธอนะ มินนา... ที่คั่นหนังสือก็ควรอยู่ในที่ของมัน อย่าริอาจขึ้นมาเป็นเจ้าของเรื่องราวของเขาเลย’ มินนาตัวชาวาบ เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองคีย์ที่กำลังหลับตาพักผ่อนอยู่ข้างๆ ก่อนจะหันกลับไปมองรอบรถบัสด้วยความระแวง ทุกคนดูปกติ แต่ใครคนหนึ่งในรถคันนี้กำลังจ้องมองเธอด้วยความไม่หวังดี รถบัสเบรกกะทันหันจนร่างของมินนาเซไปพิงกับอกของคีย์ คีย์ลืมตาขึ้นทันทีด้วยสัญชาตญาณ เขารวบตัวเธอไว้แน่นด้วยความห่วงใย ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหู “เป็นอะไรไปครับ... ทำไมมือเย็นจัง?” มินนายังไม่ทันจะได้ตอบคำถาม เสียงแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียของคณะก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งรถบัส เพื่อนหลายคนอุทานออกมาด้วยความตกใจและรีบหันมามองที่มินนากับคีย์เป็นตาเดียว “มินนา... คีย์... ดูในกลุ่มคณะสิ! มีคนปล่อยรูปพวกแกสองคนตอนที่อยู่ค่ายเมื่อคืนนี้... แต่... แต่รูปนี้มัน...” พายที่นั่งอยู่ข้างหน้าชะโงกหน้ากลับมาด้วยสีหน้าซีดเผือด “รูปอะไร?” คีย์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ดุดัน พายยื่นหน้าจอโทรศัพท์มาให้ดู มินนาเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพตัวเองในมุมมืดของค่ายที่ดูเหมือนคีย์กำลังโอบกอดเธออย่างแนบชิด แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือแคปชั่นใต้รูปนั้นที่ทำเอาคนทั้งรถเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ 'สรุปแล้วความสัมพันธ์นี้มันคืออะไร? ระหว่างความรักจริงๆ... หรือแค่การเล่นสนุกของคนในมหาลัยที่กำลังจะทำให้ใครบางคนต้องอับอาย?' ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของมินนาหล่นวูบ ไม่ใช่แค่ข้อความนั้น แต่เป็นภาพถ่ายใบที่สองที่เพิ่งถูกโพสต์ต่อมา เป็นภาพที่เธอจำได้แม่นว่าเธอไม่เคยเห็นคีย์ที่ไหนมาก่อน... ภาพของเธอตอนที่กำลังแอบเขียนบันทึกในห้องสมุดเมื่อสัปดาห์ก่อน ในมุมที่เธอคิดว่าไม่มีใครเห็น! แล้วใคร... เป็นคนถ่ายรูปเหล่านั้นกันแน่? ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปกับมินนาและคีย์นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - ที่คั่นหนังสือสีชมพู
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%