วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 27

ข่าวลือที่แพร่สะพัด

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าเถ้าแก่เฉินยังเคี้ยวคำนี้ช้าอีกสามวินาที ฉันเกรงว่าซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงชามนี้คงต้องเปลี่ยนเจ้าของแล้วล่ะค่ะ" เสียงใสทว่าราบเรียบของหลินฟางดังขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องรับรองพิเศษของภัตตาคารในอำเภอ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับด้วยความขบขัน ขณะมองเถ้าแก่เฉินผู้มั่งคั่งที่ตอนนี้หลับตาพริ้ม เคี้ยวเนื้อหมูที่เปื่อยนุ่มละลายในปากอย่างลืมภาพลักษณ์พ่อค้าใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล เถ้าแก่เฉินสะดุ้งเฮือก รีบกลืนอาหารลงคออย่างเสียดาย ก่อนจะหัวเราะร่อออกมาด้วยความเก้อเขิน ใบหน้าอวบอิ่มขึ้นสีแดงจัดด้วยความอิ่มเอมและทึ่งระคนกัน "คุณหลิน... คุณหลิน! ฝีมือระดับนี้ ต่อให้เอาทองคำแท่งมาแลกสิบแท่ง ผมก็ไม่ยอมแลกเด็ดขาด!" เถ้าแก่เฉินวางตะเกียบลงอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่ามันจะแตกสลาย ดวงตาตี่เล็กเป็นประกายวาววับด้วยสัญชาตญาณทางธุรกิจ "ตกลงตามนี้ สัญญาซื้อขายผักปลอดสารพิษและน้ำส้มสายชูหมักล็อตแรก ผมเหมาหมด! แถมให้ราคาสูงกว่าตลาดสามเท่าตัว!" หลินฟางยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ รอยยิ้มนั้นไม่ได้กว้างจนเกินงาม แต่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของผู้หญิงยุคใหม่ที่กำชัยชนะไว้ในมือ ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหยิบสัญญาขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด ความสำเร็จก้าวแรกในเมืองหลวงอำเภอแห่งนี้ ไม่เพียงแต่นำมาซึ่งความมั่งคั่งและตัวเลขเงินฝากที่พุ่งสูงขึ้นในมิติฟาร์มสารพัดประโยชน์ของเธอเท่านั้น แต่กลิ่นอายความร่ำรวยที่เพิ่งก่อตัวขึ้นราวกับควันไฟจากเตาถ่าน กำลังลอยละลิ่วข้ามกำแพงสูงของค่ายทหารที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก... ณ โรงอาหารกลางของค่ายทหาร ท่ามกลางเสียงช้อนสังกะสีเคาะกระทบถาดอลูมิเนียมดังเซנק็ง เสียงซุบซิบเรื่องราวของหลินฟางและตระกูลจางกำลังแพร่สะพัดราวกับไฟลามทุ่ง "พวกนายได้ยินข่าวลือหรือยัง? เมียของรองผู้กองจางหยางน่ะ ตอนนี้รวยจนซื้อบ้านในเมืองได้แล้วนะเว้ย!" นายทหารชั้นประทวนคนหนึ่งกระซิบกระซาบกับสหายร่วมโต๊ะ ขณะใช้ตะเกียบเขี่ยผักต้มจืดชืดในจานด้วยความเบื่อหน่าย "เพ้อเจ้ออะไรวะ? เมียไอ้จางหยางไม่ใช่ยายบ้านนอกขี้เกียจที่วันๆ เอาแต่ร้องไห้งอแงเรื่องไม่มีเงินซื้อแป้งทำหมั่นโถวหรอกรึ?" อีกคนแย้งขึ้นทันควันด้วยความไม่เชื่อหู "เฮ้ย ฉันไม่ได้พูดเล่น! พี่สะใภ้ฝั่งกองร้อยเสบียงบอกมาเองว่า เมื่อวานซืนเห็นนางหิ้วตะกร้าใส่ผักหน้าตาน่าประหลาด แถมยังมีกลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นโชยออกมาจากเกวียนเช่าคันเบ้อเริ่ม เท่านั้นยังไม่พอ... วันนี้มีคนเห็นนางเดินออกจากธนาคารกลางประจำอำเภอ พร้อมกับห่อกระดาษสีน้ำตาลที่ข้างในอัดแน่นไปด้วยธนบัตรปึกใหญ่!" ข่าวลือที่ถูกเติมแต่งสีตีไข่จนเกินจริง ค่อยๆ กัดกินความรู้สึกของใครบางคนในค่ายทหารแห่งนี้อย่างเงียบเชียบ ที่บ้านพักข้าราชการทหารหลังมุม แม่สามีตระกูลจางกำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ ใบหน้าเหี่ยวย่นยู่ยี่เข้าหากันด้วยความริษยาและโกรธเกรี้ยว มือเหี่ยวดั่งกิ่งไม้แห้งกำชายเสื้อแน่นจนยับยู่ยี่ *นังตัวดี! นังสารเลวหลินฟาง!* นางแผดร้องอยู่ในใจด้วยความคับแค้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางพยายามกดขี่ข่มเหงลูกสะใภ้คนนี้สารพัด ทั้งด่าทอ ทั้งใช้งานหนักหน่วงหวังจะให้นางทนไม่ไหวแล้วหนีออกไปจากบ้านตระกูลจาง เพื่อที่นางจะได้ฮุบข้าวของและเงินเดือนของบุตรชายมาเก็บไว้เองผู้เดียว แต่ใครจะคาดคิดเล่าว่า... นังเด็กบ้านนอกคนนั้นจะพลิกผันกลายเป็นเศรษฐีนีเงียบๆ ไปเสียได้! "แม่ครับ..." เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังของจางหยางดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตากลับฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง "ผมได้ยินทหารในกองร้อยพูดกันเรื่อง... เรื่องของหลินฟาง แม่พอจะรู้เรื่องอะไรบ้างไหมครับ?" แม่สามีสะดุ้งสุดตัว รีบปรับสีหน้าให้กลับมาน่าสงสารทันที นางยกมือเหี่ยวขึ้นปาดเช็ดหางตาที่ไร้หยดน้ำตา ก่อนจะฟูมฟายออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หยางหยาง ลูกชายแม่! ลูกต้องไปจัดการนังเมียตัวดีของลูกเดี๋ยวนี้เลยนะ!" นางลุกขึ้นพุ่งเข้าไปคว้าแขนบุตรชายเขย่าแรงๆ "นังหลินมันเปลี่ยนไปมาก มันกล้าแข็งข้อกับแม่แถมยังแอบซ่อนเงินทองไว้คนเดียว ไม่ยอมเอามาจุนเจือครอบครัวเราเลยสักแดงเดียว! ป่านนี้มันคง... คงแอบไปทำเรื่องเสื่อมเสียที่ไหนแน่ๆ ถึงได้มีเงินทองมากมายขนาดนั้น!" จางหยางขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมคายดุดันขึ้นถนัดตา สันจมูกโด่งเป็นสันนูนรับกับริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ความหึงหวงและสัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพุ่งพล่านขึ้นมาในอกทันที เมื่อได้ยินคำว่า 'ทำเรื่องเสื่อมเสีย' จากปากมารดา แม้ระยะหลังมานี้ เขาจะพยายามตามใจภรรยาและปรับความเข้าใจกันมากขึ้น จนหลินฟางยอมใจอ่อนให้เข้าใกล้ห้องนอนบ้างแล้ว แต่เขารู้ดีว่าภรรยาของเขามีเสน่ห์เย้ายวนใจมากเพียงใด ยิ่งนางฉลาดเฉลียวและทำอาหารเก่งขึ้นเท่าไหร่ สายตาของพวกผู้ชายในค่ายและในอำเภอก็ยิ่งมองมาที่นางด้วยความสนใจมากขึ้นเท่านั้น *หรือว่า... นางจะแอบไปมีความสัมพันธ์กับพ่อค้าคนอื่นจริงๆ?* ความคิดด้านลบผุดขึ้นมาในหัวชั่วแวบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะรีบสลัดมันทิ้งอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงแววตาดำขลับที่เด็ดเดี่ยวและท้าทายทุกครั้งที่นางมองเขา "ผมไม่เชื่อว่าฟางฟางจะทำตัวเหลวไหลแบบนั้นหรอกครับแม่" จางหยางเอ่ยเสียงแข็ง ปัดมือมารดาออกอย่างสุภาพแต่หนักแน่น "ถ้าหลินฟางหาเงินได้ด้วยตัวเอง นั่นก็เป็นความสามารถของเธอ ผมไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย... อีกอย่าง เงินเดือนของผมก็ส่งให้ทางบ้านมาตลอด แม่ยังจะต้องการอะไรอีก?" "ไอ้ลูกอกตัญญู!" แม่สามีแผดเสียงกรี๊ดลั่นบ้านด้วยความเหลืออด "แกเข้าข้างนังเมียเด็กนั่นหรอกเรอะ? แกไม่เห็นแก่หน้าแม่ผู้ให้กำเนิดเลยใช่ไหม? ระวังเถอะ... สักวันนึง นังนั่นมันจะสวมเขาให้แกจนโหัวลِกขึ้นไม่ไหว!" จางหยางไม่ตอบคำโต้แย้งใดๆ อีก ร่างสูงหมุนตัวเดินดุ่มๆ ออกจากบ้านพักทันที ทิ้งให้มารดาโวยวายอยู่เบื้องหลังด้วยความขัดแค้นใจ ฝ่ายนายทหารหนุ่มก้าวเท้าเร่งรีบมุ่งหน้ากลับเรือนพักส่วนตัวด้วยหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ความหึงหวง ผสมผสานกับความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับความลับของภรรยา กำลังผลักดันให้เขารีบกลับไปเผชิญหน้ากับนางให้เร็วที่สุด ในขณะเดียวกัน ภายในบ้านพักสวนสวยท้ายค่ายทหาร หลินฟางกำลังยืนฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีอยู่หน้าเตาไฟ กลิ่นหอมกรุ่นของ "เป็ดพะโล้สูตรโบราณ" ที่นางเคี่ยวตุ๋นกับเครื่องเทศจีนนานนับชั่วโมงกำลังส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ ยั่วยวนจนน้ำลายสอ นางตักเนื้อเป็ดสีน้ำตาลเข้มเนื้อนุ่มฉ่ำราดด้วยน้ำพะโล้เข้มข้นลงบนจานกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต ก่อนจะโรยผักชีสดสีเขียวขจีตกแต่งอย่างงดงาม พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผุดขึ้นบนเรียวปากอิ่ม *ก๊อกๆๆ!* เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว บ่งบอกถึงอารมณ์ร้อนรุ่มของผู้ที่อยู่เบื้องนอก หลินฟางชะงักมือเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววสนุกสนานราวกับรู้ว่าใครคือผู้มาเยือน นางไม่ได้รีบร้อนเดินไปเปิดประตูทันที แต่กลับหยิบผ้ากันเปื้อนมาเช็ดมืออย่างใจเย็น ทันทีที่บานประตูไม้ถูกผลักออกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ของจางหยางก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาในบ้าน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่นางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการเดินจ้วงมาไกล จางหยางกวาดสายตาคมกริบมองสำรวจรอบห้องครัวที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบราคาแพงและกลิ่นอาหารหอมฟุ้ง ก่อนที่สายตาจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของภรรยา "หลินฟาง..." น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันเอ่ยขึ้นอย่างยากจะควบคุมอารมณ์ "มีคนพูดกันทั่วค่ายว่าเธอ... แอบไปรวยทางลัดในเมืองโดยไม่บอกฉัน... และพวกเขาก็ลือกันไปต่างๆ นาๆ ว่าเธอไปเอาเงินพวกนั้นมาจากไหน!" หลินฟางเลิกคิ้วเรียวขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน นางเอียงคอมองสามีหนุ่มผู้กำลังหึงจนหน้ามืดด้วยรอยยิ้มยั่วเย้า ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาช้าๆ ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเครื่องแบบทหารที่ยับย่น "อ๋อ... เรื่องที่ฉันรวยสินะคะ?" หลินฟางกระซิบเสียงหวานข้างหูเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอแกร่งจนจางหยางสะท้านเฮือก "แล้วสามีผู้กองของฉันล่ะคะ... สนใจไหมว่า 'เงิน' และ 'ตัวฉัน' ตอนนี้... เป็นของใครกันแน่?" ยังไม่ทันที่จางหยางจะได้เอ่ยปากซักถามข้อสงสัยใดๆ เพิ่มเติม ประตูรั้วด้านนอกบ้านพักก็ถูกถีบเปิดผางด้วยฝีมือของใครบางคน พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่ตะโกนแทรกเข้ามาขัดจังหวะบรรยากาศอันเร่าร้อน "นังสะใภ้ตัวดี! ออกมานี่นะ! แกกล้าดียังไงถึงได้แอบซ่อนเงินทองไว้คนเดียว แกต้องเอาเงินทั้งหมดออกมาแบ่งให้ครอบครัวเราเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะฟ้องผู้บังคับบัญชาของสามีแกให้ออกจากราชการฐานฉ้อโกง!" จางหยางหน้าถอดสีทันทีเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ—แม่สามีของเขานั่นเอง! ดวงตากลมโตของหลินฟางฉายแววเยືือกเย็นขึ้นมาวับหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏชัดเจนยิ่งกว่าเดิม นางหันไปสบตากับสามีที่กำลังยืนหน้าเครียดจัดด้วยความตกใจ ก่อนจะกระซิบลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังจนจางหยางต้องขนลุกซู่ "สามีคะ... ดูท่าทางแม่ของคุณคงจะไม่อยากมีชีวิตสงบสุขแล้วล่ะค่ะ... งั้นเรามา 'ต้อนรับ' แขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ด้วยมื้ออาหารชุดใหญ่กันดีกว่านะคะ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสุขในทุกๆ ตัวอักษรนะคะ --- *กระท่อมไผ่ริมธาร* ---
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%