"มาพอดีเลยค่ะ..." หลินฟางพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่กำลังลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าถมึงทึง
ร่างสูงใหญ่ของจางหยางในชุดเครื่องแบบทหารที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันจากการเดินทางไกล แผ่ซ่านบรรยากาศกดดันอันน่าเกรงขามออกมาอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องครัวที่ตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวและพริกผัดหอมกรุ่น ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของภรรยาที่ยืนถือทัพพีไม้พายด้วยท่าทางสบายๆ ไม่มีความเกรงกลัวเขาเลยสักนิด
"หลินฟาง..." เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดลอดไรฟันออกมา "คุณกล้าดีอย่างไรถึง..."
"ฉันทำไมหรือคะ?" หลินฟางแทรกขึ้นทันควันโดยไม่ปล่อยให้สามีได้ตั้งประโยคต่อ รอยยิ้มเยาะหยันบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางวางทัพพีลงบนขอบหม้อ ส่งเสียงกระทบกันเบาๆ ก้องกังวานในความเงียบ "คุณเพิ่งกลับมาถึงบ้าน ข้าวปลายังไม่ตกถึงท้อง แต่กลับเลือกที่จะยืนต่อว่าฉันเป็นประเด็นแรก น่าประทับใจเสียจริงนะคะ สามีผู้ประเสริฐของฉัน"
จางหยางชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบวาดมองภรรยาอย่างพิจารณา ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากอธิบายอะไร แม่สามีที่แอบซุ่มอยู่หลังประตูเรือนรองก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องครัวราวกับลูกธนูหลุดจากแล่ง ท่าทางกระฟัดกระเฟียดและน้ำตานองหน้าถูกงัดออกมาใช้ทันทีเมื่อเห็นลูกชายสุดที่รักกลับมา
"เจ้าสาม! เจ้ากลับมาก็ดีแล้ว!" นางตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่ พลางชี้หน้าหลินฟางด้วยมืออันสั่นเทา "ดูเมียตัวดีของแกสิ! นางกล้าขับไล่ฉันออกจากเรือนหลัก กล้าตัดเสบียง แถมยังตบหน้าตระกูลจางของเราป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี! แกต้องหย่านาง! ต้องหย่าเดี๋ยวนี้!"
บรรยากาศในห้องครัวตึงเครียดขึ้นมาจนแทบจะระเบิด กลิ่นหอมของอาหารที่เคยชวนน้ำลายสอถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายความขัดแย้งที่คุกรุ่น จางหยางขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงลงถนัดตา เขามองมารดาที่ฟูมฟายสลับกับภรรยาที่ยืนกอดอกนิ่งอย่างผู้เหนือกว่า
ทว่า แทนที่นายทหารหนุ่มจะเอ็ดตะโรใส่ภรรยาตามที่มารดาคาดหวัง เขากลับก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาใกล้หลินฟาง ร่างสูงใหญ่ทอดเงาทาบทับร่างบางจนมิด ก่อนจะคว,านมือหยิบซองกระดาษหนาปึกและปึกธนบัตรใบใหญ่ยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมทหาร ยื่นไปตรงหน้าเธอ
"นี่คือจดหมายจากหน่วยรบ และเงินเดือนสามเดือนล่าสุดของผม..." จางหยางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ สายตาที่มองเธอนั้นซับซ้อนทั้งความรู้สึกผิด ความเหนื่อยล้า และความเว้าวอน "ผมส่งมาให้คุณตั้งแต่เดือนก่อน... ทำไมคุณถึงไม่ยอมเปิดดู และทำไมถึงปล่อยให้สถานการณ์ในบ้านมันบานปลายขนาดนี้ หลินฟาง?"
ซองจดหมายและธนบัตรปึกนั้นวางนิ่งอยู่ตรงหน้า ทว่าหลินฟางกลับปรายตาหางตามองเพียงแวบเดียวราวกับมันเป็นเศษกระดาษไร้ค่า นางแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ทำเอาคนมองถึงกับใจกระตุก
"จดหมายเหรอคะ? เงินเดือนเหรอคะ?" หลินฟางเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเย็นเยียบฉาบอยู่บนใบหน้าสะสวย "เงินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเห็นแก่ตัว เงินที่ส่งมาให้ครอบครัวจอมปลอม โดยที่คุณไม่เคยรู้เลยว่าภรรยาและลูกของคุณเกือบจะอดตายอยู่รำไรในฤดูหนาวปีที่แล้ว! ฉันต้องก้มหน้าก้มตารับความกดดันจากแม่ของคุณ ต้องทนอดมื้อกินมื้อเพื่อให้รอดชีวิต แล้วคุณอยู่ที่ไหนคะ? คุณอยู่ค่ายทหาร ทำภารกิจรับใช้ชาติ แต่ปล่อยให้คนข้างหลังถูกสูบเลือดสูบเนื้อจนแทบไม่เหลือแม้แต่กระดูก!"
"หลินฟาง!" จางหยางคำรามลั่นด้วยความตกใจ เขาไม่เคยเห็นด้านที่เฉียบคมและดุดันขนาดนี้มาก่อนในตัวภรรยา
"ไม่ต้องมาขึ้นเสียงใส่ฉันนะคะ!" หลินฟางตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตากลมโตเปล่งประกายความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวจนน่าเกรงขาม "ฉันบอกไว้ตรงนี้เลยนะจางหยาง เงินของคุณ จดหมายของคุณ หรือแม้แต่ตัวของคุณ... ตอนนี้ฉันไม่สนทั้งนั้น! บ้านหลังนี้ ที่ดินตรงนี้ และชีวิตของฉันกับลูก ฉันจัดการเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินก้อนนี้แม้แต่เฟื้องเดียว!"
แม่สามีอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง นางไม่เคยคิดว่าลูกสะพายคนนี้จะกล้าปฏิเสธเงินทองและประกาศกร้าวใส่บุตรชายของตนเช่นนี้ "น...นังสารเลว! แกบ้าไปแล้วหรือไร! นั่นคือเงินสามเดือนนะ! แกกล้าดียังไงถึงปฏิเสธ!"
"เงียบปากไปซะเถอะค่ะคุณแม่" หลินฟางหันไปสบตาแม่สามีด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ความเกรงกลัว "ถ้าไม่อยากให้ฉันไล่ตะเพิดออกไปจริงๆ ก็เชิญกลับเรือนหลังเล็กแล้วหุบปากเน่าๆ ของท่านเสีย เรื่องระหว่างฉันกับจางหยาง... เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันสองคน!"
จางหยางยืนนิ่งอึ้ง มือที่ถือซองจดหมายและเงินร่วงลงข้างลำตัวทีละน้อย ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตระหนักรู้และระลอกคลื่นแห่งความสำนึกผิดที่โหมซัดเข้ามาในอก เขาเพิ่งสำเหนียกได้ในวินาทีนี้เองว่า... ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขา ไม่ใช่หลินฟางคนเดิมที่อ่อนแอและยอมให้รังแกอีกต่อไปแล้ว นางเติบโต แข็งแกร่ง และยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตนเองอย่างสง่างาม จนเขาแทบจะไม่มีพื้นที่ให้เข้าไปยืนเคียงข้างได้เลย
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องครัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงเดือดปุดๆ ของซุปกระดูกหมูในหม้อดินเผาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ตัดกับบรรยากาศที่คุกรุ่นราวกับพายุฝนกำลังก่อตัว
จางหยางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อทลายกำแพงความเย็นชาของภรรยา ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูรั้วด้านนอกดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงตะโกนโกลาหลของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในลานบ้าน
"คุณนายหลิน! คุณนายหลินแย่แล้วค่ะ! สินค้าล็อตแรกที่คุณฝากไปขายในตลาดมืด... ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ
วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 15
จดหมายจากทหารหนุ่ม
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!