วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 12

ขอแยกบ้าน!

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าแม่ยังยืนยันจะเก็บเงินหยาดเหงื่อแรงงานของฉันและจางหยางไว้ในกองกลางเพื่อเอาไปปรนเปรอพี่ใหญ่กับน้องเล็กอีกแม้แต่เฟินเดียว... วันนี้ต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและพยานทั้งหมู่บ้าน เรา 'สามคนแม่ลูก' ขอประกาศแยกบ้านอย่างเป็นทางการค่ะ!" เสียงประกาศก้องของหลินฟางดังสะท้อนก้องไปทั่วลานบ้านตระกูลจาง ราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ผู้ใหญ่บ้านซุนที่เพิ่งถูกเชิญมาเป็นสักขีพยานถึงกับสำลักน้ำชาร้อนในมือ เขาสำลักจนหน้าดำหน้าแดง รีบวางถ้วยกระเบื้องลงบนโต๊ะไม้ไผ่ด้วยความตกใจ ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองไปรอบวงด้วยความประหม่า ไม่คาดคิดว่าสะใภ้รองที่เคยเงียบขริมและยอมก้มหัวให้บ้านใหญ่มาตลอด จะลุกขึ้นมาประกาศกร้าวกลางวงศาคณาญาติเช่นนี้ แม่สามีตระกูลจางหน้าถอดสี ร่างอวบอ้วนสั่นเทาด้วยความโกรธจัดจนเนื้อที่คอสั่นกระพือ นางตบโต๊ะเสียงดังปังจนชามกระเบื้องสั่นสะเทือน แววตาขุ่นเคืองจ้องมองหลินฟางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "นังสะใภ้ตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงพูดจาอกตัญญูแบบนี้ออกมา! เงินในบ้านนี้เป็นของส่วนรวม แกแต่งเข้ามาเป็นคนตระกูลจาง สมบัติทุกชิ้น เหงื่อทุกหยดของสามีแก ก็ต้องเป็นของตระกูลจาง! อยากแยกบ้านงั้นเรอะ ฝันไปเถอะ!" แม่สามีแผดเสียงแหลมสูงจนแสบแก้วหู น้ำลายกระเด็นใส่หน้าโต๊ะ หลินฟางไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางยืนหลังตรง ใบหน้างามนิ่งสงบแต่แฝงไว้ด้วยรังסיความเด็ดเดี่ยว ร่างเพรียวบางในชุดผ้าฝ้ายสีซีดแต่สะอาดสะอ้านไม่ได้ดูน่าเวทนาเหมือนในอดีตอีกต่อไป ยิ่งเมื่อยืนเคียงข้างกับจางหยาง สามีหนุ่มนายทหารรูปร่างสูงใหญ่ที่ใบหน้าคมคายบึ้งตึงแผ่รังสีน่าเกรงขามออกมา ยิ่งทำให้แม่สามีชะงักไปชั่วขณะ "เงินส่วนรวมงั้นหรือคะแม่?" หลินฟางแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "เงินที่สามีฉันส่งกลับมาจากค่ายทหารแต่ละเดือน เก้าส่วนสิบถูกส่งตรงเข้ากระเป๋าพี่ใหญ่เอาไปซื้อจักรยานและส่งน้องเล็กเรียนในเมือง ส่วนลูกสาวสองคนของฉัน แม้แต่ไข่ต้มสักฟองยังไม่มีสิทธิ์แตะต้อง! แบบนี้เขาเรียกว่า 'กองกลาง' หรือ 'ปลิงสูบเลือด' กันแน่คะ?" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ชาวบ้านที่มายืนมุงดูเหตุการณ์เริ่มซุบซิบกันเซ็งแซ่ หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย เพราะต่างรู้ดีว่าแม่สามีตระกูลจางลำเอียงและรักลูกไม่เท่ากันมานานแค่ไหนแล้ว พี่สะใภ้ใหญ่ที่ยืนกอดอกทำหน้าเยาะเย้ยอยู่ข้างเตาไฟ ทนฟังไม่ไหวจึงรีบแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงกระด้าง "หลินฟาง เธออย่ามาพูดจาใส่ร้ายนะ! แม่เลี้ยงพวกเธอมาก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว ยังกล้าอกตัญญูเรียกร้องจะแยกบ้านอีก คิดว่าสามีเป็นทหารแล้วจะยิ่งใหญ่คับฟ้าหรือไง!" หลินฟางหันขวับไปมองพี่สะใภ้ใหญ่ด้วยสายตาดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้ง รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ถ้าคิดว่าฉันอกตัญญู งั้นเรามาเคลียร์กันให้ชัดเจนวันนี้เลยดีกว่าค่ะ!" หลินฟางหันไปประสานสายตากับผู้ใหญ่บ้านซุน น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและเด็ดเดี่ยว "ผู้ใหญ่บ้านคะ ฉันหลินฟาง และสามีของฉัน จางหยาง ขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมายสหกรณ์และหมู่บ้าน ประกาศขอแยกบ้านในวันนี้ และเพื่อตัดปัญหาข้อครหาว่าพวกเราอกตัญญูเกาะตระกูลจางกิน..." นางสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะหยิบถุงผ้าใบน้อยออกจากอกเสื้อ แล้วเท 'เงินก้อนโต' ลงบนโต๊ะไม้ไผ่ต่อหน้าทุกคน! *เคร้ง!* เสียงเหรียญและธนบัตรปึกหนาหล่นกระทบโต๊ะท่ามกลางความเงียบกริบ เงินสดจำนวนสามร้อยหยวน—ซึ่งเป็นเงินเก็บก้อนใหญ่ที่สุดในยุคนี้—กองอยู่ตรงหน้าแม่สามี ดวงตาของคนตระกูลจางเบิกกว้างจนแทบถล่น หลayanคนถึงกับสูดปากด้วยความอิจฉาและตกตะลึง "นี่คือเงินสามร้อยหยวน..." หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน "ฉันยอมสละเงินก้อนนี้ทั้งหมด... ยกให้แม่เพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูและค่าตอบแทนบุญคุณที่เลี้ยงดูจางหยางมาจนโต แลกกับ 'อิสรภาพ' ของครอบครัวเรา สามชีวิตพ่อแม่ลูก ขอตัดขาดจากกองกลางตระกูลจาง นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป บ้าน ที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้าน และหนี้สินใดๆ ของบ้านใหญ่... พวกเราไม่ขอเกี่ยวอีก!" ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณชั่วขณะ ไม่มีใครคาดคิดว่าสะใภ้รองจะใจเด็ดถึงเพียงนี้ ยอมควักเงินสามร้อยหยวนซึ่งเทียบเท่ากับรายได้ทั้งปีของชาวนาหลายครอบครัวมารวมกัน เพื่อแลกกับการหลุดพ้นจากนรกขุมนี้! แม่สามีมองกองเงินตรงหน้าสลับกับใบหน้าของหลินฟาง สมองที่เคยคิดแต่จะเอาเปรียบหมุนติ้ว เงินสามร้อยหยวนนับเป็นก้อนใหญ่โตมโหฬารสำหรับนาง หากได้มาครอบครอง นางสามารถเอาไปอวดชาวบ้านและซื้อของให้ลูกชายคนโปรดได้สบายๆ แต่ทว่า... ถ้าไม่มีสะใภ้รองกับจางหยางคอยทำงานหนักหาเงินส่งมาให้ แล้วใครจะคอยเป็นวัวเป็นควายให้บ้านใหญ่ใช้งานล่ะ? "แก... แกคิดว่าจะหนีฉันพ้นเหรอ นังตัวดี!" แม่สามีพยายามจะคว้าเงินบนโต๊ะ แต่จางหยางที่ยืนนิ่งมานานกลับยื่นมือหนาออกไปกดทับธนบัตรเหล่านั้นไว้ด้วยแรงมหาศาล ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองมารดาแท้ๆ ของตนเองนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความลังเล "แม่ครับ..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของนายทหารหนุ่มดังขึ้น ทำเอาแม่สามีสะดุ้งสุดตัว "ที่ผ่านมาผมยอมให้แม่มาตลอดเพราะคำว่ากตัญญู แต่สิ่งที่แม่ทำกับภรรยาและลูกของผม มันเกินขีดจำกัดแล้ว เงินสามร้อยหยวนนี้ มากเกินพอที่จะซื้ออิสรภาพของเรา ถ้าแม่ยังไม่ยอมตกลง วันนี้ผมคงต้องให้ผู้กองจากค่ายทหารมาช่วยเป็นพยานในการแบ่งทรัพย์สินตามกฎหมายทหารและรัฐบาลแทนแล้วล่ะครับ" คำขู่ของจางหยางได้ผลชะเด็ด! ยุคสมัยนี้ไม่มีใครอยากมีเรื่องพัวพันกับทางการหรือกองทัพ แม่สามีหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก มือที่พยายามจะคว้าเงินตกลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง ผู้ใหญ่บ้านซุนถอนหายใจยาวออกมาก่อนจะพยักหน้าช้าๆ "เอาล่ะๆ ในเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ด้วยเงินค่าเลี้ยงดูและมีความตั้งใจจะแยกบ้านอย่างชัดเจน ฉันในฐานะผู้ใหญ่บ้านขอเป็นพยานให้! เริ่มจากวันนี้ ครอบครัวของจางหยางและหลินฟาง เป็นอิสระอย่าง Sสมบูรณ์!" สิ้นเสียงประกาศของผู้ใหญ่บ้าน หลินฟางก็ระบายยิ้มกว้างออกมาอย่างโล่งอก ภาระหนักอึ้งที่แบกรับมานานนับแรมปีเสมือนถูกปัดเป่าจนหมดสิ้น นางหันไปสบตากับจางหยาง สามีหนุ่มส่งยิ้มอบอุ่นและสายตารักใคร่ลึกซึ้งกลับมาให้ สื่อความหมายชัดเจนว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะอยู่เคียงข้างและตามใจภรรยาคนนี้ไปตลอดชีวิต ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศแห่งชัยชนะและความโล่งใจนั้นเอง... จู่ๆ ลมพัดแรงกรรโชกวูบหนึ่งก็พัดพาเอา 'กลิ่นหอมเย้ายวน' ชวนน้ำลายสอ ลอยข้ามรั้วบ้านมาแตะจมูกของทุกคนเข้าอย่างจัง! มันคือกลิ่นหอมเข้มข้นของเครื่องเทศตุ๋นเคี่ยวกับเนื้อสัตว์จนเปื่อยนุ่ม ผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของซีอิ๊วชั้นดีและน้ำตาลเคี่ยวคาราเมล ที่ไม่ว่าใครได้กลิ่นก็ต้องท้องร้องโครกคราทันที! ผู้ใหญ่บ้านซุนถึงกับหยุดชะงัก จมูกฟุดฟิดหันซ้ายหันขวา "กลิ่นอะไรวะเนี่ย... หอมฉุนเตะจมูกขนาดนี้ มาจากไหนกัน?" ชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่ต่างพากันกลืนน้ำลายเอื้อม ชะอื้อมคอมองหาต้นตอของกลิ่นอันแสนทรมานนี้ หลินฟางหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางจำกลิ่นนี้ได้แม่นยำ... มันคือกลิ่นของ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรลับฉบับมิติฟาร์ม' ที่นางแอบเคี่ยวทิ้งไว้ในหม้อดินเผาหลังบ้าน เพื่อเตรียมฉลองอิสรภาพในค่ำคืนนี้! แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของเด็กหญิงตัวน้อยก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูบ้าน "แม่จ๋า!แย่แล้วแม่จ๋า! มี... มีแขกไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาที่ห้องครัวหลังบ้านแล้วค่ะ!" *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%