วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 28

พี่สะใภ้ขี้อิจฉา

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาเท้าสกปรกก้าวเข้ามาในรั้วบ้านฉันอีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะสาดน้ำแกงเดือดๆ หม้อนี้ใส่หน้าให้เสียโฉมจริงๆ ด้วย ไม่เชื่อก็ลองดู!" เสียงหวีดแหลมบาดแก้วหูของหลินฟางดังสะท้อนก้องไปทั่วลานบ้าน พร้อมกับทัพพีไม้ในมือที่ตวัดชี้หน้าแขกไม่ได้รับเชิญอย่างไม่เกรงกลัว ท่าทางเด็ดเดี่ยวและดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ทำให้ "จางซิ่วอิง" พี่สะใภ้ตัวแสบผู้มีศักดิ์เป็นพี่ภรรยาของน้องสามี ถึงกับชะงักเท้าที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดกึก ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มจอมปลอมเผือดสีลงทันตาเห็น บรรยากาศหน้ากระท่อมไผ่ริมธารในยามบ่ายนี้ไม่ได้สงบเงียบเหมือนเคย กลิ่นหอมกรุ่นของ "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง" ที่หลินฟางเพิ่งเคี่ยวเสร็จใหม่ๆ ลอยฟุ้งอบอวลชวนน้ำลายสอ แต่ทว่ามันกลับถูกกลบด้วยบรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนที่หลินฟางกำลังงละมุนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบทำอาหารอยู่ในครัวมิติพิเศษ จู่ๆ เสียงทุบประตูก็รัวดังสนั่นราวกับบ้านจะพัง จางซิ่วอิงพร้อมด้วยตะกร้าสานเก่าๆ และรอยยิ้มเสแสร้งก็บุกเข้ามาถึงในเขตบ้าน โดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาตแม้แต่น้อย "แหม... น้องสะใภ้ ทำไมใจร้ายใจดำกับพี่นักเล่า?" จางซิ่วอิงฝืนยิ้มแห้งๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูน่าสงสาร แต่แววตากลับเหลือบมองไปทางหมูสามชั้นตุ๋นสีเข้มข้นในหม้อดินเผาด้วยความโลภอย่างปิดไม่มิด "พวกเราเป็นญาติกันนะ ครอบครัวตระกูลจางเหมือนกัน ช่วงนี้พี่หมุนเงินไม่ทันจริงๆ สามีฉันก็เอาแต่เล่นการพนัน ลูกๆ ก็ร้องหิวข้าว... เธอทำมาค้าขึ้น ขายผักขายของได้กำไรตั้งมากมาย แบ่งเงินให้ฉันสักห้าสิบหยวนสิยะ ถือว่าทำบุญทำทานก็แล้วกัน!" คำพูดที่เอ่ยออกมาอย่างไร้ยางอายนั้น ทำให้หลินฟางถึงกับแค่นسเสียงหัวเราะในลำคอ *ห้าสิบหยวน?* เงินจำนวนนี้ในยุค 80 มากพอจะซื้อข้าวสารชั้นดีได้หลายกระสอบ หรือซื้อเนื้อหมูได้เป็นสัปดาห์ๆ ยัยป้านี่หน้าหนาเสียยิ่งกว่ากำแพงเมืองจีน เสียแรงที่กล้ามาแบมือขอเงินหน้าตาเฉย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตอนที่ร่างเดิมและลูกๆ อดอยากปากแห้ง ครอบครัวนี้ไม่เคยแม้แต่จะชายตาแล แถมยังคอยซ้ำเติมรังแกมาโดยตลอด "ขอทานข้างถนนเขายังมีศักดิ์ศรีกว่าพวกท่านเลยนะคะพี่สะใภ้" หลินฟางวางทัพพีลงกระแทกกับขอบหม้อเสียงดัง *เคร้ง!* ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้หญิงตรงหัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจ "เงินที่ฉันหามาได้มันมาจากหยาดเหงื่อแรงงานและความฉลาดของฉันเอง ไม่ใช่เงินเรี่ยไรการกุศลที่จะเอามาแจกคนขี้เกียจสันหลังยาวอย่างพวกท่าน!" "นี่เธอ! นังสารเลว กล้าดียังไงมาว่าฉันแบบนี้!" จางซิ่วอิงกรีดร้องออกมาด้วยความโกรธจัดเมื่อโดนตบหน้ากลางอากาศด้วยวาจาเชือดเฉือน นางเท้าสะเอวชี้หน้าหลินฟางกลับ "คิดว่าสามีเป็นทหารแล้วจะกร่างยังไงก็ได้เหรอ? ยัยเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า แกมันก็แค่... อุ๊ย!" ยังไม่ทันที่จางซิ่วอิงจะพ่นคำหยาบคายออกมาได้จนจบประโยค หลินฟางก็คว้ากระบวยตักน้ำซุปที่ยังร้อนฉ่าควันโขมงขึ้นมา แล้วสาดน้ำแกงอุ่นๆ (ที่นางตั้งใจกะระยะไม่ให้โดนตัวแต่ออกแนวขู่ขวัญ) ลงไปที่พื้นเฉียดปลายเท้าของอีกฝ่ายไม่ถึงคืบ! *ฉ่า!* เสียงน้ำร้อนกระทบพื้นดินแห้งๆ พร้อมกับไอร้อนที่พุ่งขึ้นมาปะทะขา ทำให้จางซิ่วอิงสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดชายผ้าถุงล้มฟาดพื้น หน้าตาตื่นตระหนกจนซีดเผือด "ก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียวสิคะ... น้ำซุปหม้อนี้จะไม่หยุดแค่ที่พื้นแน่" หลินฟางแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ท่าทางคุกคามที่เด็ดเดี่ยวและไร้ความหวาดกลัวของหลินฟาง ทำให้จางซิ่วอิงรู้ทันทีว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้ขู่เล่น นางไม่กล้าแม้แต่จะอ้าปากเถียงต่อ ได้แต่ชี้นิ้วสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง "ฝากไว้ก่อนเถอะนังหลินฟาง! แกกล้าไล่ฉัน วันนี้สามีฉันกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะฟ้องให้เขามาพังบ้านแกแน่!" จางซิ่วอิงทิ้งท้ายด้วยคำขู่เสียงสั่น ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากรั้วบ้านราวกับเห็นผี ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะหยันในลำคอของหลินฟางที่มองตามหลังไปด้วยความสะใจ หลินฟางถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ นางส่ายหัวให้กับความน่ารำคาญของญาติฝ่ายสามีพวกนี้ ก่อนจะหันกลับมาดูแลหมูสามชั้นตุ๋นในหม้อต่อ กลิ่นหอมของเครื่องเทศ ซีอิ๊วดำ และน้ำตาลเคี่ยวจนเหนียวข้นกำลังได้ที่ สีสันของเนื้อหมูแดงฉ่ำเป็นมันวาว น่ารับประทานจนกลบความหงุดหงิดเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น ในโลกมิติพิเศษของนางยังมีวัตถุดิบชั้นดีอีกมากมาย วันนี้ตั้งใจว่าจะทำ "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง" เสิร์ฟพร้อม "ผัดผักกวางตุ้งไฟแดงกรอบๆ" และ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัว" เพื่อรอให้จางหยางสามีหนุ่มรูปหล่อกลับมาจากค่ายทหาร เขาจะได้ทานอาหารอร่อยๆ ฝีมือภรรยา หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกซ้อม เวลาผ่านไปจนกระทั่งดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าแต่งแต้มด้วยสีส้มอมแดงระเรื่อ กลิ่นหอมฟุ้งของอาหารฝีมือหลินฟางลอยล่องไปตามสายลมโชย ขจรขจายไปทั่วทั้งหมู่บ้าน จนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างพากันสูดปากกลืนน้ำลายด้วยความอิจฉา หลินฟางจัดโต๊ะอาหารเสร็จเรียบร้อย นางกำลังจะเดินไปรินน้ำชาให้ตัวเองที่ห้องโถง จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารของจางหยางที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด แต่สิ่งที่ทำให้หลินฟางต้องขมวดคิ้วมุ่น ไม่ใช่สีหน้าเหนื่อยล้าของสามี... ทว่ามันคือร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่จางหยางหามเข้ามาในสภาพสะบักสะบอม เลื้อยเปื้อนไปด้วยคราบเลือด และหมดสติไทรอยู่บนบ่ากว้างของเขา! "หลินฟาง... ล็อคประตูบ้านแล้วรีบหยิบกล่องยามานี่เร็วเข้า!" จางหยางตะโกนบอกเสียงดังลั่นด้วยความร้อนรน แววตาคมกริบฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "คนเจ็บคนนี้... คือสายลับที่เราตามหาตัวมานาน เขากำลังจะตาย!" --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%