"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาเท้าสกปรกก้าวเข้ามาเหยียบแนวรั้วไม้ไผ่ของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะสาดน้ำแกงเผ็ดร้อนหม้อนี้ราดหัวให้หมดทุกตัว!"
เสียงตวาดกร้าวของหลินฟางดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณชายป่า ทัพหน้าของตระกูลจางที่นำโดยแม่สามีจอมเขี้ยวและบรรดาญาติห่างๆ ที่หวังมาฮุบผลผลิต ชะงักกึกจนหน้าถอดสี ร่างท้วมของแม่สามีสะดุ้งโหยง ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัวระคนกัน นางอ้าปากพะงาบๆ หมายจะแผדเสียงด่าทอตามนิสัยเดิม แต่เมื่อเห็นทัพพีเหล็กด้ามยาวในมือของสะใภ้ที่ถูกกำแน่นจนข้อต่อขาวโพลน พร้อมกับกลิ่นอายคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวหลินฟางในยามนี้ นางจึงกลืนน้ำลายลงคอแล้วถอยรูดกรูดไปหลบหลังหลานชายทันที
นี่คืออิสรภาพที่หลินฟางแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและมันสมอง!
หลังจากที่นางงัดข้อกับตระกูลใหญ่จนยอมตัดขาดทะเบียนบ้านสำเร็จ พื้นที่รกร้างเชิงเขาสองร้อยหมู่รวมถึงลำธารสายเล็กๆ ด้านหลัง บัดนี้กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของครอบครัวนางอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ไม่มีสายตาคู่ไหนในหมู่บ้านที่จะมาคอยจิกกัดหรือคอยสูบเลือดสูบเนื้อจากหยาดเหงื่อของนางได้อีกต่อไป
จางหยางที่เพิ่งก้าวเดินออกมาจากโรงเรือนเพาะชำ พร้อมกับเสื้อเชิ้ตทหารสีเขียวขี้ม้าที่พับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนแน่นตึง รีบก้าวฉับๆ เข้ามาโอบเอวภรรยาไว้เบื้องหลังอย่างปกป้อง สายตาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกด้วยรังสีอำมหิตที่ทำเอาคนตระกูลจางถึงกับขาแข้งอ่อนแรง
"ภรรยาผมพูดชัดเจนแล้ว เชิญกลับไปเสีย ไม่อย่างนั้น ผมคงต้องใช้กฎหมายทหารในการบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลมาจัดการแทน" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของนายทหารหนุ่มผู้สามี ทำให้แม่สามีแทบสำลักลมหายใจ นางตวัดสายตาด้วยความแค้นเคืองใส่ลูกชายอกตัญญูที่ยอมสยบให้เมีย ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีหายไปพร้อมกับบริวารท่าเสียงบ่นพึมพำไม่ขาดสาย
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนสู่ผืนดิน หลินฟางจึงผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ร่างกายที่เกร็งเครียดเมื่อครู่ผ่อนคลายลง นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี รอยยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจผุดขึ้นที่มุมปาก
"ทำได้ดีมากค่ะคุณภรรยา แต่ต่อจากนี้... ให้ผมเป็นคนจัดการพวกน่ารำคาญพวกนี้เองดีกว่า คุณมีหน้าที่แค่สร้างอาณาจักรความสุขของคุณก็พอ" จางหยางกระซิบชิดริมฝีปากของภรรยา แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความหลงใหลและความภูมิใจที่เอ่อล้น เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยอ่อนแอในอดีต จะเติบโตมาเป็นแม่เสือสาวที่สง่างามและพึ่งพาได้ถึงเพียงนี้
"ใครว่าฉันจะยอมเหนื่อยคนเดียวล่ะคะคุณจาง ในเมื่อเราได้ที่ดินผืนนี้มาแล้ว แผนการขยายฟาร์มของเราก็ต้องเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเสียที!"
ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับด้วยไฟนักสู้ หลินฟางผละออกจากอ้อมแขนของสามี นางกวาดสายตามองผืนดินกว้างใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ พื้นดินสีดำสนิทที่ซ่อนแร่ธาตุชั้นดี ประกอบกับน้ำใสสะอาดจากลำธารที่ไหลผ่าน ทำให้ที่นี่คือขุมทรัพย์ธรรมชาติที่แท้จริง
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลินฟางใช้ประโยชน์จากมิติฟาร์มสารพัดประโยชน์อย่างเต็มที่ นางคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ผักไฮบริดสายพันธุ์ทนทานและให้ผลผลิตไวจากในมิติ ออกมาเพาะกล้าในแปลงจริง ผักกาดขาวปลีอวบอ้วน คะน้าฮ่องกงใบเขียวขจี และมะเขือเทศลูกแดงเต่งตึง เริ่มแทงยอดแข่งกันชูช่อรับแสงอาทิตย์ยามสายอย่างน่ามอง ไม่เพียงเท่านั้น นางยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งขุดบ่อเลี้ยงปลาขนาดเล็ก และสร้างเล้าไก่ไข่โครงสร้างไม้ไผ่โปร่งสบายที่ออกแบบตามหลักสถาปัตยกรรมยุคใหม่ เพื่อป้องกันสัตว์นักล่าและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม
วิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่เปี่ยมด้วยเป้าหมายดำเนินไปอย่างเป็นระบบ หลินฟางตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อปรุงอาหารเช้าแสนอร่อยให้สามีและลูกน้อย ก่อนจะเดินตรวจแปลงเกษตรด้วยรองเท้าบูยางสีสดใส มือเรียวบางสวมถุงมือผ้าคอยถอนวัชพืชและพรวนดินด้วยความทะมัดทะแมง กลิ่นอายของดินชื้นๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่า ทำให้จิตใจสงบและมีความสุขอย่างแท้จริง
ความเหนื่อยยากในอดีตถูกลบเลือนด้วยความงดงามของผลผลิตที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นทีละน้อย สินค้าเกษตรอินทรีย์ล็อตแรกของฟาร์มตระกูลจางถูกส่งตรงเข้าสู่ตลาดมืดในอำเภอผ่านเครือข่ายลับที่นางสร้างขึ้น ความกรอบ หวาน และสดใหม่ของผัก ทำให้พ่อค้าคนกลางแย่งชิงกันจนเกลี้ยงแผงภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที เงินสดปึกหนาถูกซุกซ่อนไว้ใต้ที่นอนเพิ่มขึ้นทุกวัน เป็นหลักประกันความมั่นคงที่ทำให้รอยยิ้มของสองสามีภรรยาไม่เคยจางหายจากใบหน้า
กระทั่งบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่หลินฟางกำลังงละมุนอยู่กับการเคี่ยวน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนเพื่อเตรียมทำมื้อเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรและเนื้อหมูเปื่อยนุ่มก็โชยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณบ้านพักริมธาร กลิ่นหอมเย้ายวนนี้รุนแรงเสียจนทำให้คนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นต้องหยุดยืนสูดดมด้วยความหิวโหย
จางหยางเดินถือจอบเข้ามาล้างมือที่อ่างไม้ไผ่หน้าบ้าน ดวงตาคมกอดรัดภรรยาคนเก่งด้วยความรักใคร่ "วันนี้ทำอะไรอีกแล้วครับกลิ่นหอมไปไกลถึงแปลงนาโน่นแน่ะ ท้องผมร้องประท้วงใหญ่แล้วนะ"
"ตุ๋นซุปกระดูกหมูใส่รากบัวและเก๋ากี้ค่ะ ช่วยบำรุงกำลังและคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก เหมาะกับคุณที่สุดเลย" หลินฟางส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้สามี ก่อนจะตักน้ำซุปใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวควันบุหรี่ ควันร้อนๆ ลอยกรุ่นพร้อมกับชิ้นกระดูกหมูเปื่อยนุ่มที่ร่อนออกจากกระดูกอย่างง่ายดาย
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะหยิบตะเกียบเพื่อลิ้มรสชาติอาหารฝีมือภรรยา ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูรั้วไม้ไผ่ก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนหอบแฮกของเพื่อนบ้านผู้ดูแลแปลงนาข้างเคียง
"คุณหลิน! คุณจาง!แย่แล้วครับ รีบออกมาดูเร็วเข้า! มีรถจี๊ปทหารคันใหญ่ติดตราสัญลักษณ์พิเศษจากมณฑลขับตรงมาที่หน้าฟาร์มของคุณแล้ว ทหารกลุ่มนั้นกำลังเดินเข้ามา พร้อมกับ... อดีตผู้บังคับบัญชาคนเก่าของท่านจางด้วย!"
มือที่กำลังถือตะเกียบของหลินฟางชะงักค้างกลางอากาศ รอยยิ้มบนใบหน้าของจางหยางหายวับไปในพริบตา แววตาคมกริบฉายประกายความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
จากกระท่อมไผ่ริมธาร
"ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน 'กระท่อมไผ่ริมธาร' มาโดยตลอดนะคะ"
วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 13
อิสรภาพคือความหวาน
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!