วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 8

ความลับที่ลูกรู้คนเดียว

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"หากแม่นางผู้นี้ไม่มีธุระอันใดเป็นชิ้นเป็นอัน เกรงว่าคงต้องขอตัวพาภรรยาและลูกกลับไปพักผ่อนก่อน ทหารหน่วยลาดตระเวนชายแดนอย่างพวกเรา มีเวลาให้ครอบครัวน้อยนัก ไม่ควรเอาเวลาอันมีค่านี้มาเสียไปกับเรื่องไร้สาระค่ะ" น้ำเสียงของจางหยางทั้งทุบทลายและเย็นชาจนอุณหภูมิรอบตัวราวกับดิ่งลงฮวบ เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างจงใจเพื่อยืนบังร่างของหลินฟางไว้มิดชิด สายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนจ้องมองหญิงสาวชุดเขียวอ่อนที่กำลังทำหน้า​เหวอด้วยความตกใจระคนไม่ยินยอม นางคือ 'เหมยเซียง' บุตรสาวผู้ใหญ่บ้านที่มักจะหาเรื่องมาป้วนเปี้ยนใกล้ค่ายทหารอยู่เสมอ หลินฟางแอบอมยิ้มมุมปากอย่างนึกขัน นางช้อนสายตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของสามีที่วันนี้ทำหน้าที่ "โบ้สายเปย์" ได้อย่างน่าประทับใจ การแสดงออกอย่างเด็ดขาดไร้เยื่อใยเช่นนี้ ทำให้ความขุ่นเคืองใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่จางหายไปครึ่งหนึ่งแล้วค่ะ เหมยเซียงเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาว นางส่งสายตาตัดพ้อไปยังจางหยางราวกับเขาเป็นบุรุษใจร้ายใจดำ ก่อนจะหันมาค้อนหลินฟางวงใหญ่แล้วสะบัดก้นเดินหนีหายไปในกลีบเมฆหมอกยามสาย เมื่อบรรยากาศกลับคืนสู่ความสงบ จางหยางจึงค่อยผ่อนลมหายใจออกยาวๆ เขารีบหันกลับมาหาภรรยาด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจเล็กน้อย มือหนายื่นออกไปหมายจะกอบกุมมือเรียว แต่นางกลับเบี่ยงตัวหลบด้วยท่าทีนิ่งเฉย "กลับบ้านค่ะ ลูกๆ คงหิวกันแย่แล้ว" หลินฟางเอ่ยเสียงเรียบ เดินนำลิ่วไปจูงมือแฝดน้อยที่ยืนกะพริบตาปริบๆ มองเหตุการณ์ผู้ใหญ่เมื่อครู่ด้วยความงุนงง สองข้างทางเดินกลับบ้านพักในเขตทหารเต็มไปด้วยต้นสนและแปลงผักสวนครัวที่หลินฟางเพิ่งลงมือปลูกได้ไม่นาน บรรยากาศยามสายเริ่มอบอุ่นขึ้นบ้าง ทว่าภายในใจของแฝดน้อยทั้งสองกลับมีความลับก้อนโตที่กำลังอัดอั้นตันใจจนเด็กชายทั้งสองต้องส่งสายากระซิบกระซาบกันไปมา เป่าเปาและเป่าเป้ย สองพี่น้องฝาแฝดวัยหวานอมขมกลืน ต่างกุมมือกันแน่นขณะเดินตามหลังมารดาต้อยๆ ดวงตากลมโตสลับกันมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง เมื่อกลับมาถึงบ้านหลังน้อย มารดาสั่งให้พวกเขานั่งรอที่โต๊ะไม้หน้าบ้าน ส่วนนางเดินหายเข้าไปในห้องครัวเพื่อเตรียมมื้อเที่ยง จางหยางถูกภรรยาออกคำสั่งด้วยสายตาว่า "ห้ามเข้าใกล้จนกว่าข้าจะหายเคือง" นายทหารหนุ่มจึงทำได้เพียงยืนเกาหัวแกรกๆ อยู่ที่ระเบียงบ้านอย่างจนปัญญา ในห้องครัวที่เงียบสงบ หลินฟางแอบถอนหายใจเบาๆ นางตบมือเบาๆ เรียกใช้ "มิติฟาร์มสารพัดประโยชน์" ที่ติดตัวมาตั้งแต่ทะลุมิติเข้ามาในร่างนี้ เพียงแค่คิดในใจ แผงควบคุมเรืองแสงจางๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า นางเลือกหยิบ "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซีอิ๊วโบราณ" ที่ทำไว้สำรองในช่องแช่แข็งของมิติออกมาหนึ่งหม้อใหญ่ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศ พะโล้ และซีอิ๊วดำเข้มข้นลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องทันทีที่เปิดฝา นางตักหมูสามชั้นสีแดงฉ่ำวาว หนังนุ่มละมุนลิ้นที่เคี่ยวจนเปื่อยยุ่ยใส่ชามกระเบื้องเคลือบ พร้อมกับตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากข้าวกล้องชั้นดี เมล็ดเรียงตัวสวยขึ้นเงา ทว่า... ในขณะที่หลินฟางกำลังงละมุนอยู่กับการจัดสำรับอาหารอยู่นั้น นางไม่ได้สังเกตเลยว่า หน้าต่างห้องครัวที่เปิดแง้มไว้ ปรากฏดวงตากลมโตสีดำสนิทคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาที่นางตาค้าง! เป่าเป้ยที่แอบปีนขึ้นมาเกาะขอบหน้าต่างเพื่อแอบดูว่าเหตุใดมารดาจึงทำอาหารเสร็จไวราวกับมีเวทมนตร์ อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าไปได้ ภาพที่เด็กชายเห็นคือ... หม้อกระเบื้องขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าบนโต๊ะไม้ โดยที่ไม่มีใครเดินถือมันเข้ามาจากประตูเลยสักนิด! หมับ! เป่าเปาที่ยืนอยู่ข้างล่างรีบดึงชายเสื้อพี่ชายฝาแฝดลงมาด้วยความตกใจกลัวจนตัวสั่นเทา ทั้งสองสบตากันด้วยความตื่นตะลึง ขาสั่นพับๆ แต่ในสมองเด็กน้อยกลับประมวลผลอย่างรวดเร็ว ครู่ต่อมา หลินฟางเดินถือถาดอาหารออกมาด้วยรอยยิ้ม ทว่านางต้องชะงักกึกเมื่อเห็นลูกชายฝาแฝดยืนตัวตรงแน่ว ประสานมือคารวะนางอย่างพร้อมเพรียงราวกับทหารฝึกหัดในค่าย "ท่านแม่..." เป่าเปาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังเกินวัย ดวงตาใสแป๋วฉายแววแน่วแน่ "พวกเราเห็นทุกอย่างแล้วขอรับ" หลินฟางหัวใจกระตุกวูบ มือที่ถือถาดอาหารเกือบหลุดร่วง นางหรี่ตามองเด็กชายทั้งสองด้วยความระแวง สัญชาตญาณเชฟและมารดาสุดสตรองตื่นตัวขึ้นทันที นางเผลอคิดไปถึงวิธีลบความทรงจำเด็กหรือการหาข้ออ้างแนบเนียนเสียแล้ว เป่าเป้ยรีบสערต่อทันทีโดยไม่ปล่อยให้มารดาได้เอ่ยปาก "ท่านแม่มีวิชาเซียน! ท่านแม่เป็นเซียนแปลงกายลงมาโปรดพวกเรากับท่านพ่อใช่ไหมขอรับ?" หลินฟาง: "..." (มุมปากกระตุกยิ้มแห้งๆ) "ท่านแม่วางใจเถอะขอรับ!" เป่าเปากำหมัดแน่น ดวงตาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น "ข้ากับน้องชายสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายตระกูลจาง เราจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับสุดยอด! จะไม่มีใครรู้เด็ดขาดว่าท่านแม่เสกอาหารอร่อยๆ ออกมาจากอากาศได้!" เป่าเป้ยพยักหน้ารัวสนับสนุนคำพูดของพี่ชาย "ใช่แล้วขอรับ! ต่อให้ท่านพ่อคาดคั้น พวกเราก็จะไม่ปริปากบอกเด็ดขาด ยกเว้นเสียแต่ว่า..." เด็กน้อยทั้งสองชะงักไปพร้อมกัน ก่อนจะส่งสายตาเป็นประกายระยิบระยับจ้องมองชามหมูสามชั้นน้ำแดงในมือมารดาอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย "ยกเว้นเสียแต่ว่า... วันนี้ท่านแม่ต้องยอมให้พวกเรากินหมูสามชั้นคนละสองชิ้นพูนๆ นะขอรับ!" หลินฟางยืนนิ่งอึ้งไปสามวินาที ก่อนจะหลุดหัวเราะพรออกมาเสียงดังลั่น นางย่อตัวลงลูบศีรษะเด็กแสบทั้งสองด้วยความหมั่นเขี้ยวและโล่งใจ "ได้สิคะ เจ้าพวกตัวแสบ แม่จะจัดให้คนละสามชิ้นเลย ดีไหมล่ะ?" ในขณะที่บรรยากาศภายในบ้านกำลังอบอุ่นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของสองแม่ลูก ทว่าที่บริเวณหน้าประตูรั้วบ้าน จางหยางที่เพิ่งเดินกลับมาจากการไปรายงานตัวกับผู้บังคับบัญชา กลับต้องหยุดชะงักกึกเมื่อเขาเห็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนกำลังยืนลับๆ ล่อๆ อยู่ข้างกำแพงบ้านของตน พร้อมกับถือห่อผ้าลึกลับที่ส่งกลิ่นอายอันตรายบางอย่างออกมา! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยสตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%