บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 32

แรงกดดันจากคนรอบข้าง

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“มินนา! เธอจะปล่อยให้มันยืดเยื้อไปถึงไหนกันคะ? คนทั้งคณะเขารู้กันหมดแล้วว่าคีย์คอยวนเวียนอยู่ที่มุมหนังสือประวัติศาสตร์นั่นเพื่อใคร ถ้าไม่รีบจัดการ สถานะ ‘คนคุย’ ของเธอก็คงกลายเป็น ‘คนอื่น’ ได้ง่ายๆ นะ!” เสียงกระซิบที่แฝงความตื่นเต้นปนหงุดหงิดของพาย ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องสมุดส่วนกลาง มินนาชะงักปลายปากกาที่กำลังจดบันทึกความรู้สึกตัวเองลงในสมุดเล่มเล็ก เธอไม่ได้เงยหน้ามองเพื่อนสนิทที่นั่งจ้องด้วยสายตาคาดคั้น แต่กลับก้มหน้ามองตัวอักษรที่เริ่มพร่าเลือนบนหน้ากระดาษ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ทั้งจากแรงกดดันของเพื่อนและจากความจริงที่ว่า... ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งในเสื้อช็อปวิศวะคนนั้น กำลังเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับกลิ่นอายความสดชื่นของกระดาษเก่า “พาย... เบาเสียงหน่อยเถอะค่ะ ที่นี่ห้องสมุดนะ” มินนาเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดราวกับจะแทรกหายไปกับชั้นหนังสือ “ไม่ต้องมาเฉไฉค่ะ ยิ่งเธอเงียบ เขาก็ยิ่งไม่รุก แล้วเธอก็จะยิ่งเจ็บเอง” พายขยับเข้ามาใกล้ กดดันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีแต่ทิ่มแทงใจคนฟัง “ดูสิคะ นั่นไง... ‘เป้าหมาย’ ของเธอเดินมาแล้ว รอบนี้ถ้าเขามาถามเรื่องหนังสืออีก เธอต้องรุกกลับบ้าง ไม่ใช่เอาแต่นั่งยิ้มเขินอายอยู่แบบนี้ เข้าใจไหมคะ?” มินนาได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของคีย์เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เธอมองเห็นรองเท้าผ้าใบของเขาก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ เงาของเขาทอดทับลงบนสมุดบันทึกของเธอพอดี “วันนี้... เจอหนังสือเล่มที่ตามหาหรือยังครับ?” น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เป็นเอกลักษณ์นั้นทำให้หัวใจของมินนาสั่นไหวราวกับถูกดีดด้วยสายกีตาร์ เธอยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตา ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ ขณะที่พายส่งสายตาคาดคั้นมาให้เธอจากฝั่งตรงข้าม เป็นเชิงสั่งให้เธอพูดอะไรบางอย่างที่มากกว่าเรื่องหนังสือ “ยังเลยค่ะ... ช่วงนี้... ช่วงนี้ที่ห้องสมุดดูจะวุ่นวายไปหน่อยนะคะ” มินนาตอบเสียงติดขัด ความประหม่าทำให้เธอเผลอขยับสมุดบันทึกเล่มโปรดไปชิดขอบโต๊ะ คีย์ไม่ได้ตอบในทันที เขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ อย่างถือวิสาสะ สายตาของเขาจ้องมองใบหน้าด้านข้างของมินนาด้วยความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง “ที่วุ่นวาย เพราะมีคนอยากให้เราทำอะไรที่ชัดเจนขึ้นหรือเปล่าครับ?” คำถามนั้นทำให้มินนาถึงกับหยุดหายใจ พายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับทำตาโตด้วยความสะใจ เธอทำมือเป็นสัญลักษณ์ให้เพื่อนรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ “คุณคีย์พูดเรื่องอะไรหรือคะ?” มินนาถามเสียงสั่น พยายามควบคุมไม่ให้มือที่วางบนโต๊ะสั่นไปตามความตื่นเต้น “คนเขาลือกันไปทั่วว่าเราสองคน... คบกันแล้ว” คีย์เว้นจังหวะ เขาขยับเข้ามาใกล้จนมินนาสัมผัสได้ถึงความร้อนจากไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา “พายเองก็คงอยากให้ผมเป็นคนเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างใช่ไหมครับ?” คีย์หันไปยิ้มให้พาย ซึ่งเจ้าตัวรีบพยักหน้ารัวๆ อย่างไม่เกรงใจเพื่อน “ใช่ค่ะ! คีย์ก็รู้ว่ามินนารอ... เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ หมายถึง... พวกเราก็แค่อยากเห็นคนมีความสุขนี่คะ” บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะหนักอึ้งและร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที มินนารู้สึกเหมือนกำลังอยู่บนที่สูงโดยไม่มีที่ยึดเหนี่ยว สายตาของคีย์ดูมีเลศนัยและมีความกดดันบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาคู่สวยคู่นั้น เขาไม่ได้แค่มาถามถึงหนังสือ แต่เขากำลังรอคำตอบจากความรู้สึกที่เขารู้อยู่เต็มอกว่าเธอกำลังพยายามซ่อนไว้ “มินนา...” คีย์เรียกชื่อเธอแผ่วเบา เอื้อมมือมาวางบนขอบโต๊ะใกล้กับมือของมินนา “ถ้าผมขอให้เธอเลิกเขียนความรู้สึกลงในหนังสือเล่มนี้ แล้วหันมาพูดความรู้สึกนั้นกับผมตรงๆ... เธอจะว่ายังไงครับ?” คำพูดนั้นทำให้มินนาถึงกับทำอะไรไม่ถูก สมุดบันทึกเล่มนั้นคือโลกทั้งใบของเธอ คือที่ที่เธอเก็บซ่อนความรักที่เขามีต่อเขามาตลอดหลายเดือน หากเขาขอให้เธอเปิดเผยมัน... นั่นหมายความว่าเขาพร้อมจะรับฟังทุกอย่างจริงๆ หรือว่าเป็นเพียงการล้อเล่นตามกระแสที่เพื่อนๆ ของเธอสร้างขึ้นกันแน่? พายลุกขึ้นยืนกะทันหัน “งั้นฉันไปหาหนังสือที่โซน B ก่อนนะคะ อยู่ตรงนี้ก็เกะกะแย่!” พายจงใจทิ้งทั้งสองคนไว้ตามลำพังด้วยแววตาที่เป็นประกาย มินนาได้แต่ก้มหน้าซ่อนความร้อนผ่าวที่แก้ม คีย์ยังคงจ้องมองเธอไม่วางตา ความกดดันที่พายทิ้งไว้ให้กลายเป็นก้อนเมฆหมอกที่ทำให้เธอตัดสินใจลำบาก เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาของคีย์ในตอนนี้ช่างดูจริงจังและไม่มีความขี้เล่นหลงเหลืออยู่เลย “คีย์คะ... เรื่องที่เพื่อนๆ พูด...” มินนาเริ่มพูด แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ ร่างของรุ่นพี่ปี 3 ที่มินนาจำได้แม่นว่าเคยเป็นคู่แข่งในการลงทะเบียนเรียนวิชาเลือกวิชาเดียวกัน เดินตรงเข้ามาที่โต๊ะของเธอด้วยใบหน้าบึ้งตึง พร้อมกับวางโทรศัพท์มือถือลงตรงหน้าคีย์ “คีย์! นายมานั่งจีบกันในห้องสมุดแบบนี้ได้ไง! ลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้ต้องไปช่วยงานชมรมห้องสมุดตามตารางน่ะ ถ้าไม่อยากถูกตัดคะแนนจิตพิสัยก็รีบไปเดี๋ยวนี้เลย!” คีย์มองโทรศัพท์สลับกับใบหน้าของรุ่นพี่ ก่อนจะหันมามองมินนาด้วยสีหน้าลำบากใจ “มินนา... ผมต้องไปแล้ว แต่คำถามของผมยังรอคำตอบอยู่นะครับ” เขาลุกขึ้นยืน แต่ก่อนจะเดินจากไป เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มโปรดของมินนาขึ้นมาแล้ววางมันไว้ในมือของเธออย่างแผ่วเบา “เขียนไว้ในเล่มนี้ก็ได้ครับ... ถ้ายังไม่กล้าพูด แล้วตอนเย็น... ผมจะกลับมาอ่านคำตอบของเธอที่มุมเดิม” เมื่อคีย์เดินจากไปพร้อมกับรุ่นพี่คนนั้น มินนาก็รีบเปิดสมุดบันทึกเล่มโปรดเพื่อจะจดสิ่งที่อยากจะพูด แต่เธอกลับพบกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่คีย์แอบสอดไว้ตอนไหนไม่รู้... มันเป็นรูปถ่ายของเธอตอนที่กำลังหลับฟุบคาโต๊ะในห้องสมุดเมื่อสัปดาห์ก่อน และด้านหลังรูปมีลายมือที่เธอคุ้นเคยเขียนไว้ว่า ‘ผมอ่านทุกสิ่งที่เธอเขียนในหนังสือเล่มนี้... และตอนนี้ ผมรอแค่ให้เธอกล้ายืนยันว่าคนในบันทึกนั้น คือผมจริงๆ ใช่ไหม?’ มือของมินนาสั่นสะท้าน เธอหันไปมองหน้าประตูห้องสมุด เห็นคีย์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับเขารอให้เธอเดินออกไปหาเขาในวินาทีนี้... หรือเขาอาจกำลังรอให้เธอปฏิเสธเพื่อที่จะก้าวเดินต่อไปทางอื่น ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงเอ็นดูในความรักใสๆ ของมินนาและคีย์นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - ที่คั่นหนังสือสีชมพู
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%