วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 26

อาหารจานทองคำ

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
คราบเขม่าสีดำที่ยังหลงเหลืออยู่บนซากโครงไม้ไผ่ของโกดัง ยังไม่ร้อนแรงเท่ากับสายตาของผู้คนที่ยืนล้อมรอบอยู่ในเวลานี้ "ดูท่าทางปีนี้ตระกูลจางคงล้มละลายคาไร่แล้วกระมัง พริกหมักซีอิ๊วสูตรพิเศษกับผักกาดดองสามรสที่จะส่งให้ภัตตาคารใหญ่ในเมืองพรุ่งนี้เช้า กลายเป็นจุลไปหมดสิ้น... ช่างน่าเวทนาเสียจริง" เสียงซุบซิบคorซิบของชาวบ้านดังเซנקเซ็งลอดเข้ามาในรั้วฟาร์ม ทว่าหลินฟางกลับไม่ได้แสดงสีหน้าตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวอย่างที่แม่สามีตระกูลจางคาดหวังไว้เลยแม้แต่น้อย "ฟางฟาง! ลูกเอ๋ย โกดังไฟไหม้! สินค้าทั้งปีของพวกเราพังหมดแล้ว เงินมัดจำจากเหลาอาหารก็ไม่มีปัญญาคืน เจ้ายังจะมีหน้ามายืนกอดอกทำหน้าเฉยเมยอยู่อีกหรือ! นังตัวดี เจ้ามันตัวกาลกิณี พาความวิบัติมาสู่บ้านเราแท้ๆ!" แม่สามีตระกูลจางส่งเสียงกรีดร้องตบเข่าฉะฉาน แสร้งบีบน้ำตาเรียกคะแนนความสงสารจากชาวบ้านรอบข้าง ทว่าหางตาของนางกลับเหลือบมองกองขี้เถ้าด้วยความสะใจลึกๆ ที่เห็นธุรกิจของสะใภ้พังครืนลงกับมือ จางหยางก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวภรรยา ใบหน้าคมเข้มของนายทหารหนุ่มตึงเครียด ดวงตาคมกริบกวาดมองซากความเสียหายสลับกับใบพัดลมในตัวภรรยา เขาไม่เอ่ยปากโทษหลินฟางสักคำ แต่มือหนากลับคว้ามือเรียวบางมาจับไว้แน่นเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความเชื่อใจ "ฟางฟาง... บอกพี่มา เกิดอะไรขึ้น? ไม่ต้องกลัว ต่อให้ต้องขายบ้านหรือพี่ต้องเอาเงินเดือนทหารทั้งหมดมาชดใช้ พี่ก็จะไม่ยอมให้ใครมารังแกเจ้าเด็ดขาด" เสียงทุ้มต่ำเอמהด้วยความรักและปกป้องอย่างเต็มเปี่ยม จนแม่สามีเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ หลินฟางปรายตามองแม่สามีที่กำลังลอบยิ้ม ก่อนจะหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้สามีหนุ่มผู้หลงภรรยาจนโงหัวไม่ขึ้น นางตบหลังมือหนาเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน "คุณแม่คะ... ท่านรีบดีใจเกินไปหรือเปล่าคะ? โกดังที่ไหม้นั่น เป็นแค่ ‘โกดังสำรอง’ ที่เก็บเศษผักเน่าเสียและพริกที่ขึ้นราต่างหากล่ะคะ" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานชัดเจนจนรอยยิ้มบนใบหน้าของแม่สามีแข็งค้างในทันที "วะ... ว่าอย่างไรนะ!" แม่สามีสะดุ้งโหย่ง "ใช่ค่ะ..." หลินฟางกวาดสายตามองฝูงชนที่กำลังอึ้งงัน "ด้วยความที่ฉันคาดการณ์ไว้แล้วว่า จะต้องมีพวกหนูสกปรกแถวนี้แอบเข้ามาวางเพลิงทำลายผลผลิตเพื่อหวังฮุบเงินมัดจำ ฉันจึงย้ายสินค้าล็อตจริงทั้งหมด ไปเก็บไว้ใน ‘ห้องเย็นใต้ดิน’ ที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่วันก่อนแล้วค่ะ" สิ้นคำพูดของหลินฟาง เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ไม่ใช่เสียงสมน้ำหน้า แต่เป็นเสียงชื่นชมในความฉลาดเป็นกรดของภรร่านายทหารตระกูลจาง ส่วนแม่สามีหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ กัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก "ถ้าอย่างนั้น... สินค้าที่ต้องส่งให้เหลาอาหารในเมืองพรุ่งนี้เช้า ก็ยังอยู่ครบถ้วนอย่างนั้นสินะคะ?" จางหยางมองภรรยาด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ ความรู้สึกรักและหลงจนโงหัวไม่ขึ้นพุ่งทะยานจนเกือบจะดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดต่อหน้าธารกำนัล เมียเขาทั้งฉลาด ทั้งแซ่บ และทันคนยิ่งกว่าผู้บัญชาการกองทัพเสียอีก! "แน่นอนค่ะคุณสามี..." หลินฟางยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับ "และเพราะเหตุการณ์ระทึกขวัญในวันนี้ ทำให้ฉัน ‘ปิ๊ง’ ไอเดียเมนูใหม่ที่จะใช้มัดใจเถ้าแก่ร้านอาหารใหญ่ในเมืองชนิดที่ว่า ต่อให้เขาเสนอเงินทองกองเท่าภูเขา ก็ไม่มีทางปฏิเสธเราได้ลงค่ะ!" ณ ครัวเรือนตระกูลจาง กลิ่นหอมอวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งรัศมีสามลี้จนชาวบ้านต่างต้องสูดจมูกฟุดฟิด หลินฟางกำลังยืนอยู่หน้าเตาถ่านที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างแม่นยำ ในกระทะเหล็กใบใหญ่ น้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเข้มข้นจนกลายเป็นสีน้ำนมกำลังเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมหววนของเครื่องเทศจีนสูตรลับเฉพาะที่ผสมผสานความเผ็ดร้อนละมุนของพริกสามสีที่นางคัดสรรมาอย่างดี นางหยิบเนื้อหมูสามชั้นที่ผ่านการหมักด้วยน้ำผึ้งป่าและเหล้าจีน นำไปย่างบนเตาถ่านจนหนังกรอบเกรียมสีทองอร่าม ส่งเสียงซู่ซ่าชวนน้ำลายสอ ก่อนจะนำมาหั่นเป็นชิ้นหนาพอดีคำ แล้วเรียงลงในชามดินเผาโบราณ ราดด้วยน้ำซุปเคี่ยวข้นและน้ำพริกผัดสูตรพิเศษที่ผ่านการคั่วด้วยไฟอ่อนจนหอมฟุ้ง "ฟางฟาง กลิ่นนี่มัน... หอมจนพี่แทบจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ" จางหยางที่อาสาเป็นผู้ช่วยคอยก่อไฟ ยืนมองภรรยาคนสวยปรุงอาหารด้วยสายตาร้อนผ่าว ไม่ใช่เพราะหิวข้าว แต่เพราะเสน่ห์ปลายจวักและความคล่องแคล่วของนางมันช่างเย้ายวนใจเสียเหลือเกิน "อดใจไว้ก่อนค่ะคุณทหาร นี่คือ ‘อาหารจานทองคำ’ ที่เราจะนำไปเสนอให้เถ้าแก่เหลาอาหารอี้หยางในเมืองพรุ่งนี้เช้า รับรองว่างานนี้ นอกจากเราจะไม่เสียชื่อเรื่องสินค้าเสียหายแล้ว เรายังจะกวาดกำไรเข้าบ้านจนกระเป๋าฉีกแน่นอนค่ะ!" หลินฟางยิ้มกริ่ม พลางใช้ช้อนกระเบื้องตักน้ำซุปขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วชิมรสชาติ ความกลมกล่อมเผ็ดร้อนละมุนลิ้นที่ระเบิดขึ้นในปากทำให้นางพึงพอใจเป็นที่สุด รุ่งอรุณแห่งวันใหม่ รถบรรทุกคันเล็กของตระกูลจางแล่นเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างองอาจ หลินฟางในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีครีมและกางเกงขายาวทะมัดทะแมง ก้าวลงจากรถพร้อมกับปิ่นโตเหล็กเก็บความร้อนสามชั้นที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจทะลุออกมาจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหันขวับ นางเดินตรงดิ่งเข้าไปในเหลาอาหารอี้หยาง ภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดและหยิ่งทะนงที่สุดในมณฑล "ขอโทษนะแม่นาง ร้านเรายังไม่เปิดบริการ แล้วอีกอย่าง... สินค้าของพวกเจ้าที่สั่งไว้ โกดังเพิ่งไฟไหม้ไปไม่ใช่หรือ? ทางเราคงต้องยกเลิกสัญญา..." เถ้าแก่เฉิน ผู้จัดการเหลาอาหารร่างท้วมเดินออกมาโบกมือไล่ด้วยความรังเกียจ โดยไม่แม้แต่จะชายตาแล หลินฟางไม่โกรธ นางเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ ค่อยๆ เปิดฝาปิ่นโตชั้นบนออกช้าๆ *ฟุ้งงงง—!* ไอความร้อนสีขาวพร้อมกลิ่นหอมเย้ายวนของ "หมูสามชั้นตุ๋นพริกทองคำ" พวยพุ่งกระจายไปทั่วห้องโถงกว้างทันที กลิ่นหอมของเครื่องเทศและหมูย่างน้ำผึ้งเตะจมูกพนักงานและลูกค้าที่นั่งรออยู่จนทุกคนต้องกลืนน้ำลายเอื้ือกใหญ่ เถ้าแก่เฉินที่กำลังจะหันหลังเดินหนี ถึงกับชะביก้าวเท้าทันที ดวงตาหรี่เล็กเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่รู้ตัว "เถ้าแก่เฉินคะ... ก่อนจะยกเลิกสัญญา ลองชิม ‘อาหารจานทองคำ’ ฝีมือฉันสักคำก่อนดีไหมคะ? ถ้าชิมแล้วท่านยังกล้าพูดคำว่ายกเลิก ฉันยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายให้สิบล้านเท่าเลยค่ะ!" ดวงตากลมโตของหลินฟางฉายแววท้าทายอย่างทรงพลัง ขณะที่เถ้าแก่เฉินสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกๆ ด้วยความเคลิบเคลิ้ม มืออวบสั่นเทาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเอื้อมไปหยิบตะเกียบขึ้นมาทันทีโดยลืมตัว... -------------------------------------------------------------- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ผู้ร่วมเดินทางในเส้นทางฟาร์มสุขทุกท่านนะคะ - กระท่อมไผ่ริมธาร)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%