วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 16

พ่อค้าใจดี

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"คุณนายหลิน! คุณนายหลินแย่แล้วค่ะ! สินค้าล็อตแรกที่คุณฝากไปขายในตลาดมืด... ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงหอบหายใจอย่างรุนแรงพร้อมแรงทุบประตูกระท่อมไม้ไผ่ดังขึ้นระรัว ทำให้อาหารเช้าบนโต๊ะที่หลินฟางกำลังจัดเตรียมชะงักลงเล็กน้อย หญิงสาวป้องปากถอนหายใจเบาๆ ด้วยท่าทีสงบนิ่งผิดคาด ต่างจากอาอี๋ผู้ช่วยจำเป็นที่หน้าซีดเผือดจนแทบจะเป็นลม หลินฟางวางตะเกียบไม้ไผ่ลงอย่างประณีต ดวงตากลมโตเป็นประกายรู้ทัน นางไม่ได้ตื่นตระหนกกับคำว่า "เรื่องใหญ่" ของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงและการควบคุมสินค้าเข้มงวดเช่นนี้ "เรื่องใหญ่" มักมาพร้อมกับ "เงินก้อนโต" เสมอ นางเดินไปเปิดประตูด้วยรอยยิ้มบางๆ เผยให้เห็นร่างของสหายบ้านใกล้เรือนเคียงที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น "เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือคะ พี่ซุน ค่อยๆ พูดก็ได้ค่ะ น้ำสักจอกไหมคะ" หลินฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ชวนให้อีกฝ่ายรู้สึกสงบลงอย่างประหลาด พี่ซุนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือสั่นระริกคว้าแขนเสื้อของหลินฟางไว้แน่น "ไม่ใช่เรื่องร้ายค่ะคุณนายหลิน! แต่เป็น... เป็นเรื่องเหลือเชื่อต่างหาก! สินค้าผักดองและหมูสามชั้นรมควันของคุณ หมดเกลี้ยงแผงตั้งแต่คนเฝ้าตลาดยังไม่ทันตั้งโต๊ะเสียด้วยซ้ำ! แถม... แถมตอนนี้พ่อค้ากระเป๋าหนักจากเมืองหลวงเขากว้านซื้อเพิ่มเป็นสเท่าตัว ยืนรอพบคุณอยู่ที่ท้ายตลาดมืดแล้วค่ะ!" รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลินฟางทันที นางคาดการณ์ไว้แล้วว่าฝีมือการปรุงอาหารและการถนอมอาหารระดับเชฟอัจฉริยะจากโลกยุคใหม่ ผสมผสานกับวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติฟาร์มสารพัดประโยชน์ ย่อมสร้างความฮือฮาในตลาดมืดได้อย่างแน่นอน "ถ้าอย่างนั้น คงต้องรีบไปต้อนรับ 'พ่อค้าใจดี' คนนี้เสียหน่อยแล้วนะคะ" หลินฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสั่งความกับอาอี๋ที่ยังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง "ดูแลลูกๆ ให้ดีนะคะ เดี๋ยวฉันมาค่ะ" ตลาดมืดในช่วงสายยังคงอวลไปด้วยกลิ่นอายของความระแวดระวัง ผู้คนสวมหมวกงอบและเสื้อผ้าเก่า2ซอมซ่อเพื่ออำพรางตัว แต่ท่ามกลางบรรยากาศที่อึมครึมนั้น กลับมีมุมหนึ่งที่ผู้คนกำลังเบียดเสียดกันราวกับมีงานวัด "หลีกทางหน่อย! คุณนายหลินมาแล้ว!" เสียงของพี่ซุนตะโกนเบิกทาง ทำให้ฝูงชนที่กำลังชะเง้อมองแยกออกเป็นสองฝั่งทันที ณ ใจกลางลานแคบๆ นั้น มีบุรุษวัยกลางคนร่างท้วม สวมเสื้อผ้าไหมเนื้อดีที่แม้จะพยายามใส่เสื้อคลุมเก่าทับไว้เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เนื้อผ้าและแหวนหยกที่นิ้วก็ฟ้องชัดเจนว่าเขาคือพ่อค้ารายใหญ่จากต่างเมือง นามว่า 'เฒ่าเฉิน' ทันทีที่เฒ่าเฉินเห็นหลินฟางเดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างามและมั่นใจ ดวงตาเรียวเล็กของเขาก็เป็นประกายระยับราวกับเจอขุมทรัพย์ เขาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ไผ่ทันที ปรบมือเสียงดังด้วยความชื่นชม "โอ้โห! แม่นางหลิน! ในที่สุดข้าก็ได้พบตัวจริงเสียที!" เฒ่าเฉินหัวเราะร่วน เดินเข้ามาโค้งคำนับอย่างให้เกียรติ "สินค้าล็อตแรกของเจ้า... โอ้ฟ้าดิน อาหารอะไรกันนั่น! ผักดองกรุบกรอบรสชาติกลมกล่อมที่ตัดเลี่ยนได้อย่างสมบูรณ์แบบ กับหมูสามชั้นรมควันที่หอมกลิ่นไม้ฟืนเตะจมูกจนข้าแทบคลั่ง ลูกค้ากระเป๋าหนักระดับอธิบดีกรมการค้ายังต้องสั่งซื้อซ้ำสามรอบในวันเดียว!" หลินฟางยิ้มรับอย่างถ่อมตัว นางผายมือเชิญให้เฒ่าเฉินนั่งลงสนทนากันดีๆ "ท่านเฒ่าเฉินชมเกินไปค่ะ ของพวกนี้ทำด้วยความใส่ใจและวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดีเท่านั้นเองค่ะ" "ใส่ใจอย่างเดียวไม่ได้หรอก ฝีมือระดับนี้ต่อให้เป็นเชฟในวังหลวงก็ยังต้องอาย!" เฒ่าเฉินโบกมือปฏิเสธเสียงดัง ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ด้วยแววตาจริงจัง "ว่าแต่... แม่นางหลิน สินค้าล็อตต่อไปเจ้ามีเท่าไหร่ ข้าเหมาหมด! ไม่สิ... ข้าขอเพิ่มยอดสั่งซื้อขึ้นอีกห้าเท่าตัว! ราคาไม่ใช่ปัญหา เจ้าตั้งมาได้เลย!" เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบบริเวณ บรรดาพ่อค้ารายย่อยต่างพากันกลืนน้ำลายด้วยความอิจฉา ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นห้าเท่าในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ หมายความว่าครอบครัวของหลินฟางกำลังจะก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีเงินล้านในชั่วข้ามคืน! ทว่า หลินฟางกลับไม่ได้แสดงอาการดีใจจนเนื้อเต้น นางเพียงแค่ยกชาขึ้นจิบเบาๆ ดวงตาคู่สวยมองลอดผ่านถ้วยชา ประเมินสถานการณ์ด้วยความรอบคอบ "ความกรุณาของท่านเฒ่าเฉินทำให้ฉันซาบซึ้งมากค่ะ..." หลินฟางเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหวานหยดแต่แฝงด้วยความเฉียบคม "แต่ของอร่อย ยิ่งหายากก็ยิ่งมีราคาแพงไม่ใช่หรือคะ? หากทำออกมามากเกินไป คุณค่าของมันก็จะลดลง..." เฒ่าเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่วนออกมาเสียงดังลั่น "ฮ่าๆๆ! แม่นางหลิน เจ้าช่างเป็นแม่ค้าที่เขี้ยวลากดินเสียจริง! ได้! ข้าเข้าใจ! ข้าไม่ต่อรองสักอีแปะเดียว แถมข้าจะเพิ่มเงินมัดจำล่วงหน้าให้สามเท่า เพื่อแสดงความจริงใจว่าข้าต้องการผูกขาดสินค้าของคุณแต่เพียงผู้เดียว!" ในขณะที่การเจรจากกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นและงดงาม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าตลาดมืด พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงในพริบตา "ตรวจค้น! เจ้าหน้าที่ตรวจสินค้าหนีภาษี! ห้ามใครขยับ!" กลุ่มชายฉกรรจ์ในเครื่องแบบกองกำลังรักษาความปลอดภัยพุ่งพรวดเข้ามาล้อมวงล้อมพวกเขาไว้ในพริบตา ผู้นำขบวนคือชายหนุ่มหน้าตาบึ้งตึง ผู้มีศักดิ์เป็นถึงหลานชายของหัวหน้าสหกรณ์ประจำอำเภอ ผู้จงเกลียดจงชังตระกูลจางมาโดยตลอด ดวงตาของจางเหว่ยหรี่แคบลงเมื่อเห็นหน้าหลินฟาง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความสะใจและรอยยิ้มเยาะหยัน "ที่แท้ก็คือเมียนายทหารจางนี่เอง... แอบลักลอบค้าขายของเถื่อนในตลาดมืด โทษนี้หนักหนานะคุณนายหลิน ของกลางทั้งหมดนี่... ยึด!" เฒ่าเฉินหน้าถอดสีทันที ขณะที่รอบบริเวณตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกสายตาต่างหันมามองหลินฟางเป็นตาเดียวเพื่อรอดูว่านางจะเอาตัวรอดจากวิกฤตนี้ได้อย่างไร หลินฟางไม่แม้แต่จะสะดุ้งตกใจ นางค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรายตามองจางเหว่ยด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก ช่างเป็นรอยยิ้มที่ทรงพลังและเย็นชาจนอีกฝ่ายถึงกับชะงัก "ยึดหรือคะผู้กองจาง?" หลินฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวานใส กวาดสายตามองเอกสารในมือของอีกฝ่ายแวบเดียวก็รู้ทันทีว่ามีช่องโหว่ตรงไหน "ก่อนจะยึดของของฉัน... ช่วยดูตราประทับบนใบอนุญาตของกองอำนวยการเสบียงทหารซะก่อนดีไหมคะ ว่าใครเป็นคนลงนามอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้ฉันมาเปิดตลาดทดลองจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูป!" จางเหว่ยหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อหลินฟางยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ... มันคือลายเซ็นตราประทับของสามีเธอนั่นเอง! นายทหารหนุ่มผู้กุมอำนาจสูงสุดในเขตทหารทิศเหนือ! กระท่อมไผ่ริมธารขอขอบพระคุณทุกกำลังใจจากรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%