วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 3

แกงไก่ที่หอมไปสามบ้านแปดบ้าน

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าพวกแกกล้าแตะต้องผักกาดขาวในตะกร้าใบนี้แม้แต่ใบเดียว ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องผู้กองจางให้หมดเปลือก ว่าแม่กับน้องสาวร่วมมือกันสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวเราจนลูกไม่มีข้าวจะกรอกหม้อ!" เสียงตวาดกร้าวของหลินฟางดังลั่นเรือนครัวเก่าคร่ำคร่า สกัดกั้นมือเหี่ยวย่นของแม่สามีที่กำลังทำท่าจะยื่นเข้ามาคุ้ยเขี่ยตะกร้าไม้ไผ่ที่นางเพิ่งวางกระแทกโต๊ะอย่างแรง นางจางชะงักมือทันที ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ดวงตาตี่หรี่มองผักกาดขาวหัวอวบอ้ำสีเขียวสดกรอบที่ดูราวกับเพิ่งเด็ดออกจากแปลงสดๆ ร้อนๆ น้ำลายในปากเหนียวหนืดขึ้นมาทันที นางแอบกลืนน้ำน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ผักอวบอิ่มน้ำและดูสดใหม่เช่นนี้ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ ยิ่งคิดว่าสะใภ้ตัวดีแอบไปซ่อนของดีไว้กินกันเองสองแม่ลูก หลินฟางก็ยิ่งกำหมัดแน่นด้วยความชิงชัง "นังตัวดี! แกกล้าขู่ฉันเรอะ!" แม่สามีตระกูลจางแผדเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก มือเหี่ยวย่นตบโต๊ะฉาดใหญ่ "แต่งเข้าบ้านเรามาหลายปี มีแต่กินกับนอน ลูกก็เป็นแค่เด็กขี้โรคผอมโซไร้ประโยชน์ แกเอาเงินที่ไหนไปซื้อผักพวกนี้มา หรือว่าแอบซ่อนเงินสามีไว้ปรนเปรอตัวเองห๊ะ!" หลินฟางแค่นเสียงหึในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นจนแม่สามีเผลอผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง หญิงสาวหาได้หวาดกลัวไม่ กลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สำรวจหญิงแก่ตรงหน้าด้วยสายตารังเกียจระคนสมเพช "เงินสามีฉันหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายในสนามรบค่ะ ไม่ใช่เงินที่ฉันจะเอามาปรนเปรอคนไร้ยางอายที่วันๆ เอาแต่แบมือขอส่วนบุญ!" หลินฟางตอกกลับเสียงดังฟังชัด ไร้ซึ่งความเกรงอกเกรงใจแบบสะใภ้หัวอ่อนคนเดิมอีกต่อไป "ส่วนผักนี่จะมาจากไหนก็เรื่องของฉัน หากพวกแกยังไม่อยากอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านจนสามีฉันต้องหยับตำแหน่งพลทหารเพราะครอบครัวรังแกเมียตัวเอง ก็ไสหัวออกไปจากครัวของฉันซะ!" นางจางหน้าดำคร่ำเครียด ตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคืองจนพูดไม่ออก ได้แต่ชี้หน้าหลินฟางอย่างอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดก้นเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องครัวไปอย่างจำยอม เพราะเกรงกลัวอำนาจสามีของหลินฟางที่แม้จะนานๆ กลับบ้านที แต่ก็ส่งเงินกลับมาให้สม่ำเสมอและขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา หลินฟางจึงผ่อนลมหายใจยาวเหยียด นางก้มมองผักกาดขาวอวบอ้ำสองต้นในตะกร้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เรียวปากอิ่มยกย่องขึ้นอย่างพึงพอใจ ผักพวกนี้หาได้ซื้อมาจากตลาดมืดที่ไหนไม่ แต่มันถูกเก็บสดๆ จาก "มิติฟาร์ม" ส่วนตัวที่นางเพิ่งค้นพบเมื่อคืนต่างหากเล่า! หลินฟางสะบัดมือเบาๆ จัดการเตรียมวัตถุดิบอย่างคล่องแคล่ว นางหยิบเนื้อไก่บ้านเนื้อแน่นที่แอบดึงออกมาจากมิติเช่นกัน ออกมาสับเป็นชิ้นพอดีคำ กลิ่นหอมจางๆ ของเนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยมลอยกรุ่นเตะจมูกทันทีที่สัมผัสอากาศภายนอก ในยุคที่เนื้อหมูหรือเนื้อไก่เป็นของหายาก การได้ทำแกงไก่หม้อใหญ่ถือเป็นความฟุ่มเฟือยขั้นสุด แต่สำหรับหลินฟางแล้ว ลูกแฝดชายหญิงที่กำลังผอมแห้งแรงน้อยจากการอดอยากมานาน สมควรได้รับการบำรุงอย่างเร่งด่วนที่สุด ตู้ฟางและตู้หลิน สองพี่น้องฝาแฝดวัยหกขวบ ยืนเกาะขอบประตูห้องครัว ตาแป๋วทั้งสองคู่จ้องมองมารดาด้วยความหวาดหวั่นปนอยากรู้อยากเห็น ใบหน้าเล็กๆ ตอบเซียว แก้มตอบจนเห็นโหนกแก้ม ดวงตากลมโตลึกโหลบ่งบอกถึงความอดอยากที่ต้องเผชิญมาเนิ่นนาน "แม่ครับ... กลิ่นอะไรเหรอครับ หอมจัง" เด็กชายตู้ฟางกลืนน้ำลายเอื้อมมือเล็กๆ มาจับชายเสื้อของมารดา พลางสูดดมกลิ่นหอมที่เริ่มลอยฟุ้งกระจายออกไปนอกตัวบ้าน หลินฟางหันไปมองลูกน้อย หัวใจของเชฟสาวจากยุคปัจจุบันบีบรัดด้วยความเจ็บปวด นางทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าเด็กแฝดทั้งสอง ส่งยิ้มอ่อนโยนที่เปี่ยมด้วยความรักความอบอุ่นให้แก่แก้วตาดวงใจ "วันนี้แม่จะทำแกงไก่ใส่ผักกาดขาวให้อร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะ" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางใช้มือเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ยุ่งเหยิงของลูกสาวเบาๆ "เด็กๆ ไปรอที่โต๊ะกินข้าวก่อนนะ อีกประเดี๋ยวเดียวก็ได้กินของอร่อยกันแล้ว" ตู้หลิน เด็กหญิงตัวน้อยดึงชายเสื้อพี่ชาย ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความหวังที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต เด็กหญิงพยักหน้ารัวๆ "แกงไก่เหรอคะ? นานมากแล้วนะคะที่เราไม่ได้กินเนื้อไก่..." น้ำตาของหลินฟางแทบจะร่วงหล่นลงมา แต่นางก็รีบกักเก็บมันไว้ รอยยิ้มถูกจุดขึ้นบนใบหน้าอีกครั้งเพื่อนางจะไม่แสดงความอ่อนแอให้ลูกเห็น นางหันกลับมาตั้งเตาไฟ โยนฟืนแห้งลงไปในเตาดินสบู่ เปลวไฟสีส้มแดงลุกโชนขึ้นขับไล่ความหนาวเย็นของยามสาย หลินฟางตั้งกระทะเหล็กใบเก่า ใส่น้ำมันหมูลงไปเล็กน้อยตามด้วยขิงและกระเทียมสับละเอียด ผัดจนส่งกลิ่นหอมฉุย จากนั้นตามด้วยเนื้อไก่หั่นชิ้นโตลงไปผัดเคล้าให้เข้ากัน เสียงเนื้อไก่กระทบกระทะดังฉู่ฉ่า ชวนให้น้ำลายสอ ตามด้วยการเติมน้ำสะอาดลงไปจนท่วม เมื่อน้ำเดือดพล่านจนส่งเสียงปุดๆ หลินฟางก็จัดการโยนผักกาดขาวอวบอ้ำที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำลงไป สีเขียวสดตัดกับสีขาวนวลของก้านผักลอยเด่นอยู่เหนือผิวน้ำแกงสีทองใส กลิ่นหอมหวานตามธรรมชาติของผักกาดขาวผสานเข้ากับกลิ่นหอมของเนื้อไก่บ้านคั่วพริกไทยอ่อนๆ ส่งกลิ่นตลบอบอวลฟุ้งกระจายออกไปนอกหน้าต่างห้องครัว พัดพาไปตามสายลมโชยเฉื่อย จนลอยข้ามรั้วบ้านทะลุไปถึงจมูกของเพื่อนบ้านและคนในตระกูลจางที่อยู่เรือนใกล้เคียง กลิ่นหอมรุนแรงชนิดที่เรียกว่า "หอมไปสามบ้านแปดบ้าน" ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนดินลูกรังหน้าบ้านต้องชะงักฝีเท้า เหลียวมองซ้ายมองขวาด้วยความฉงนสนเท่ห์ "กลิ่นอะไรน่ะ? หอมชวนหิวยิ่งนัก!" "นั่นมันกลิ่นแกงไก่ไม่ใช่หรือ? บ้านไหนทำอาหารหรูหราขนาดนี้ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้กัน!" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นด้วยความอิจฉาริษยา ขณะที่ในเรือนใหญ่ นางจางที่เพิ่งหนีออกมาด้วยความแค้น ถึงกับผุดลุกขึ้นยืน ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและหิวโหย นางสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยเข้ามาเตะจมูกจนน้ำลายสอแทบทะลัก นังสะใภ้ตัวดี... มันกล้าเอาเนื้อไก่ซ่อนไว้ทำกินเองจริงๆ ด้วย! ในขณะเดียวกัน ภายในห้องครัว หลินฟางตักแกงไก่ร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบเก่าๆ จนพูน ชามแล้วชามเลีย ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นพร้อมกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่สะท้านไปถึงทรวงอก เด็กแฝดทั้งสองนั่งรออยู่ที่โต๊ะด้วยความตื่นเต้น ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างเมื่อชามแกงไก่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นถูกวางลงตรงหน้า ตู้ฟางและตู้หลินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มือเล็กๆ สั่นเทาเล็กน้อยเมื่อหยิบตะเกียบขึ้นมา "ทานได้เลยค่ะ... คนเก่งของแม่" หลินฟางกล่าวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เฝ้ามองลูกน้อยตักเนื้อไก่ชิ้นโตเข้าปาก คำแรกที่เนื้อไก่และผักกาดขาวรสหวานฉ่ำสัมผัสกับปลายลิ้นของเด็กแฝด ดวงตาที่เคยหม่นหมองและไร้ชีวิตชีวาของทั้งคู่ก็เบิกกว้างขึ้นทันที ประกายแสงแห่งความสุขและความอิ่มเอมฉายชัดขึ้นในดวงตาทั้งสองคู่ราวกับโลกทั้งใบสว่างวาบขึ้นมาในพริบตา ตู้หลินถึงกับหลับตาพริ้มเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความอร่อยจนบรรยายไม่ถูก ส่วนตู้ฟางก็ซดน้ำแกงร้อนๆ เข้าไปคำใหญ่จนแก้มป่อง หลินฟางมองภาพนั้นด้วยความสุขใจ ความเหนื่อยยากทั้งมวลมลายหายสิ้น แต่นางหารู้ไม่ว่า... กลิ่นหอมอันเย้ายวนของแกงไก่หม้อนี้ไม่ได้ดึงดูดแค่นางจางผู้โลภมากเท่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วบ้าน พร้อมกับเสียงกระแอมไอที่ทำให้บรรยากาศภายในบ้านเปลี่ยนไปในทันที... ...โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาเติมกำลังใจให้ "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%