"คุณ... คุณกลับมาได้อย่างไรคะ?"
หลินฟางอุทานเสียงหลง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนประหลาดใจ ร่างสูงใหญ่ของจางหยางในชุดเครื่องแบบทหารที่ยังมีคราบฝุ่นจากการเดินทางไกลยืนตระหง่านขวางทางเข้าบ้าน แผงอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อยยามหายใจ ดวงตาคมกริบที่มักฉายแววดุดันยามอยู่ในค่าย กลับอ่อนแสงลงวูบหนึ่งเมื่อกวาดมองสำรวจภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้า
ทว่า ยังไม่ทันที่หลินฟางจะได้ตั้งคำถามอะไรต่อ จางหยางก็ก้าวฉับ ๆ เข้ามาประชิดตัว ฝ่ามือหนากรำศึกเอื้อมมารวบข้อมือบางที่ถือตะกร้าผักสดไว้มั่น แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กุมไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่หลินฟางอ่านไม่ออก—ทั้งหวงแหน หวาดระแวง และ... น้อยใจ?
"ผมได้ข่าวว่ามีคนมาป้วนเปี้ยนแถวบ้านเราตอนผมไม่อยู่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แววตาคมกวาดมองไปทางถนนหมู่บ้านด้วยความหงุดหงิด "แล้วนี่คุณจะแบกผักพวกนี้ไปไหนแต่เช้าตรู่? ทำไมไม่รอผม?"
หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว นางดึงมือตัวเองกลับอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ถ้าฉันรอคุณ ป่านนี้ผักแปลงในมิติของฉันคงเหี่ยวคาต้นไปแล้วล่ะค่ะ ท่านผู้กองจาง" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเบา ๆ "อีกอย่าง ในเมื่อคุณอุตส่าห์ลาพักร้อนกลับมาบ้านทั้งที จะยืนเฝ้าประตูหน้าบ้านเฉย ๆ คงไม่ได้หรอกนะคะ ถ้ามีแรงเหลือเฟือขนาดนี้ ช่วยแบกตะกร้าผักใบใหญ่หลังบ้านไปตลาดกับฉันหน่อยสิคะ ถือเสียว่าไถ่โทษที่คุณปล่อยให้ฉันกับลูกเผชิญหน้ากับแม่สามีจอมเขมือบคนนั้นลำพังก็แล้วกัน"
จางหยางชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเก้อเขิน เขาไม่คิดว่าภรรยาที่เคยอ่อนแอและหวาดกลัวเขา จะกล้าต่อปากต่อคำแถมยังใช้งานเขาได้อย่างหน้าตาเฉยเช่นนี้ แต่กระนั้น ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ร่างสูงรีบพยักหน้ารับทันทีอย่างไม่มีข้อแม้
"ได้สิครับ... เอ๊ย ได้เลยครับที่รัก" จางหยางเกือบหลุดคำพูดคุ้นปาก แต่พอเห็นสายตาจับผิดของภรรުރาวกับจะบอกว่า *'กล้าพูดคำว่าครับกับฉันเหรอ?'* เขาก็รีบเปลี่ยนท่าที ยกตะกร้าผักน้ำหนักเกือบสิบกิโลขึ้นพาดบ่าอย่างคล่องแคล่ว "ไม่ว่าคุณจะสั่งให้ผมไปไหน ผมก็จะไปทั้งนั้นแหละ"
เช้านี้ ตลาดมืดริมชุมชนคึกคักเป็นพิเศษ กลิ่นอายความอับชื้นของดินผสมกับกลิ่นไอหมอกยามเช้าไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าหดหู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หลินฟางกลับรู้สึกฮึกเหิมอย่างยิ่งยวด ผักกาดขาวปลีห่อแน่นเนื้อกรอบ กวางตุ้งก้านอวบเขียวสด และมะเขือเทศสีแดงก่ำที่นางแอบดึงออกมาจากมิติฟาร์ม ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบลงบนแผงไม้ไผ่ชั่วคราวที่จางหยางจัดการหามาให้
ความสดใหม่ชนิดที่เรียกว่าต่อให้คนตาบอดคลำดูก็ยังรู้ว่าไร้สารเคมีและเพิ่งเด็ดจากต้น ทำให้ผักของหลินฟางกลายเป็นจุดสนใจทันทีที่เปิดแผง
"แม่สาวน้อย ผักนี่ขายยังไง?" หญิงวัยกลางคนแต่งกายภูมิฐานผู้หนึ่งเดินเข้ามาหยุดหน้าร้าน ดวงตาเป็นประกายวาววับยามจ้องมองกวางตุ้งสีเขียวมรกตที่ดูอวบอิ่มรา
"กวางตุ้งนี่มัดละห้าเหรียญค่ะคุณป้า ส่วนผักกาดขาวหัวละแปดเหรียญ รับรองว่าหวานกรอบ ปรุงอะไรก็อร่อยค่ะ" หลินฟางตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน รอยยิ้มที่เป็นมิตรแต่แฝงความมั่นใจทำให้ผู้ซื้อรู้สึกคล้อยตามได้ไม่ยาก
"ห๊ะ! ห้าเหรียญ แพงกว่าเจ้าอื่นตั้งสองเหรียญนะยะ!" เสียงแหลมสูงที่คุ้นหูดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางฝูงชน พร้อมกับร่างท้วมของแม่สามีตระกูลจางที่เบียดเสียดผู้คนเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง นางชี้หน้าสะใภ้ด้วยความโมโห "นังตัวดี! กล้าดีอย่างไรมาตั้งแผงขายของขูดเลือดขูดเนื้อชาวบ้านแบบนี้! ไหน, เอาเงินที่แกขายได้เมื่อวานส่งมาให้ฉันเก็บไว้เดี๋ยวนี้!"
ฝูงชนรอบด้านเริ่มส่งเสียงฮือฮา บ้างก็มองหลินฟางด้วยสายตาสมเพช บ้างก็รอชมความสนุก
หลินฟางไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน นางวางตะหลิวไม้ไผ่ลงช้า ๆ เงยหน้าขึ้นสบตาแม่สามีด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ความเกรงกลัว
"เงินที่ฉันหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงกายทำไมต้องให้คุณแม่ด้วยคะ? อีกอย่าง ถ้าคุณแม่คิดว่าผักของฉันแพง ก็เชิญไปซื้อเจ้าอื่นสิคะ ไม่มีใครบังคับนี่นา" หลินฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน บาดลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ "อ้อ... อีกอย่างนะคะ ผักของฉันคุณภาพต่างจากชาวบ้านลิบลับ ถ้าอยากได้ของถูกเชิญไปตลาดสดฝั่งนู้นนะคะ ที่นี่ขายให้เฉพาะคนที่มีปัญญาจ่ายและรู้คุณค่าของความอร่อยเท่านั้นค่ะ!"
"นัง... นังสะใภ้อกตัญญู! แกกล้าดียังไงมาไล่ฉัน!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียด อ้าปากเตรียมจะโวยวายด้วยถ้อยคำหยาบคายต่อ
"พอได้แล้วครับแม่!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นแทรกกลางอากาศ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของจางหยางที่ก้าวออกมายืนบังหน้าภรรยาเอาไว้ รัศมีคุกคามแบบนายทหารสนามรบแผ่ซ่านออกมาจนแม่สามีถึงกับหุบปากฉับ ดวงตาคมกริบมองมารดาด้วยแววตาเย็นเยียบ "ฟางฟางหาเงินด้วยความสุจริต นางจะขายเท่าไหร่ก็สิทธิ์ของนาง ถ้าแม่ยังมาวุ่นวายสร้างความรำคาญที่นี่อีก ผมคงต้องเชิญแม่ออกไปจากตลาดคันนี้แล้วล่ะครับ"
แม่สามีอ้าปากพะงาบ ๆ มองบุตรชายสุดที่รักที่บัดนี้กลับกลายเป็นหมาป่าปกป้องเมีย นางทำได้เพียงฮึดฮัดสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง ท่าท่ามกลางสายตาเยาะเย้ยของชาวบ้านที่หมั่นไส้ความงกของนางมานาน
เหตุการณ์ชุลมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความวุ่นวายเมื่อครู่กลับกลายเป็นใบเบิกทางชั้นดี เพราะความกล้าหาญและท่าทีเด็ดเดี่ยวของหลินฟาง ประกอบกับความดุดันของสามีทหาร ทำให้ผู้คนยิ่งอยากรู้อยากเห็นและแห่กันเข้ามามุงซื้อผักกันอย่างเนืองแน่น
"เอาผักกาดขาวสองหัว! กวางตุ้งสามมัด!"
"ฉันเอามะเขือเทศทั้งหมดนี่เลย!"
"นี่เงินค่ะ ไม่ต้องทอน!"
ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ถูกยื่นเข้ามาไม่ขาดสาย จางหยางทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยจำเป็น คอยรับเงินและหยิบผักส่งให้ลูกค้าอย่างขะมักเขม้น ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยรอยยิ้มภูมิใจ ขณะที่หลินฟางคอยทอนเงินและกล่าวขอบคุณด้วยวาจาหวานหู
เวลาผ่านไปเพียงชั่วโมงเศษ ตะกร้าผักขนาดใหญ่ที่แบกมาจนเต็ม ก็ว่างเปล่าสนิท ไร้เงาเศษผักหลงเหลือแม้แต่ใบเดียว
หลินฟางทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็ก นางเทกองเงินสดทั้งหมดลงบนผ้าขาวม้าผืนสะอาด ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับยามนับจำนวนเงินในมือ
"ห้าร้อย... เจ็ดร้อย... หนึ่งพันสองร้อยเหรียญ!"
หลินฟางอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น เงินจำนวนนี้ในยุคสมัยนี้ มากพอที่จะซื้อข้าวสารชั้นดีกินได้เป็นปี ๆ เลยทีเดียว! นี่คือกำไรก้อนแรกที่ได้มาจากมิติฟาร์มและความขยันขันแข็งของนาง
จางหยางย่อตัวลงนั่งข้าง ๆ ใช้หลังมือเช็ดเหงื่อบนหน้าผากภรรยาเบา ๆ แววตาทอประกายความเอ็นดูระคนทึ่ง "เก่งมากครับภรรยา ตัวเล็กแค่นี้แต่หาเงินเก่งเป็นบ้าเลยนะเรา"
"แน่นอนค่ะ ฉันบอกแล้วว่าฉันเลี้ยงตัวเองและลูกได้" หลินฟางเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะหันมามองสามีด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ "ในเมื่อเรามีเงินก้อนนี้แล้ว... แผนการขั้นต่อไปของเราก็เริ่มต้นได้เสียทีค่ะ"
"แผนอะไรเหรอครับ?" จางหยางเลิกคิ้วสงสัย
"ซ่อมบ้านไงคะ!" หลินฟางผุดลุกขึ้นยืน ดวงตาเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น "บ้านไม้ผุ ๆ หลังนั้น อยู่ไปก็มีแต่จะพังลงมาทับหัวเรา ปีกหลังคาที่รั่วต้องเปลี่ยน พื้นไม้ที่ผุต้องรื้อทำใหม่หมด และที่สำคัญ... ฉันต้องการห้องครัวที่กว้างขวาง มีเตาไฟสมัยใหม่ และอุปกรณ์ทำอาหารครบครัน!"
จางหยางมองรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความฝันของภรรยา หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดที่เคยทอดทิ้งพวกนางหายวับไปกับตา เหลือเพียงความตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำตามใจภรรยาคนนี้ให้ถึงที่สุด
"ได้สิ อยากได้บ้านแบบไหน สั่งมาได้เลย เดี๋ยวผมจัดการหาช่างและขนวัสดุมาให้เอง เงินของคุณเก็บไว้ใช้ส่วนตัวเเถอะ เดี๋ยวเรื่องค่าซ่อมบ้าน ผมจัดการเองทั้งหมด" จางหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
หลินฟางหรี่ตามองสามีอย่างพินิจพิเคราะห์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "โอ้โห... ท่านผู้กองจางผู้เย็นชาในวันนั้น กลายร่างเป็นสายเปย์กระเป๋าหนักตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะเนี่ย? ระวังนะคะ เปย์ฉันมาก ๆ ระวังฉันจะผลาญเงินคุณจนหมดตัวไม่รู้ด้วยนะ"
"ต่อให้คุณผลาญจนหมดตัว ผมก็ยินดีหามาให้ใหม่ได้เรื่อย ๆ ครับ" จางหยางตอบกลับทันควันด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้มจนหลินฟางต้องเป็นฝ่ายเขินอายเสียเอง
สองสามีภรรยาช่วยกันเก็บแผงขายของด้วยความอารมณ์ดี ก่อนจะเดินเคียงคู่กันกลับบ้านด้วยหัวใจที่พองโต ความฝันที่จะสร้างชีวิตใหม่ที่สุขสบายและมั่งคั่งกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างงดงาม ทว่า... เมื่อพวกนางเดินมาถึงหน้าบ้านพักตระกูลจาง บรรยากาศรอบตัวกลับพลันเย็นเยียบลงถนัดตา
ร่างบอบบางในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนของหญิงสาวผู้หนึ่ง กำลังยืนรออยู่หน้าประตูบ้านด้วยท่าทางชะเง้อคอรอคอย ครั้นเห็นร่างของจางหยางเดินมา นางก็รีบปรี่เข้ามาหาทันด้วยใบหน้าที่เปื้อนหยาดน้ำตาคลอเบ้า
"พี่จางหยางคะ... ในที่สุดพี่ก็กลับมาแล้ว! ฮวาฮวา... ฮวาฮวานึกว่าพี่จะลืมฮวาฮวาเสียแล้วค่ะ!"
หลินฟางชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา นางหรี่ตามองหญิงสาวผู้มาใหม่ที่ส่งสายตาออดอ้อนมายังสามีของนางอย่างเปิดเผย ก่อนจะหันไปมองจางหยางที่ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลากลับกลายเป็นบึ้งตึงดั่งก้อนหิน
--------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ!
วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 7
กำไรก้อนแรก
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!