“ถ้าคีย์จะทำหน้ามุ่ยแบบนั้นตั้งแต่เริ่มงาน เราคงต้องเปลี่ยนแผนไปเดินหอสมุดกลางแทนการชมนิทรรศการแล้วล่ะค่ะ”
มินนาแกล้งเอ่ยหยอกพลางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนยืนกอดอกพิงตู้จัดแสดงหนังสือเก่าแก่ เขาไม่ได้ดูเหมือนวิศวกรที่เพิ่งฝ่าฟันสมรภูมิแล็บมาเลยสักนิด แต่กลับดูเหมือนชายหนุ่มที่กำลังหงุดหงิดกับอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น
คีย์ชะงัก สายตาที่เคยเรียบเฉยเบนมาสบตากับคนตัวเล็กตรงหน้า เขายืดตัวตรงพลางถอนหายใจแผ่วเบา “ผมไม่ได้มุ่ยครับ… แค่กำลังคิดว่า ต่อให้หนังสือพวกนี้จะมีค่าแค่ไหน ก็คงสู้ค่าของคนที่ชวนผมมาไม่ได้”
ประโยคนั้นทำเอาคนฟังอย่างมินนาหน้าร้อนวูบ เธอรีบหันไปสนใจตู้กระจกที่จัดแสดงบันทึกนักเดินทางจากยุคศตวรรษที่ 19 เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า หัวใจดวงน้อยเต้นรัวราวกับกลองชุดที่ตีผิดจังหวะ นี่น่ะหรือเดตแรกอย่างเป็นทางการ คนที่เคยเจอกันแค่ในมุมอับของห้องสมุดมหาวิทยาลัย วันนี้เขากลับพาเธอมาเดินทอดน่องในงานนิทรรศการที่เงียบสงัดและอบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่า
“คุณรู้ไหมคะ” มินนาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอใช้นิ้วชี้ไล้ไปตามขอบตู้กระจก “คนในยุคนั้นเขียนบันทึกด้วยความหวังว่าจะมีคนมาอ่านเจอในสักวัน แต่สำหรับมินนา… มินนาแค่หวังว่าบันทึกในห้องสมุดจะไม่ถูกใครคนอื่นค้นพบ”
คีย์เดินเข้ามาใกล้ จนมินนารู้สึกถึงไออุ่นจากตัวเขาที่แผ่เข้ามา เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่ทอดสายตามองหนังสือเล่มหนึ่งที่ถูกจัดแสดงอยู่ตรงกลางห้อง “บางทีการแอบซ่อนความรู้สึกเอาไว้ในมุมห้องสมุด อาจจะเป็นวิธีเดียวที่จะรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาวก็ได้นะครับ”
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะคะ?”
“เพราะพอเราเปิดเผยมันออกมา ความเสี่ยงที่จะเสียสิ่งนั้นไป… มันมีมากกว่าความสุขตอนที่ได้ครอบครอง” คีย์หันมามองเธอ แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าที่มินนาจะตีความได้ มันมีความเศร้าสร้อยบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มจางๆ
บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เสียงฝีเท้าของคนเดินผ่านไปมาในโถงนิทรรศการไกลออกไปทุกที มินนาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กของเธอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว มันเป็นนิสัยติดตัวที่เธอชอบทำเวลาประหม่า คีย์เห็นดังนั้นจึงถือโอกาสขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนไหล่ของเขาเกือบสัมผัสกับไหล่ของเธอ
“เขียนอะไรลงไปหรือเปล่าครับ วันนี้?” เขาถามเบาๆ
มินนาลังเล เธอเพิ่งเขียนความรู้สึกที่ว่า ‘วันนี้ท้องฟ้าสีสวยเหมือนตาของคีย์’ ลงไปเมื่อเช้า หากเขาขอดู เธอคงต้องแทรกแผ่นดินหนีเป็นแน่ “เปล่าค่ะ… แค่จดบันทึกบรรณานุกรมหนังสือที่น่าสนใจน่ะ”
“โกหกไม่เนียนเลยนะ” คีย์ยิ้มมุมปาก เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกัน “ผมเห็นนะว่าคุณจดอะไรลงไปตอนนั่งรอผมที่ม้านั่งหน้าคณะ”
มินนาเบิกตากว้าง ความอับอายพุ่งขึ้นมาจนทำอะไรไม่ถูก เธอพยายามจะปิดสมุด แต่คีย์ก็ไวกว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ใช่การรั้งเพื่อบังคับ แต่เป็นการสัมผัสที่แผ่วเบาจนมินนาไม่กล้าแม้แต่จะดึงมือกลับ
“ผมแค่อยากรู้… ว่าในใจของคนที่ชอบอ่านหนังสือเงียบๆ คนนี้ มีพื้นที่เหลือให้ผมบ้างไหม”
ประโยคนั้นทำให้ลมหายใจของมินนาสะดุด ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน กลิ่นกระดาษเก่าหอมละมุนผสมกับกลิ่นสะอาดๆ จากเสื้อเชิ้ตของคีย์กลายเป็นฉากหลังที่ตรึงเธอไว้กับที่ เธอจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาคมเข้มที่เต็มไปด้วยความจริงจัง ราวกับว่างานนิทรรศการรอบกายเป็นเพียงความว่างเปล่า
“คีย์…”
มินนาเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่สั่นพร่า ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยประโยคตอบรับที่รวบรวมความกล้ามาตลอดชีวิต เสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบก็ดังขัดจังหวะความเงียบนั้น
“มินนา! มาอยู่นี่เอง!”
เสียงที่คุ้นเคยทำเอาทั้งสองคนผละออกจากกันทันที พายวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เธอหอบหายใจถี่พลางคว้าข้อมือมินนาเอาไว้แน่นจนอีกฝ่ายนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“พาย? เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?” มินนาถามอย่างตระหนก
พายไม่ได้ตอบในทันที แต่เธอหันไปจ้องคีย์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันกลับมาหามินนาแล้วกระซิบด้วยเสียงที่สั่นเครือ “มินนา… อย่าเชื่อในสิ่งที่เขากำลังทำตอนนี้… คนที่คีย์รอเจอในงานนี้ ไม่ใช่เธอ แต่มันคือ… แฟนเก่าของเขาที่เพิ่งย้ายกลับมาจากต่างประเทศ และเขากำลังเดินมาทางนี้แล้ว”
มินนาตัวแข็งทื่อ เธอหันไปมองคีย์ที่ยืนนิ่งสนิท ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความสับสนและความเจ็บปวดที่ซ่อนไม่มิด ขณะที่ร่างสูงของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสสีแดงสดกำลังก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของมินนาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“คีย์… ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่นะคะ” หญิงสาวคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหู
มินนารู้สึกเหมือนอากาศในห้องนิทรรศการกำลังจะหมดไป เธอค่อยๆ หันไปมองคีย์ที่ยังคงนิ่งเงียบราวกับถูกสาป ความหวังในเดตแรกที่เพิ่งเบ่งบานพังทลายลงในพริบตาเดียวเมื่อเขาไม่ได้ปฏิเสธหรือขยับตัวหนีจากผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่น้อย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางของหัวใจในมุมห้องสมุดและคอยเป็นกำลังใจให้มินนาเสมอนะคะ - ที่คั่นหนังสือสีชมพู
บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 33
การเดตครั้งแรกอย่างเป็นทางการ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!