วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 6

ไปตลาดครั้งแรก

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"อีลูกสะใภ้อกตัญญู! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ยัยตัวดี! แกคิดว่าจะหนีพ้นความผิดที่กล้าเนรคุณแม่สามีอย่างฉันเรอะ!" เสียงทุบประตูดังโครมครามพร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีตระกูลจางดังสะท้านไปทั่วบริเวณ แต่หลินฟางหาได้สะดุ้งสะเทือนไม่ หญิงสาวในชุดเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวในมิติฟาร์มอย่างใจเย็น สายตากวาดมองแปลงผักออร์แกนิกสีเขียวขจีที่โตวันโตคืนด้วยความอัศจรรย์ใจ ผักกาดขาวปลีอวบอ้วน แครอทหัวโตสีส้มสด และมะเขือเทศลูกแดงฉ่ำราวกับทับทิม ทั้งหมดนี้ล้วนอุดมไปด้วยพลังงานวิญญาณบริสุทธิ์จากมิติพิเศษ หากนำออกไปขายข้างนอก ย่อมไม่ใช่แค่ผักธรรมดาแน่ ๆ ค่ะ เมื่อคืนหลังจากจัดการตอกหน้าแม่สามีจอมโลภจนหน้าชาไปรอบหนึ่ง หลินฟางก็ใช้เวลาศึกษาฟาร์มมิติอย่างละเอียด นางพบว่าเวลาในมิติเดินเร็วกว่าโลกภายนอกถึงสิบเท่า ผักที่ปลูกไว้ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว และรสชาติของมันก็หอมหวานอร่อยจนแม้แต่เชฟมือทองจากภพปัจจุบันอย่างเธอยังต้องทึ่ง "อยากจะทุบประตูก็ทุบไปเถอะค่ะ แก่ปูนนี้แล้วไม่มีแรงเหลือไปทำนาทำสวนรึไง ถึงได้มาผลาญพลังงานกับประตูบ้านฉัน" หลินฟางพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเยาะ วันนี้เป็นวันแรกที่นางตัดสินใจจะก้าวขาออกไป "ตลาดมืด" แห่งเมืองหลินเจียง เพื่อหาเงินก้อนแรกมาตั้งตัว การพึ่งพาเงินเดือนทหารของจางหยางอย่างเดียวไม่เพียงพอหรอกนะคะ ยิ่งอีกฝ่ายกำลังจะกลับมาบ้านในอีกไม่กี่วัน นางยิ่งต้องแสดงให้เห็นว่านางไม่ใช่ภาระของเขา แต่เป็นคู่ชีวิตที่สามารถสร้างความมั่งคั่งไปด้วยกันได้ หลินฟางหยิบตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่ บรรจุมะเขือเทศสีแดงสดครึ่งตะกร้า และแตงกวาผิวเนียนกรอบอีกสิบกว่าลูก นางเลือกเฉพาะผลผลิตที่สมบูรณ์ที่สุด พรมน้ำด้วยความใส่ใจจนผิวผักเปล่งประกายล้อแสงไฟในมิติ จากนั้นจึงจัดการแปลงโฉมตัวเองเล็กน้อยด้วยการสวมผ้าคลุมหัวสีเข้มอำพรางใบหน้า สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ เพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตาเกินไป เมื่อเตรียมตัวเสร็จสรรพ นางก็ก้าวออกจากมิติกลับมายังห้องนอน โลกภายนอกเงียบสงบลงแล้ว เสียงโวยวายของแม่สามีคงจะเงียบหายไปเพราะเหนื่อยหอบหรือเพราะอายชาวบ้านแถวนั้น หลินฟางแอบเปิดประตูบ้านทางด้านหลัง เลาะไปตามแนวพุ่มไม้จนพ้นเขตรั้วหมู่บ้านทหาร มุ่งหน้าสู่ตรอกแคบ ๆ หลังตลาดสด ที่ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าเถื่อนมักจะแอบมาซื้อขายสินค้ากันอย่างเงียบเชียบในยามวิกาล กลิ่นอับชื้น กลิ่นอาหารปิ้งย่าง และเสียงกระซิบกระซาบดังแว่วมาตามลม ตลาดมืดแห่งนี้เต็มไปด้วยความหวาดระแวง ทุกคนต่างระแวดระวังเจ้าหน้าที่รัฐ หลินฟางเดินก้มหน้าเข้าไปในมุมมืดของตรอก วางตะกร้าไม้ไผ่ลงบนพื้นปูด้วยผ้ากระสอบเก่า ๆ ที่นางเตรียมมา หยิบแตงกวาขึ้นมาหนึ่งลูกแล้วเช็ดด้วยชายเสื้อเบา ๆ จนผิวสีเขียวเข้มมันวาวส่งกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นออกมาจาง ๆ "ผักค่ะ... ผักสด ๆ จากไร่ เพิ่งเก็บเมื่อเช้านี้เองนะคะ" หลินฟางเปล่งเสียงกระซิบแผ่วเบาแต่กังวานพอให้คนเดินผ่านไปมาได้ยิน ผ่านไปครู่ใหญ่ ไม่มีใครสนใจ นางเอกของเราไม่รีบร้อนค่ะ ของดีมักมีราคาในตัวของมันเอง สักพัก ชายวัยกลางคนสวมหมวกแก๊ปดึงปีกต่ำจนแทบมองไม่เห็นดวงตาเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า เขาก้มมองแตงกวาในตะกร้า จมูกกระดิกฟุตฟิตราวกับได้กลิ่นหอมบางอย่างที่แปลกประหลาด "นี่... ผักอะไรของยายหนูทำไมกลิ่นมันหอมแปลก ๆ แบบนี้วะ?" ชายวัยกลางคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "แตงกวาป่าค่ะ ลุง ลองชิมดูก่อนก็ได้นะคะ ถ้าไม่กรอบและหวานฉ่ำจริง ไม่ต้องจ่ายเงินค่ะ" หลินฟางตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลมั่นใจ นางยื่นแตงกวาที่ล้างสะอาดแล้วให้เขาหนึ่งลูก ชายวัยกลางคนรับมาด้วยความลังเล ก่อนจะกัดลงไปคำโต *กร้วม!* เสียงเนื้อแตงกวาแตกตัวดังชัดเจนในความเงียบ ดวงตาใต้ปีกหมวกเบิกกว้างขึ้นทันที น้ำหวานจากแตงกวาล้นทะลักออกมาเคลือบลิ้น รสชาติหวานฉ่ำสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวแม้แต่น้อย มีแต่ความรู้สึกราวกับได้ดื่มน้ำค้างบริสุทธิ์กลางป่าใหญ่ในยามเช้า "อร่อย! อร่อยชะมัด! นี่มันแตงกวาอะไรกันเนี่ย?!" ชายวัยกลางคนอุทานออกมาเสียงดังลั่นจนคนรอบข้างหันมามอง หลินฟางรีบทำมือจุ๊ปากปรามเขาเบา ๆ "เบา ๆ สิคะลุง เดี๋ยวคนอื่นก็แห่กันมาแย่งหรอกค่ะ" นางยิ้มพรายใต้ผ้าคลุมหัว "เอานี่! ฉันเหมาหมดนี่เลย! เท่าไหร่ว่ามา!" ชายวัยกลางคนควักกระเป๋าเงินออกมาอย่างไม่ลังเล เงินหยวนยับยู่ยี่ถูกยัดใส่มือหลินฟางทันทีโดยไม่ต้องต่อราคาแม้แต่เซนเดียว ผลลัพธ์เกินคาดค่ะ! เพียงไม่ถึงสี่นาที ผักในตะกร้าของหลินฟางก็เกลี้ยงเกลาไร้ร่องรอย เงินในมือหนักอึ้งจนน่าตกใจ นางเก็บเงินซ่อนไว้ในเสื้ออย่างมิดชิด หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น รสชาติแห่งการหาเงินด้วยสองมือและมิติลับมันช่างหอมหวานเสียจริง หลินฟางรีบสาวเท้าก้าวออกจากตลาดมืดด้วยความระมัดระวัง นางตั้งใจจะแวะซื้อแป้งสาลีและเนื้อหมูกลับไปทำอาหารอร่อย ๆ รอรับสามีตัวดีที่จะกลับมาในอีกไม่กี่วัน บรรยากาศยามค่ำคืนเย็นสบาย กลิ่นอายความสำเร็จเริ่มโชยมาแตะจมูก ทว่า... ขณะที่นางกำลังจะเลี้ยวเข้าเขตที่พัก ท่อนแขนแข็งแรงคู่หนึ่งก็พุ่งเข้ามาคว้าเอวบางของนางไว้ด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับเสียงทุบต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหู "ภรรยา... แอบหนีมาเที่ยวตลาดมืดคนเดียวแบบนี้ กล้าหาญไม่เบานี่นา" กลิ่นอายบุรุษปะปนกับกลิ่นเหงื่อจาง ๆ และกลิ่นอายความเป็นทหารที่คุ้นเคย ทำให้หลินฟางตัวแข็งทื่อ... จางหยาง! สามีผู้ควรจะยังอยู่ค่ายทหาร เหตุใดจึงมายืนดักรออยู่ตรงนี้ได้เล่าคะ?! ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "กระท่อมไผ่ริมธาร" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%