วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 4

แม่สามีจอมเขมือบ

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าคิดจะมามือเปล่าแล้วหวังจะหอบของกินกลับไปล่ะก็ เชิญเดินกลับทางเดิมไปได้เลยค่ะ ประตูบ้านตระกูลจางหลังนี้ไม่ได้ต้อนรับขอทานหน้าด้าน!" เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราatใบมีดโกนของหลินฟางดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของชาวบ้านที่เริ่มทยอยเดินผ่านมามุงดูเหตุการณ์หน้าบ้าน บรรยากาศที่เคยอึมครึมจากเสียงกระแอมไอเมื่อครู่ พลันถูกจุดชนวนให้ลุกเป็นไฟขึ้นมาทันที ร่างท้วมของนางหวัง หรือแม่สามีจาง ชะงักกึกเท้าที่ก้าวเข้ามาเหยียบธรณีประตู ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเนื้อตัวสั่นเทา ดวงตาตี่เล็กจ้องเขม็งมาที่ลูกสะใภ้ที่นางเคยคิดว่าหัวอ่อนและขลาดกลัวมาตลอด แต่วันนี้ หลินฟางในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดี สะอาดสะอ้าน ใบหน้าผุดผ่องไร้รอยเปื้อน กลับยืนกอดอกเชิดหน้าสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย "นัง... นังลูกสะใภ้เนรคุณ!" นางหวีดร้องแหลมสูงจนนกบนต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านตกใจบินหนี "ฉันเป็นแม่สามีแกนะ! แกกล้าดียังไงมาไล่ฉัน ประตูบ้านหลังนี้เงินก็เป็นของบ้านใหญ่ฉันออก ตั้งแต่แต่งเข้ามาแกทำประโยชน์อะไรให้ตระกูลบ้าง แค่ข้าวไม่กี่หม้อ กับข้าวในครัวนั่น ฉันจะมาเอาไปแบ่งกินมันผิดตรงไหน!" หลินฟางหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพช เวทนาแกmแกมรังเกียจ ส่งผลให้นางหวังยิ่งลมออกหู "เงินบ้านใหญ่เหรอคะ? พูดออกมาได้ไม่อายปากเลยนะคุณแม่" หลินฟางสาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้รั้วไม้ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนนางหวังต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ตอนที่ฉันแต่งเข้ามา เงินสินสอดสิบหยวนกับกระทะเหล็กเก่าๆ สภาพใกล้พังคือทั้งหมดที่ครอบครัวสามีเมตตาให้มา ส่วนบ้านหลังนี้... หยางเกอเป็นคนใช้หยาดเหงื่อแรงงานและเงินเดือนทหารของเขาซ่อมแซมและสร้างมันขึ้นมาด้วยซ้ำ แล้วพวกท่านเคยส่งเสียข้าวปลาอาหารเราสักมื้อไหมคะ? มีแต่คอยมาสูบเลือดสูบเนื้อ ขโมยผักในแปลง เอาข้าวสารกรอกใส่กระสอบกลับบ้านเดิมอยู่เรื่อย!" คำพูดที่ตรงไปตรงมาและจี้ใจดำ ทำให้เสียงซุบซิบของชาวบ้านที่มุงดูเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ หลายคนพากันพยักหน้าเห็นด้วย เพราะต่างก็รู้กิตติศัพท์ความหน้าเลือดของบ้านใหญ่ตระกูลจางดี "นั่นสิ... ฉันก็เห็นยายแก่หวังมาขนของจากบ้านรองไปตลอด" "สะใภ้รองคนนี้เปลี่ยนไปเยอะแยะเลยแฮะ กล้าต่อปากต่อคำด้วย" "ก็สมควรแล้วล่ะ ปล่อยให้เอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียวได้ยังไง" เสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบด้านทำให้นางหวังหน้าดำคร่ำเครียด นางละล่ำละลักชี้หน้าหลินฟางด้วยความแค้นเคือง "พวกแกมันคนนอกปากหอยปากปู! นังฟาง แกมันอัปมงคล ตั้งแต่แต่งเข้ามาบ้านเรามีแต่เรื่อง วันนี้ถ้าฉันไม่ได้เนื้อหมูและซุปกระดูกที่ลอยกลิ่นหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านนั่น ฉันจะไม่ยอมกลับเด็ดขาด!" กลิ่นหอมเย้ายวนใจของ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัว" ที่หลินฟางเคี่ยวเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ มาตั้งแต่เช้าตรู่ ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ กระตุ้นต่อมน้ำลายของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาจนอดกลืนน้ำลายไม่ได้ แต่นางหวังจมูกไวที่สุด นางได้กลิ่นนี้ตั้งแต่ยังไม่ทันเลี้ยวเข้าปากซอย จึงรีบจ้ำอ้าวมาหวังจะกอบโกยกลับบ้านไปให้ลูกชายคนโปรดกิน โดยไม่คิดเลยว่าจะเจอศึกหนักเช่นนี้ หลินฟางยิ้มเยาะ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ นางไม่ได้หวาดกลัวเลยสักนิด กลับรู้สึกสนุกเสียอีกที่จะได้สั่งสอนคนเห็นแก่ตัวให้หลาบจำบ้าง "อยากได้เหรอคะ?" หลินฟางลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท นางหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะไม้หน้าบ้านที่มีหม้อดินเผาใบใหญ่ส่งควันฉุยตั้งอยู่ พร้อมกับตักน้ำซุปสีขาวข้นและชิ้นซี่โครงหมูเปื่อบนุ่มลงในชามกระเบื้องเคลือบอย่างบรรจง กลิ่นหอมของรากบัวและเครื่องเทศโชยเตะจมูกยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้นางหวังถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ สองตาเบิกGว้างด้วยความอยาก "ถ้าอยากได้... ก็ต้องเอาเงินมาซื้อค่ะ" หลินฟางพูดพลางวางชามซุปควันฉุยลงบนโต๊ะไม้ริมรั้ว "ชามนี้ ราคาหนึ่งหยวนกับข้าวสารอีกสองชิ้นค่ะคุณแม่" "อะไรนะ! หนึ่งหยวน?!" นางหวังกรีดร้องลั่น "แกจะปล้นฉันหรือไงวะ นังตัวดี! ของในบ้านนี้ก็ของบ้านจาง ฉันเป็นแม่สามีแก ทำไมฉันต้องจ่ายเงินซื้อของกินจากบ้านลูกชายตัวเองด้วย!" "ถ้าคิดว่าเป็นของบ้านจาง งั้นก็ตามใจค่ะ... แต่ประตูบ้านล็อคแล้วนะคะ และถ้าคุณแม่ยังกล้าโวยวายเสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนของลูกสาวฉันอีก ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านเรื่องที่คุณแม่บุกรุกและพยายามข่มขู่ทรัพย์สินในยามวิกาล... เอ๊ย ยามสาย!" หลินฟางเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง "ลองดูไหมคะว่า หน้าตาของครอบครัวตระกูลจาง ที่สั่งสมชื่อเสียงมานาน จะเหลือซากอะไรถ้าคนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าแม่สามีเที่ยวมาไถของลูกสะใภ้กินทุกวี่ทุกวัน!" คำขู่ที่เฉียบคมราวกับมีดดาบปักกลางอก ทำให้นางหวังอ้าปากค้าง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก หญิงแก่หน้าซีดสลับแดงด้วยความคับแค้นใจ นางไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยยอมก้มหน้าให้ตลอดอย่างหลินฟาง จะมีเขี้ยวเล็บคมกริบถึงเพียงนี้ ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด และสายตาสอดรู้สอดเห็นของชาวบ้าน จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งดังแทรกเข้ามาจากทางด้านหลังของกลุ่มมุงดู พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้น "แม่มาทำอะไรที่นี่ครับ?" ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของจางหยางก้าวแหวกฝูงชนเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองมารดาของตนเองด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเบนสายตามาสบตากับภรรยาตัวน้อยที่ยืนกอดอกรออยู่หลังรั้วไม้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย หัวใจของหลินฟางกระตุกวูบเล็กน้อย นางไม่ได้คาดคิดว่าสามีตัวดีจะกลับมาจากค่ายทหารเร็วกว่ากำหนดในวันนี้! ขอขอบพระคุณรี้ดдерที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%