บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 8

ความกลัวในที่สาธารณะ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“มินนา... มินนา! เธอได้ยินที่ฉันพูดไหม!” เสียงแหลมสูงของพายทะลุผ่านม่านความเงียบงันในโถงห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่จัดกิจกรรม ‘Open Library Day’ เข้ามากระแทกโสตประสาทของฉันอย่างจัง รอบตัวเราไม่ใช่ชั้นหนังสือที่คุ้นเคยอีกต่อไป แต่มันคือฝูงชนที่เบียดเสียด เสียงพูดคุยจอแจราวกับผึ้งแตกรัง และสายตานับสิบที่มองมายังเรา—หรือที่จริงคือมองมาที่กลุ่มเพื่อนของพายที่กำลังล้อมวงส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน ฉันก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง มือที่กำสมุดบันทึกเล่มโปรดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ลมหายใจเริ่มติดขัด เหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่คอหอย ความรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกล่องแคบๆ ที่ค่อยๆ หดตัวเล็กลงเรื่อยๆ เริ่มกัดกินความมั่นใจจนหมดสิ้น “เอ่อ... พาย ฉัน... ฉันว่าฉันขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ” ฉันพยายามเปล่งเสียงให้เป็นปกติที่สุด แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก “เดี๋ยวสิ! อีกแค่ห้านาทีพี่รหัสจะมาแจกเฉลยข้อสอบแล้วนะ อย่าทิ้งกันสิ!” พายคว้าแขนฉันไว้แน่น แววตาของเพื่อนสาวเต็มไปด้วยความหวังดีที่ฉันรับไม่ไหวในวินาทีนี้ ฉันทำได้เพียงส่งยิ้มแห้งๆ ที่แม้แต่ตัวเองยังรู้สึกว่ามันปลอมเปลือก เหงื่อกาฬซึมตามไรผม ความกลัวที่ไม่มีรูปร่างกำลังเกาะกินใจ อึดอัด... อึดอัดเหลือเกินที่ต้องตกเป็นเป้าสายตาในที่สาธารณะแบบนี้ ฉันอยากวิ่งออกไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีเสียงรบกวน ไม่มีสายตาใครที่จ้องมองมา ทว่าก่อนที่ฉันจะตัดสินใจสะบัดมือออก แขนของฉันก็ถูกสัมผัสเบาๆ แต่หนักแน่นจากด้านหลัง “ขอโทษนะครับพาย พอดีผมมีเรื่องด่วนต้องให้มินนาช่วยดูเนื้อหาในวิชาเลือกเสรีหน่อยน่ะครับ อาจารย์ฝากมาบอกว่าถ้าเธอไม่รีบไปดูตอนนี้ จะถือว่าสละสิทธิ์การทำโปรเจกต์คู่” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและกลิ่นหอมสะอาดแบบผู้ชายที่คุ้นเคยทำให้จังหวะหัวใจที่บ้าคลั่งของฉันชะงักกึก ฉันหันไปมอง... คีย์ยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดช็อปสีเข้มที่ดูขัดกับบรรยากาศวุ่นวายรอบกาย เขาไม่ได้สวมแว่นตาเหมือนทุกที แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉันอย่างมีความหมาย—มันไม่ใช่การแสดงละคร แต่มันคือการยื่นมือเข้ามาในเวลาที่ฉันกำลังจะจมน้ำ “อะ... เอ๋? อาจารย์ฝากมาเหรอคีย์? แต่มินนาเรียนคนละคณะกับเธอนี่นา” พายทำหน้าเหวอ แต่คีย์ไม่ปล่อยให้เพื่อนสนิทของฉันได้ทันตั้งตัว “อักษรฯ กับวิศวะทำงานวิจัยร่วมกันได้ครับ พายไว้ค่อยเจอกันตอนเย็นนะ ไปเถอะมินนา” ไม่รอคำตอบ คีย์คว้าข้อมือฉันอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เขานำทางฉันฝ่าฝูงชนออกไปอย่างใจเย็น มือใหญ่ของเขาอุ่นจัดจนความเย็นเยียบในใจฉันเริ่มผ่อนคลาย เราเดินผ่านโต๊ะอ่านหนังสือ ผ่านประตูบานใหญ่ จนกระทั่งความวุ่นวายเบื้องหลังค่อยๆ จางหายไปแทนที่ด้วยความเงียบสงัดของห้องสมุดฝั่งอาคารเก่า เราหยุดยืนอยู่ที่ซอกมุมเล็กๆ ระหว่างชั้นหนังสือวรรณกรรมคลาสสิกที่แทบไม่มีใครเดินผ่าน แสงแดดสีส้มยามบ่ายส่องลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดทอดเป็นแนวยาวบนพื้นไม้เก่าๆ คีย์ปล่อยมือฉัน แต่เขาก็ยังยืนบังไม่ให้ใครผ่านเข้ามาเห็นเราได้ง่ายๆ เขาสังเกตเห็นอาการหอบถี่ของฉัน จึงหยิบขวดน้ำในกระเป๋าออกมาเปิดฝาแล้วยื่นให้ “ดื่มหน่อยครับ” “ขะ... ขอบคุณนะคีย์” ฉันรับมาดื่มช้าๆ กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเขาทำให้ฉันค่อยๆ ดึงสติกลับมาได้ “ฉันขอโทษที่ทำให้ลำบาก... แล้วก็เรื่องที่โกหกพาย...” “ไม่ลำบากหรอกครับ” คีย์มองไปที่ชั้นหนังสือ ราวกับกำลังหลบสายตาไปชั่วครู่ “อันที่จริง... ผมก็อึดอัดเหมือนกัน ถ้าต้องอยู่ในที่คนเยอะๆ แบบนั้นนานเกินไป” ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างแปลกใจ คีย์เนี่ยนะ? คนที่ใครๆ ต่างก็รุมล้อมเนี่ยนะจะอึดอัดกับที่สาธารณะ? “เธอเป็นคนเดียวที่ผมรู้สึกว่าอยู่ใกล้ๆ แล้วไม่ต้องพยายามทำตัวให้สมบูรณ์แบบ” เขาหันกลับมาสบตาฉันอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคู่นั้นวูบไหวราวกับคลื่นทะเล “มินนาครับ... บางครั้งผมก็สงสัยว่า สมุดบันทึกที่เธอพกติดตัวตลอดเวลาเล่มนั้นน่ะ มันมีเรื่องของผมเขียนอยู่บ้างไหม” คำถามนั้นทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก สมุดบันทึกที่เปรียบเสมือนหัวใจของฉันถูกซ่อนไว้ในกระเป๋า แต่ดูเหมือนความลับในนั้นกำลังจะถูกเปิดเผยด้วยสายตาที่ลึกซึ้งของเขา ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือยอมรับ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแว่วมาจากมุมมืดของชั้นหนังสือถัดไป ตามมาด้วยเสียงคุยโทรศัพท์ที่ฟังดูเย็นเยียบและคุ้นหูอย่างประหลาด “จัดการให้เรียบร้อยนะ... เรื่องที่ว่ายัยเด็กคณะอักษรฯ คนนั้นแหละที่เป็นคนแย่งที่หนึ่งชิงทุนของลูกสาวฉันไป... ทำให้มันอับอายจนอยู่ไม่ได้เลยยิ่งดี” ร่างของฉันแข็งทื่อเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ มันคือเสียงของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ฉันเคารพที่สุดในคณะ คีย์ชะงักไป เขาก้าวเข้ามาบังหน้าฉันไว้ทันทีพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น เขากำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้า แต่ฉันรีบคว้าชายเสื้อช็อปของเขาไว้แน่น—เพราะในวินาทีนั้น ฉันเห็นสิ่งที่อยู่บนมือถือของคนคนนั้นผ่านเงาสะท้อนของกระจกชั้นหนังสือ มันคือรูปถ่ายของฉันในห้องสมุด... รูปที่ฉันกำลังแอบมองคีย์ในวันแรกที่เจอเขา แต่มันไม่ใช่แค่รูปเดียว แต่มันมีเป็นสิบๆ รูปที่ถ่ายเจาะจงเฉพาะตอนที่ฉันอยู่กับคีย์เท่านั้น! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรไปกับมินนาและคีย์นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ด้วยรักจากที่คั่นหนังสือสีชมพูค่ะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%