บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 7

ปาร์ตี้เฟรชชี่ที่วุ่นวาย

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“ยัยมินนา! ถ้าเธอไม่ขยับตัวตามฉันมาอีกก้าวเดียว ฉันสาบานเลยว่าจะทิ้งเธอไว้ที่นี่ แล้วเดินเข้างานไปคนเดียวจริงๆ ด้วย!” แรงดึงมหาศาลจากฝ่ามือของพายทำให้ร่างบางเซถลาไปตามจังหวะเดินกึ่งวิ่งของเพื่อนสาวตัวดี นี่ไม่ใช่ห้องสมุดที่เธอคุ้นเคย... กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาถูพื้นถูกแทนที่ด้วยกลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจายผสมกับกลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จางๆ ในบรรยากาศงานเลี้ยงต้อนรับเฟรชชี่ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ดูวุ่นวายและโกลาหล “พาย... คือ... เราว่าเรากลับไปอ่านหนังสือที่หอดีกว่าไหม? คนเยอะขนาดนี้ มินนาหายใจไม่ออก” มินนาพยายามฝืนตัวไว้ พลางใช้สายตาหลบเลี่ยงกลุ่มรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นที่กำลังเต้นรำอย่างสนุกสนานกลางฟลอร์ “ไม่ได้! ไหนเธอบอกเองว่าอยากลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่การก้มหน้าก้มตาจดบันทึกในห้องสมุดไง” พายหันกลับมาส่งสายตาคาดคั้นพลางกระชับมือแน่น “แล้วก็นะ... วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้เห็น ‘คีย์’ ในมุมที่คนทั้งมหาลัยไม่ได้เห็นบ่อยๆ ถ้าเธอพลาดช็อตนี้ไป ฉันจะโกรธเธอไปสามวันเจ็ดวันเลย!” ชื่อของคนคนนั้นทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจมินนาสะดุดกึก ภาพใบหน้าเรียบเฉยแต่ซ่อนแววตาอ่อนโยนในห้องสมุดเมื่อวันก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับบันทึกหน้าล่าสุดที่เธอยังเขียนไม่จบ ในขณะที่มินนากำลังลังเล สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับเวทีด้านหน้า เสียงเพลงจังหวะหนักหน่วงเงียบลงชั่วขณะเมื่อหนุ่มฮอตของคณะก้าวขึ้นไปทำหน้าที่พิธีกรจำเป็น รัศมีของคีย์ในวันนี้แตกต่างจากที่เธอเคยเจออย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาที่ดูเรียบร้อยเหมือนเวลาที่เขาชอบไปนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ในมุมโปรดของเธอ แต่เขาสวมเพียงเสื้อยืดสีดำคอกลมที่ขับให้ผิวดูขาวจัด กางเกงยีนส์ขาดเข่าดูเซอร์และดิบกว่าทุกครั้ง ทรงผมที่เคยถูกจัดแต่งให้เรียบร้อยบัดนี้ดูยุ่งเหยิงอย่างมีเสน่ห์ คีย์ถือไมโครโฟนไว้ในมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วงานด้วยสายตาที่ดูขี้เล่นและอันตรายกว่าที่เธอเคยรู้จัก เสียงกรี๊ดจากสาวๆ รอบข้างดังสนั่นจนมินนาต้องขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ “เอาล่ะครับ... ใครอยากได้เบอร์ผม หรืออยากมาลองเป็นคู่เต้นเพลงต่อไป ก็เชิญก้าวขึ้นมาบนเวทีได้เลยนะ” คำพูดนั้นเรียกเสียงฮือฮาและเสียงแซวจากกลุ่มเพื่อนได้เป็นอย่างดี พายที่เห็นจังหวะเหมาะก็คว้าข้อมือมินนาแล้วกระชากเข้าไปในฝูงชนที่เบียดเสียด “ไป! มินนา ดูสิว่าเขาจะพูดอะไรต่อ” ความร้อนของอุณหภูมิในงานบวกกับสายตาที่มองมาของคนรอบข้างทำให้มินนารู้สึกเหมือนจะเป็นลม เธอพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้าง เพราะในจังหวะที่เธอกำลังจะแทรกตัวออกไปทางด้านข้าง สายตาของคีย์ที่กำลังกวาดมองผู้คนก็หยุดชะงักลงที่ใบหน้าของเธอทันที คีย์ชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่เคยดูเพลย์บอยค่อยๆ เปลี่ยนไปเมื่อเขาสบตาเข้ากับดวงตากลมโตที่ดูสับสนและตื่นตระหนกของมินนา เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่กลับลดไมโครโฟนลงแล้วก้าวกระโดดลงจากเวทีด้วยความรวดเร็ว ท่ามกลางความงุนงงของทุกคนที่มองตามไป “คนในห้องสมุดคนนั้น...” คีย์เอ่ยขึ้นเมื่อเขามายืนหยุดอยู่ตรงหน้าเธอพอดี กลิ่นหอมสะอาดแบบผู้ชายที่คุ้นเคยแทรกผ่านกลิ่นอบอวลในงานมาจนเธอสัมผัสได้ “มาทำอะไรที่เสียงดังแบบนี้ครับ คุณนักอ่าน?” มินนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “มินนา... มาตามเพื่อนค่ะ แล้วคุณล่ะ? ทำไมถึง...” “ก็ถ้าผมไม่ลงมาหาคนที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงนี้ ผมคงเสียดายไปตลอดชีวิต” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนกลายเป็นความนุ่มลึกที่ได้ยินแค่เพียงสองคน สายตาของเขาจ้องมองลงมาอย่างไม่หลบเลี่ยง มันไม่ใช่สายตาเดียวกับที่ใช้มองสาวๆ ในงาน แต่มันเป็นสายตาที่เหมือนคนกำลังมองหา ‘ที่พักพิง’ คีย์เอื้อมมือหนาไปปัดเส้นผมที่ปรกหน้าผากมินนาอย่างเบามือ ท่ามกลางสายตาของพายที่ยืนอ้าปากค้างและเสียงซุบซิบของคนรอบข้างที่เริ่มจับจ้องมาที่ทั้งคู่ “ที่นี่วุ่นวายเกินไปสำหรับเรา... ไปหาที่เงียบๆ นั่งพักกันไหม?” มินนาหัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ เธอไม่ได้ตอบรับ แต่เธอก็ไม่ได้ถอยหนีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากตอบ มือถือของคีย์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นรัวขึ้นมาเสียก่อน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นรายชื่อบนหน้าจอ ก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วมองหน้าเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นความกังวลอย่างเห็นได้ชัด “มินนา... ผมต้องไปแล้วจริงๆ แต่ฟังนะ...” คีย์ก้มลงมากระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาแผ่วเบาแต่กลับหนักแน่นจนน่ากลัว “อย่าเพิ่งกลับไปที่ห้องสมุดจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ เพราะสิ่งที่ผมจะทิ้งไว้ให้คุณในหนังสือเล่มนั้น... มันคือคำตอบของทุกอย่างที่เราเคยเจอกัน” เขารีบก้าวเดินหายไปในฝูงชนทันที ทิ้งให้มินนายืนงุนงงอยู่กลางงาน พายเขย่าแขนเธอแทบหลุด “นี่มันเรื่องอะไรกัน! เขาพูดเรื่องหนังสืออะไร? มินนา! เธอไปรู้จักเขาตอนไหน แล้วเขาทิ้งอะไรไว้ที่ห้องสมุด!” มินนาไม่รอช้า เธอสะบัดมือพายออกแล้ววิ่งฝ่าฝูงชนมุ่งหน้ากลับไปที่ห้องสมุดของคณะอักษรฯ ทันที แม้จะล่วงเลยเวลาปิดทำการไปนานแล้ว แต่ด้วยความที่เธอมีคีย์การ์ดพิเศษ เธอจึงพุ่งตัวไปที่ชั้นวางหนังสือมุมโปรดด้วยลมหายใจที่หอบถี่ มือสั่นเทาหยิบสมุดบันทึกที่เธอเคยทำหล่นไว้ในตอนก่อนออกมา ก่อนจะเปิดหน้าสุดท้ายที่เธอเพิ่งเขียนทิ้งไว้ แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับไม่ใช่แค่ข้อความที่เธอเคยเขียน... มีตัวอักษรลายมือหนักแน่นและคุ้นตาถูกเขียนต่อท้ายลงมาด้วยหมึกสีน้ำเงินเข้มว่า ‘ผมอ่านทุกบรรทัดที่คุณเขียนไว้... และพรุ่งนี้ ผมจะมีบันทึกของผมเองมาแลกเปลี่ยนกับคุณ... หวังว่าคุณจะรอ’ ใต้ข้อความนั้น มีรูปถ่ายใบหนึ่งร่วงลงมา เป็นรูปของเธอที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือในห้องสมุดเมื่อเดือนก่อน... แต่สิ่งที่ทำให้มินนาหยุดหายใจไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะรูปถ่ายนั้น แต่เป็นเพราะเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาในห้องสมุดมืดๆ แห่งนี้... ฝีเท้าที่หนักแน่นของใครบางคนที่เพิ่งเดินแยกจากเธอในงานปาร์ตี้ไปไม่ถึงสิบนาที! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรไปกับมินนาและคีย์นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ด้วยรักจากที่คั่นหนังสือสีชมพูค่ะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%